กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงหลั่งน้ำคืนชีวีแม่น้ำเพชรบุรี ย้อนรำลึก 7 สิงหาคม 2541 วันประวัติศาสตร์ชาวเมืองเพชร

ย้อนรำลึกเหตุการณ์เมื่อ 23 ปีที่ผ่านมา วันที่ 7 สิงหาคม 2541 ณ พระรามราชนิเวศน์ หรือ “พระราชวังบ้านปืน” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพชรบุรี สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี นับเป็นวันประวัติศาสตร์และมีความหมายของชาวเมืองเพชรบุรี เป็นจุดเริ่มต้นที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันอนุรักษ์ฟื้นฟูและพัฒนา “แม่น้ำเพชรบุรี” จังหวัดเพชรบุรีจึงถือเอาวันที่ 7 สิงหาคมของทุกปีเป็น “วันอนุรักษ์แม่น้ำเพชรบุรีและต้นมะฮอกกานี”

                        รองศาสตราจารย์ สุนันท์ นีลพงษ์ หรือ “อาจารย์กุ้ง” อดีตผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นายกสมาคมกลุ่มคนรักเมืองเพชร นักเขียนประจำหนังสือพิมพ์เพชรภูมิเจ้าของคอลัมน์ “ตลาดนัด” เล่าย้อนถึง “กลุ่มคนรักเมืองเพชร” มีบทบาทในการกระตุ้นจิตสำนึก สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคในการอนุรักษ์แม่น้ำเพชรบุรี รศ.สุนันท์ กล่าวว่า กลุ่มคนรักเมืองเพชรเล็งเห็นความสำคัญทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ชุมชน บ้านเมือง โดยเฉพาะแม่น้ำเพชรบุรีเป็นแม่น้ำสายประวัติศาสตร์หล่อเลี้ยงชีวิตของคนเมืองเพชรบุรีมายาวนาน การลงหลักปักฐานสร้างบ้านเรือนชุมชนขึ้นมาก็อิงแม่น้ำเป็นหลัก เหตุที่กลุ่มคนรักเมืองเพชรเข้ามีบทบาทในด้านการอนุรักษ์แม่น้ำเพชรบุรี เริ่มต้นจากในปี พ.ศ. 2540 เทศบาลเมืองเพชรบุรีในขณะนั้นมีแนวคิดที่จะทำถนนคอนกรีตเลียบฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี ทางกลุ่มคนรักเมืองเพชรมีความห่วงใยว่าต่อไปภายภาคหน้า ถนนดังกล่าวจะทำให้ภูมิทัศน์ของแม่น้ำเพชรบุรีแลดูไม่สวยงาม มีเสาตอหม้อเรียงรายไปตลอดแนวของแม่น้ำเพชรบุรีเป็นที่สะสมของขยะหรือสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ

                        “ที่ประชุมกลุ่มคนรักเมืองเพชรมีข้อเสนอเรื่องนี้อย่างหลากหลาย ถึงขั้นให้เดินขบวนประท้วงก็มี แต่เราไม่ชอบสิ่งเหล่านี้ การประท้วงหรือการก่อม็อบใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีทั้งหมด ที่สำคัญกว่านั้นคือการพูดจากันด้วยเหตุและผล ทำอะไรที่ทุกคนเห็นคุณค่าของแม่น้ำเพชรบุรี จึงปรึกษาท่านเจ้าคุณบุญรวม พระธรรมรัตนดิลก ตอนนั้นท่านดำรงสมณศักดิ์พระเทพสุวรรณมุนี เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร เรียนถามท่านว่ามีประเพณีวัฒนธรรมใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับสายน้ำ ท่านเจ้าคุณบุญรวมก็บอกว่าการแข่งขันเรือยาว ซึ่งเรามองว่าปกติธรรมดาไป ที่ไหนก็มีการแข่งขันเรือยาว ขอให้หลวงพ่อช่วยคิดว่าสมัยก่อนมีประเพณีใดอีก หลวงพ่อก็บอกว่ามี ประเพณีแห่เรือองค์ ด้วยความที่เราไม่รู้จึงถามว่าเป็นอย่างไร ก็ได้ใจความว่าเป็นประเพณีแห่องค์กฐิน หรือองค์ผ้าป่าไปตามแม่น้ำลำคลองเพื่อไปถวายวัด เรือที่ใช้ก็ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม”

