กรมศิลป์ฯ ส่งมอบบานประตูโบสถ์วัดกุฏิ ต.ท่าแร้ง ทุ่มงบประมาณ 26 ล้านบาท บูรณะโบสถ์ 3 วัด วัดมหาธาตุ-วัดเขาวัง-วัดสระบัว

   สืบเนื่องจาก สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร นำโดย นางศาริสา จินดาวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรีได้ดำเนินการบูรณะซ่อมแซม อุโบสถวัดกุฏิ หมู่ 6 ต.ท่าแร้ง อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมไม่สามารถใช้การได้ โครงสร้างและกระเบื้องหลังคาหลุดร่อนจากลิงรอบบริเวณวัด รวมถึงเครื่องประดับตกแต่งต่าง ๆ ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ได้รับความเสียหายให้กลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ตามแนวทางการอนุรักษ์โบราณสถานโดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ครูช่างศิลปกรรมท้องถิ่นจนการดำเนินงานบูรณะสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย ในการนี้ทางกรมศิลปากรได้ทำการถอดบานประตูโบสถ์ฝั่งทิศตะวันตก ซึ่งเป็นบานประตูโบสถ์ลวดลายแกะสลักไม้สวยงามรูปแบบศิลปกรรมสมัยอยุธยา คาดว่าเป็นของเก่าสมัยอยุธยามีอายุกว่า 300 ปี ที่มีสภาพชำรุดเสียหาย ทำการอนุรักษ์ด้วยกรรมวิธีที่ถูกต้องให้อยู่ในสภาพที่แข็งแรง และนำมาเก็บรักษาไว้ที่วัดกุฏิ ต.ท่าแร้ง ดังเดิมตามที่ได้ทำประชาคมกับประชาชนในพื้นที่ไว้ก่อนหน้านี้

          เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันที่ 22 กันยายน 2564 นายคมสัน เจิมจำนงค์ นายช่างศิลปกรรมชำนาญงาน สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ได้รับมอบหมาย จาก ผอ.สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี กรมศิลปากร นำบานประตูไม้แกะสลักอุโบสถวัดกุฏิ ต.ท่าแร้ง อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ที่ผ่านการอนุรักษ์ซ่อมแซมโดยผู้เชี่ยวชาญส่งมอบให้กับทางวัดกุฏิ โดยมี พระครูไพศาลศุภกิจ เจ้าอาวาสวัดกุฏิ พระปลัดสมชาย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสเป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย นายกฤษฎากร อินกงลาศ ช่างเมืองเพชรบุรี รวมถึงผู้นำชุมชนและชาวบ้านท่าแร้ง ร่วมเป็นสักขีพยานในการรับมอบครั้งนี้

          นายคมสัน กล่าวว่า ช่วงที่ช่างดำเนินการบูรณะซ่อมแซมอุโบสถได้ทำการถอดบานประตูไม้แกะสลัก โดยมีการประชุมหารือกับประชาชนในพื้นที่ ผู้นำชุมชน วัด เห็นควรให้ดำเนินการอนุรักษ์บานประตู ซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมให้ได้มากที่สุด และหาพื้นที่จัดเก็บรักษาภายในสถานที่ของวัดกุฏิ จึงได้ส่งบานประตูไปให้เจ้าหน้าที่กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร กรุงเทพฯ ดำเนินการอนุรักษ์บานประตูดังกล่าว การทำความสะอาดกำจัดสิ่งสกปรก คราบฝุ่นเศษดินที่เกาะติดเนื้อไม้ เนื่องจากบานประตูดังกล่าวมีร่องรอยความเสียหายจากแมลงกัดกินเนื้อไม้ ทำการผนึกชิ้นส่วนบานประตูที่แตกหักเสียหายในตำแหน่งเดิม ทาน้ำยาเพื่อรักษาสภาพเนื้อไม้ หลังจากทำการอนุรักษ์บานประตูไม้โบราณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการออกแบบโครงสร้างและแท่นฐานรองรับบานประตูด้วยวัสดุเหล็กแผ่นเพื่อติดตั้งบานประตูและสามารถเคลื่อนย้ายได้โดยที่บานประตูไม่ได้รับความเสียหายรวมระยะเวลาดำเนินการอนุรักษ์บานประตู ราว 1 เดือนกว่า จึงได้ส่งคืนมอบให้กับทางวัด โดยใช้สถานที่บริเวณหอสวดมนต์บนกุฏิสงฆ์วัดกุฏิเป็นสถานที่จัดแสดงและเก็บรักษาบานประตูโบสถ์อย่างเหมาะสม โดยขอให้ทางวัดช่วยดูแลปกป้องในเรื่องของสัตว์หรือแมลงที่จะเข้าไปทำรังภายในบานประตู รวมถึงต้องระมัดระวังไม่ให้โดนน้ำ หรือตั้งอยู่ในบริเวณที่ถูกน้ำฝน เนื่องจากน้ำและความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บานประตูเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว

          นายกฤษฎากร อินกงลาศ ช่างเมืองเพชรบุรี กล่าวว่า ภายหลังที่คณะช่างเมืองเพชรบุรีได้มีโอกาสร่วมเป็นคณะกรรมการบูรณะโบราณสถานในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีภายใต้การดำเนินงานของสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี แนวความคิดภายหลังที่กรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณะโบราณสถาน โบราณวัตถุคือ การส่งต่อให้กับชุมชน ทั้งหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภา อบต. สร้างการรับรู้ ความเข้าใจร่วมกับวัดให้เห็นคุณค่าความสำคัญอันจะนำไปสู่การดูแลรักษาโบราณสถานโบราณวัตถุ เพราะที่ผ่านมาพบว่าหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนกระบวนการอนุรักษ์ส่งมอบงานกันเป็นที่เรียบร้อย ชุมชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการรับรู้รับทราบข้อมูลต่าง ๆ ดังนั้นสิ่งที่คณะช่างได้เสนอให้กรมศิลปากรสร้างกระบวนการรับรู้ตั้งแต่ก่อนเริ่มทำการบูรณะ ระหว่างการบูรณะ จนไปถึงขั้นตอนการส่งมอบ เพื่อให้ประชาชน ชุมชน หน่วยงานท้องถิ่นรับรู้ข้อมูลได้มากที่สุด เพื่อเป็นประโยชน์ในการดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุให้อยู่คู่กับวัดกับชุมชนสืบต่อไป

          “การที่กรมศิลปากรทำการอนุรักษ์บานประตูโบสถ์วัดกุฏิ ซึ่งเป็นของสมัยอยุธยา นำมาเก็บรักษาไว้บนกุฏิสงฆ์นั้นถือเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากบานประตูชิ้นนี้มีอายุเก่าแก่สมัยอยุธยา หน้านำไปติดไว้ที่โบสถ์ตามเดิม จะได้รับความเสียหายจากสภาพอากาศ แดด ฝน ความชื้นต่าง ๆ รวมถึงสุ่มเสี่ยงที่จะถูกลักขโมยชิ้นส่วนลวดลายแกะสลักไม้ การอนุรักษ์และย้ายขึ้นมาเก็บรักษาไว้บนกุฏิสงฆ์ ซึ่งเป็นสถานที่ปลอดภัย สามารถดูแลทำความสะอาดได้ง่ายจึงเป็นเรื่องที่ดี ขอเพียงทางวัดระมัดระวังไม่ให้มีการจับสัมผัส เนื่องจากบางจุดเป็นส่วนที่แตกหักได้ง่าย” ช่างกฤษดากร กล่าว

          ขณะที่ นางศาริสา จินดาวงษ์ ผอ.สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่าการบูรณะอุโบสถและบานประตูโบสถ์วัดกุฏิ ต.ท่าแร้ง อ.บ้านแหลม เป็นตัวอย่างหนึ่งที่สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร ได้ใช้แนวทางการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาแลกเปลี่ยนแนวความคิดในการอนุรักษ์โบราณสถานโบราณวัตถุ เพื่อสร้างการรับรู้ความเข้าใจ ลดความขัดแย้งความไม่เข้าใจกันของหน่วยงานรัฐกับประชาชนในพื้นที่ ส่งเสริมให้คนท้องถิ่นเห็นคุณค่า เกิดการอนุรักษ์แบบยั่งยืน อันจะนำไปสู่การดูแลและจัดเก็บรักษาโบราณวัตถุไว้ในพื้นที่ สำหรับในปีงบประมาณ 2565 นี้ทางสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ได้เสนอโครงการบูรณะโบราณสถานในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และได้รับการอนุมัติงบประมาณจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1) บูรณะพระอุโบสถวัดมหาธาตุวรวิหาร งบประมาณ 11,890,000 บาท 2) บูรณะพระอุโบสถวัดมหา-สมณารามราชวรวิหาร งบประมาณ 10,000,000 บาท และ 3) บูรณะอุโบสถวัดสระบัว งบประมาณ 5,000,000 บาท รวมงบประมาณทั้ง 26,890,000 บาท คาดว่าจะเริ่มดำเนินการบูรณะซ่อมแซมได้ในช่วงปลายปีนี้

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!