กบเลือกนาย

ควันหลงจากปฏิบัติการพลิกบทบาทเป็นผู้นำ “คลุกฝุ่น” ของ 3 ป. คือ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ลุยเมืองเพชรบุรี ร่วมกับ “บิ้กป๊อก” พล.อ. อนุพงษ์  เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย พร้อมทั้งรัฐมนตรี ปลัด ส.ส. และนักการเมืองในพื้นที่ร่วมติดตามด้วย ขณะที่ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มี ส.ส. ในพรรคมาร่วมต้อนรับอย่างเนืองแน่น

                ประเด็นอยู่ตรงที่การนำเสนอข่าวในขณะนี้ว่า 2 ป. เริ่มเข้าหน้ากันไม่ติด ทำให้สถานการณ์ภายในพรรคเริ่มไม่น่าไว้วางใจ แม้จะมีภาพโชว์หวาน ระหว่าง บิ๊กตู่ กับ บิ๊กป้อม แต่หลายฝ่ายก็มองว่าเป็นเพียงการจัดฉากละครตอนหนึ่งเท่านั้น ทำให้บรรดาลูกพรรคต้องคอยจับตาแบบไม่กะพริบ ว่าควรจะประกาศตัวว่าจะอยู่ข้างไหน ครั้นจะเสนอหน้ามากไปก็กลัวจะต้องเอาปี๊บคลุมหัวในตอนจบ

                การลงพื้นที่ของท่านผู้นำดูเหมือนจะเป็นการ “วัดพลังแบ่งอำนาจ” ระหว่างฝ่ายที่คุมอำนาจบริหาร กับอีกฝ่ายหนึ่งที่คุมอำนาจในพรรคและฝ่ายนิติบัญญัติ

                คนที่อยู่ไม่เป็นสุขก็น่าจะต้องเป็นฝ่าย “เลือกนาย” ที่ดูจากจำนวนคนที่เฮละโลไปต้อนรับผู้นำในการลงพื้นที่

                อ่านจากพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564 ก็พอจะรู้ว่าใครเหนือกว่ากัน

                “55 ส.ส. แห่ไปรับพลังป้อมเฮ ฝ่ายตู่ มีแค่ 9 คน ชาวเพชรเชียร์ลั่น ลุงสู้ ๆ…”

                คอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” โดย หมัดเหล็ก ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ก็ลงว่า

                “ความสงสัยว่า เสือสองตัว จะอยู่ถ้ำเดียวกันอย่างไร

                เสียงเริ่มจะดังมากขึ้น ดูจากการ เลือกนาย ของ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ เอกภาพในพรรค เป็นเรื่องที่ต้องจับตาให้มากที่สุด”  (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564)

                คำว่า เลือกนาย ที่ข่าวตัดมาคงต้องการที่จะสื่อถึงสำนวนกบเลือกนาย หมายถึง คนแส่ริทำตัวเป็นคนช่างเลือกจนนำไปสู่ความเดือดร้อน สุดท้ายอาจเข้าทำนองเลือกนักมักได้แร่ ไม่ต่างอะไรกับกบใน“อิศปปกรณัม” ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชนิพนธ์แปลและพระราชนิพนธ์โคลงสุภาษิต ร่วมกับนักปราชญ์ราชบัณฑิตในรัชสมัยของพระองค์ นิทานเรื่องนี้อยู่ในสมุดไทยเล่มที่ 2 เรื่องที่ 28 แต่ใช้ชื่อเรื่องว่า กบทั้งปวงขอเจ้าแผ่นดิน ผมคัดนิทานเรื่องนี้มาจากอิศปปกรณัมในหนังสือ วชิรญาณ เรื่องมีอยู่ว่า

                กบทั้งปวงต้องการจะมีเจ้านายปกครอง จึงได้ส่งทูตขึ้นไปขอจากเทวดาบนสวรรค์ ในนิทานบอกว่าเป็นเทพจูปิเตอร์ (Jupiter) ราชาแห่งเทพในตำนานเทพเจ้าโรมัน เท่ากับเทพซูสในตำนานเทพเจ้ากรีก เทวดาก็เห็นว่ากบนี่โง่ไม่มีพิษสงอะไร ในครั้งแรกเทวดาได้ประทานขอนไม้มาให้ กบเห็นขอนไม้ไม่ไหวติงอะไรก็มิได้กลัว กลับขึ้นไปเกาะอยู่บนขอนไม้นั้นแทน 

                กบไม่พอใจจึงส่งทูตไปขอเป็นครั้งที่ 2 เทวดาก็ประทานปลาไหลมาให้ กบก็ไม่พอใจอีก ส่งทูตขึ้นไปขอเป็นครั้งที่ 3  เทวดาจึงประทานนกกระสาให้มาเป็นผู้ปกครอง ครั้งนี้นกกระสาก็กินกบไปทุกวัน ๆ จนไม่มีกบที่จะเหลือให้ร้องอยู่ในสระนั้น

                ตอนจบของนิทานเรื่องนี้มีข้อความและโคลงสี่สุภาพสรุปเรื่องเป็นคติว่า

                แส่หาเจ้าใหม่แข็งแรง ครั้นเมื่อเห็นฤทธิ์ของเจ้าใหม่ จะนึกถึงเจ้าเก่าสิถึงตัวเสียแล้ว อย่ากำเริบเร่งเปลี่ยน

                กำเริบแรงเปลี่ยนเจ้า                              ใหม่หมาย

เห็นฤทธิ์เจ้าใหม่กลาย                           กลับท้อ

คิดถึงเก่าสิกาย                                       ตึงติด แล้วนา

อึดอัดออกโอษฐ์อ้อ                                 อย่างนี้นำเข็ญ

                ถ้าคิดจะเป็นกบแบบที่ว่าไว้ในนิทาน ก็แนะให้ดูทิศทางลมเผื่อบางทีลมเปลี่ยนทิศหรือหวนมาจะแย่เอา เพราะตอนนี้ ต่างฝ่ายต่างเห็นหน้าเห็นตากันอยู่ชัด ๆ ว่าใครเลือกฝ่ายไหน แต่ก็ต้องเตรียมใจเผื่อไว้อีกว่า 3 ป. เขากินข้าวหม้อเดียวกันมา ลุงป้อมเองถึงกลับพูดตอกย้ำว่า “จำเอาไว้นะ ให้ตายจากกัน เรา 3 ป. ถึงจะเลิกรักกัน”                 ฉะนั้นตอนนี้อย่าเพิ่งออกตัวแรง สุดท้ายอาจไม่เป็นอย่างที่คิด หรือเป็นแผนทำให้ตัวโกงเปิดเผยตัวตนตามท้องเรื่องแล้วค่อยจับเชือด เดี๋ยวจะเปลี่ยนจาก กบ กลายเป็น หมา กันทั้งขบวนคอยดู

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!