                        รศ.สุนันท์ กล่าวอีกว่า ประเพณีแห่เรือองค์ในอดีตใช้เรือ 2 ลำขนาบข้างพาดด้วยไม้กระดานเชื่อมเข้ากัน ภายในลำเรือตั้ง องค์กฐิน หรือ องค์ผ้าป่า พร้อมเครื่องอัฐบริขารและเครื่องครัวหรือสิ่งของอื่น ๆ ที่ถวายวัด มีการทำข้าวห่อใบบัว ข้าวต้มมัดแจกจ่ายผู้มาร่วมงานและชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำที่ร่วมทำบุญ แต่เมื่อการคมนาคมทางบกมีความสะดวกมากขึ้น ประเพณีแห่เรือองค์จึงเริ่มขาดหายไปในที่สุด เมื่อได้ยินเรื่องราวดังกล่าวทาง “กลุ่มคนรักเมืองเพชร” จึงมีความคิด
ที่จะฟื้นฟู “ประเพณีแห่เรือองค์” เพื่อที่จะจูงใจให้คนเมืองเพชรหันมาเห็นคุณค่าและความสำคัญของการอนุรักษ์แม่น้ำเพชรบุรี จึงได้จัดประเพณีแห่เรือองค์ (ผ้าป่า) ในวันที่ 23 ตุลาคม 2540 งานทอดผ้าป่ามหากุศลก่อตั้ง “มูลนิธิพระเทพสุวรรณมุนี (สีลภูสิต ภิกขุ บุญรวม มีอารีย์) ณ วัดมหาธาตุวรวิหาร อ.เมืองเพชรบุรี

                        อาจารย์กุ้ง เล่าว่า ตอนนั้นมีเวลาประมาณ 3 อาทิตย์ก่อนงาน หลวงพ่อเจ้าคุณบุญรวมท่านได้ประสานขอเรือจากเจ้าอาวาสวัดเขาตะเครา อ.บ้านแหลม นิมนต์พระสงฆ์จากวัดต่าง ๆ ช่วยผูกผ้าประดับตกแต่งเรือ ทางกลุ่มคนรักเมืองเพชรได้เชิญชวนชาวบ้านมาช่วยเตรียมงานทำอาหารต่าง ๆ ใช้สถานที่วัดอัมพวันปิยารามเป็นสถานที่ตั้งขบวนเรือและจัดพิธีฉลององค์ผ้าป่าในคืนวันสุกดิบก่อนงาน ในครั้งนั้นมีท่าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธาน นายสมบัติ สืบสมาน อดีต ผวจ.เพชรบุรี นายศิวะ แสงมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีในสมัยนั้น ดร.ปัญญา การพานิช อธิการบดีสถาบันราชภัฏเพชรบุรี รวมถึง คุณบุปผา รอบรู้ นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรีในสมัยนั้น ร่วมขบวนแห่เรือองค์ ใช้เรือตรวจการของเทศบาลเมืองเพชรบุรีนำขบวนเรือองค์จากวัดอัมพวันไปยังสะพานดำ (สะพานรถไฟ) แล้ววกกลับมาเทียบที่ท่าน้ำสวนสุนทรภู่วัดพลับพลับชัย ก่อนจะตั้งขบวนผ้าป่ามายังวัดมหาธาตุฯ

                        ภายหลังจากงานประเพณีแห่เรือองค์ในวันนั้น สิ่งที่น่ายินดีนอกจากการได้ฟื้นฟูประเพณีวัฒนธรรมทางสายน้ำก็คือ เทศบาลเมืองเพชรบุรีได้งดโครงการจัดสร้างถนนเลียบแม่น้ำเพชรบุรี คนเพชรเริ่มตื่นตัวหันมาใส่ใจแม่น้ำเพชรบุรีเพิ่มมากขึ้น จนมาถึงวันที่ 7 สิงหาคม 2541 ที่กลุ่มคนรักเมืองเพชรมีความตั้งใจกราบทูลเชิญ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีหลั่งน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรี เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำเพชรบุรี

                        รศ.สุนันท์ กล่าวว่า หลังจากเสร็จงานประเพณีแห่เรือองค์ ท่าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ได้มาร่วมประชุมคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี รวมถึงได้แวะเวียนมาพูดคุยกับสมาชิกกลุ่มคนรักเมืองเพชร และเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำเพชรบุรีอย่างต่อเนื่องเป็นไปได้หรือไม่ที่จะกราบทูลเชิญสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวเนื่องกับแม่น้ำเพชรบุรี จึงได้มีประชุมหารือในเรื่องกิจกรรมต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือทรงประกอบพิธีหลั่งน้ำคืนชีวิตให้แก่แม่น้ำเพชรบุรี

                        “ตอนนั้นท่าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ท่านเป็นเลขาธิการ กปร. สำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายชูชาติ พูลศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี มีการประชุมกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เสด็จทอดพระเนตรกิจกรรมต่าง ๆ ของชาวบ้านละหานใหญ่ ต.ตำหรุ อ.บ้านลาด ทอดพระเนตรขั้นตอนการทำน้ำพริกแกง การทำขนมหวานพื้นเมือง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน ก่อนที่จะเสด็จฯ ลงเรือแคนูพระที่นั่ง ทรงพายเรือแคนูล่องไปตามลำน้ำเพชรบุรี ตั้งแต่ท่าน้ำ วัดใหม่ประเสริฐ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร แล้วเสด็จฯ ขึ้นท่าน้ำ วัดไม้รวกสุขารามอ.บ้านลาด ถวายเครื่องอัฐบริขารแก่ พระอธิการช่วง วิสุทโธ เจ้าอาวาสฯ แล้วเสด็จฯ ลงเรือยางพระที่นั่งไปยังท่าน้ำพระรามราชนิเวศน์ (พระราชวังบ้านปืน) ตั้งอยู่ภายในมณฑลทหารบกที่ 15”

                        อาจารย์กุ้ง กล่าวอีกว่า ตอนที่ประชุมได้นำเสนอท่าน ดร.สุเมธ ไปว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงหลั่งน้ำประกาศอิสรภาพให้กับแผ่นดินสยาม ในโอกาสที่สมเด็จพระเทพฯ เสด็จมาเมืองเพชรให้พระองค์ทรงหลั่งน้ำคืนชีวิตให้กับแม่น้ำเพชรบุรี ท่าน ดร.สุเมธ เห็นด้วย ได้พยายามคิดอยู่หลายวิธีว่าจะทำอย่างไร เพราะตลิ่งท่าน้ำวังบ้านปืนค่อนข้างสูงชัน จะให้พระองค์เสด็จลงไปด้านล่างก็เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เห็นควรให้พระองค์หลั่งน้ำอยู่บนตลิ่ง โดยการทำรางน้ำเชื่อมต่อลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี มอบหมายให้ อ.สมบูรณ์ ขจรเดชะศักดิ์ อาจารย์สอนอุตสาหกรรมศิลป์เป็นผู้ผิดชอบในการทำรางน้ำไม้ไผ่ คุณจำลอง วิลัยเลิศ “ทอม ร้านระเบียงริมน้ำ” กับสมัครพรรคพวกเดินทางไปตักน้ำแม่น้ำเพชรบุรีในป่าแก่งกระจาน มาประกอบพิธีพุทธาภิเษกเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยท่านพระเทพสุวรรณมุนี เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ ส่วนคนโทใส่น้ำพระพุทธมนต์ได้รับความกรุณาเมตตาจาก พระครูกัลยาณวุฒิกร เจ้าอาวาสวัดเขากระจิว ได้มอบคนโทเป็นหม้อน้ำเก่าแก่สมัยสุโขทัย รูปผลฟังทองปากคนโทลาดเอียง

                        ช่วงเที่ยงของวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2541 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จขึ้นจากเรือพระที่นั่ง ทรงถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานหน้าพระรามราชนิเวศน์ ทรงพระราชทานกล้าไม้ต้นมะฮอกกานี สายพันธุ์ที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงมีรับสั่งให้ปลูกบริเวณถนนรอบวังบ้านปืน ให้แก่ตัวแทนหน่วยงานราชการต่าง ๆ และตัวแทนกลุ่มคนรักเมืองเพชร จำนวน 11 ราย ต่อจากนั้นเป็นช่วงเวลาสำคัญคือ พิธีหลั่งน้ำคืนชีวิตให้กับแม่น้ำเพชรบุรี

                        เวลา 12.20 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ขึ้นแท่นที่ประทับริมท่าน้ำพระรามราชนิเวศน์ นายชูชาติ พูลศิริ ผวจ.เพชรบุรี นำกล่าวคำถวายคำสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าเบื้องพระพักตร์ มีเนื้อความตอนหนึ่งว่า “…จะยึดถือวันนี้เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมือง เป็นวันแห่งการอนุรักษ์ดูแลแม่น้ำเพชร และต้นมะฮอกกานีตลอดไป ขอทุกคน ณ ที่นี้จงกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตามข้าพเจ้า ข้อ 1 ข้าพระพุทธเจ้า จะรักษาไว้ ซึ่งความสะอาดของแม่น้ำเพชร ข้อ 2 ข้าพระพุทธเข้า จะรักษาไว้ ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำเพชร ข้อ 3 ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษาไว้ ซึ่งต้นมะฮอกกานี และวิถีชีวิต ตลอดจนวัฒนธรรมอันดีงามของลุ่มแม่น้ำเพชรสืบไป…”

                        เมื่อผู้ว่าฯ ชูชาติ ได้กล่าวคำปฏิญาณจบลงกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้ทรงหลั่งน้ำ จากคนโทลงสู่กระบอกไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ และน้ำจากกระบอกไม้ไผ่ค่อย ๆ ไหลไปตามรางลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี เป็นภาพประวัติศาสตร์แสดงถึงความหมายที่ทุกภาคส่วนจะร่วมใจกันดูแลรักษาคืนชีวิตให้กับแม่น้ำเพชรบุรี 

                        รศ.สุนันท์ นีลพงษ์ ผู้ทำหน้าที่ถือพานใส่คนโทน้ำถวายกรมสมเด็จพระเทพฯ กล่าวว่า ทันทีที่น้ำไหลลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ชาวเรือยาวที่ลอยลำอยู่ในแม่น้ำเพชรบริเวณท่าน้ำวังบ้านปืน ได้ส่งเสียงเป็นบทเพลงเห่เรือ คุณป้าประนอม อินทร์เนตร เป็นต้นเสียง เป็นภาพความทรงจำประทับใจอย่างไม่รู้ลืม หลังจากนั้นเป็นต้นมาทางจังหวัดเพชรบุรีก็ได้ยึดถือเอาวันที่ 7 สิงหาคมของทุกปีเป็น “วันอนุรักษ์แม่น้ำเพชรบุรีและต้นมะฮอกกานี” รวมถึงได้จัดกิจกรรมอนุรักษ์ฟื้นฟูและพัฒนาแม่น้ำเพชรบุรีเป็นประจำทุกปี ทั้งภาคหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบต.ที่มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำเพชรบุรีตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ได้มีส่วนช่วยกันดูแลรักษาแม่น้ำเพชรบุรีให้ใสสะอาดและมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม

                        “หลังจากวันที่ 7 สิงหาคม 2541 รู้สึกว่าแม่น้ำเพชรบุรีได้รับการดูแลเอาใจใส่เพิ่มมากขึ้น ประชาชน ชุมชน หน่วยงานต่าง ๆ มีความตระหนักและช่วยกันดูแลรักษาแม่น้ำเพชรบุรีเพิ่มมากขึ้น มีการตรวจวัดคุณภาพน้ำในแม่น้ำ กิจกรรมการประกวดชายท่าน่ามอง มีการจัดตั้งกลุ่มเด็กและเยาวชนรักษ์สายน้ำเพชรบุรี เป็นการให้ความรู้และปลูกจิตสำนึกแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ใส่ใจดูแลช่วยกันรักษาความสะอาดของแม่น้ำของเราให้ใสสะอาดตลอดไป” รศ.สุนันท์ นีลพงษ์ กล่าว

                        แม้ว่าช่วงนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นจำนวนมาก แนวโน้มในปีนี้อาจจะงดจัดงานวันอนุรักษ์แม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งเป็นงานที่มีการรวมตัวรวมคนเป็นจำนวนมาก แต่ชาวชุมชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำเพชรบุรี ก็ยังสามารถทำความสะอาดพื้นที่ริมแม่น้ำ ชายท่าบริเวณท่าน้ำที่เป็นจุดสำคัญได้ ตามมาตรการป้องกันเชื้อโควิด ช่วยกันคนละไม้คนละมือย่อมทำให้แม่น้ำเพชรใสสะอาดมีภูมิทัศน์งามตาสมเป็นสายน้ำแห่งประวัติศาสตร์ สายน้ำแห่งความภาคภูมิใจของคนเมืองเพชรบุรี.

                        ข้อมูลอ้างอิง… หนังสือพิมพ์เพชรภูมิ ฉบับวันที่ 16 สิงหาคม 2541 ขอบคุณภาพประกอบจากหนังสือวัชรปิยชาติ.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!