การฉีดสลับวัคซีนหรือฉีดวัคซีนเข็ม 3 ขึ้นกับผลการวิจัย เหยียด-ไม่ยอมฉีดวัคซีนของ‘ณวัฒน์’ บทเรียนครั้งสำคัญ

ข่าว นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุมภ์ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นำร่องสละเงินเดือนของตัวเอง 3 เดือนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวปทุมธานีที่ลำบากในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 และต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีหลายคนก็สละเงินเดือน 3 เดือนตามท่านผู้ว่าฯชัยวัฒน์

เรื่องนี้มองในแง่เสียสละ ถือเป็นความตั้งใจดีของท่านผู้ว่าฯ ท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และทุกท่านที่ยอมสละเงินเดือนตัวเองช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ถ้าการบริจาคเงินเดือนเป็นความตั้งใจดีงามและไม่มีเรื่องอื่น ก็ต้องขออนุโมทนาบุญคนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองและมีความเป็นอยู่ไม่เดือดร้อน มีน้ำใจแบ่งปันผู้อื่น เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม

แต่การแบ่งปันผู้อื่นบางทีก็ไม่จำเป็นต้องโฆษณาให้ใครรู้ ทำแบบเงียบ ๆ ก็ได้ การบริจาคเงินเดือนพอตกเป็นข่าว ก็ต้องถูกพวกจิตไม่ว่างโจมตีว่าอยากได้หน้าได้ตาจนได้ เป็นพวกหิวแสงซึ่งก็เป็นธรรมดาโลกที่มี“สรรเสริญ”ก็มี“นินทา”

            คนในระดับสูงไม่ว่าผู้ว่าฯหรือรัฐมนตรี คนเหล่านี้“เงินเดือน”เมื่อเทียบกับ“รายได้”ที่ได้รับแต่ละเดือน จะพบว่า“เงินเดือน”น้อยกว่า“รายได้”มาก

ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรีและผู้มีตำแหน่งสูง จะมี“เงินตามน้ำ”ในตำแหน่งเยอะแยะมากมายเป็นเงินรายได้ที่ได้มากกว่าเงินเดือนมากมาย การบริจาคเงินเดือน 3 เดือนก็คงไม่ทำให้เดือดร้อนอะไร ถ้าเสียสละด้วยความเต็มใจก็ถือว่าเป็นความดีงาม เป็นแบบอย่างให้คนในสังคมเดินตาม

ส่วน ส.ส.และ ส.ว.มีเงินเดือน ๆ ละกว่า 1 แสนบาทก็จริง แต่ก็ต้องออกพบปะชาวบ้านในพื้นที่ ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนก็สูง เงินตามน้ำอะไรก็ไม่มี การไม่บริจาคเงินเดือนก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องบังคับให้ต้องทำตาม เป็นเหตุผลที่ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวให้ข้อคิดเมื่อวันก่อน

            สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 วันนี้เห็นชัดแล้วว่าลุกลามไปทั่วโลก ยังมองไม่ออกว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ไม่มีประเทศไหนที่การระบาดลดลง ยกเว้น“สาธารณรัฐประชาชนจีน”ที่ดูเหมือนว่าจะ “เอาอยู่” ขณะที่ประเทศคอมมิวนิสต์ด้วยกัน เช่น รัสเซีย ก็ยังมีผู้ติดเชื้อป่วยและตายเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

ในยุโรปและประเทศแถบตะวันตก เช่นอิตาลี เยอรมัน ฝรั่งเศสสหรัฐอเมริกา บราซิล อาร์เจนตินา ก็ยังระบาดหนัก ในเอเชียก็มี อินโดนีเซีย ติดเชื้อรวมแล้วกว่าล้านคน ติดเพิ่มวันละกว่า 2 หมื่นคน ฟิลิปปินส์ก็ล้านกว่า มาเลเซีย เวียดนาม ก็มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น

ก็ควรจะต้องศึกษาเหมือนกันว่าทำไมจีนแผ่นดินใหญ่มีประชากรมากกว่า 1.4 พันล้านคนจึงสามารถ “เอาอยู่” การระบาดลดลงอย่างเหลือเชื่อ ขณะที่ประเทศที่มีพลเมืองมากรองจากจีนคืออินเดียกลับ“เอาไม่อยู่” ทั้งที่อินเดียเป็นประเทศที่ผลิตวัคซีนมากที่สุดในโลก 

เพราะฉะนั้นเรื่อง “วินัย” ของคนนี่แหละสำคัญที่สุด จีนมีระบอบการปกครองที่เด็ดขาด ใครฝ่าฝืนสิ่งที่รัฐบาลสั่งก็จะมีความผิด ถูกลงโทษแรง พูดได้ว่าคนจีนมีวินัยในเรื่องป้องกันโควิด-19 ดีที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

            ประธานาธิบดี สีจิ้นผิงเคยกล่าวว่าทุกวันนี้ประเทศที่ทรงอำนาจแท้จริงมิได้อยู่ที่ทองหรือน้ำมัน แต่อยู่ที่“ดาต้า” (DATA)หมายถึงข้อมูล, ตัวเลข, สถิติ ใครมีดาต้ามากก็จะได้ประโยชน์และได้เปรียบ

จีนมีดาต้าของประชาชน 1.4 พันล้านคนอยู่ในมือ ใครเคลื่อนไหวไปที่ไหนรู้หมด มีรายละเอียดของแต่ละคน จึงสามารถติดตามได้หากใครไม่อยู่ในกฎเกณฑ์หรือระเบียบวินัยก็จะถูกตรวจสอบและติดตาม เช่น คน ๆ นี้ไม่มีสิทธิ์จะโดยสารเครื่องบินหรือรถไฟ เมื่อไปซื้อตั๋วก็จะมีข้อมูลปรากฏและไม่ได้รับการบริการ ระบบตรวจสอบของจีนแม่นยำมาก เขาจึงคุมคนของเขาได้ ทำให้การระบาดของเชื้อไวรัสเป็นไปอย่างไม่รวดเร็วและไม่รุนแรง วันนี้คนจีนมีเงินจะออกไปเที่ยวต่างประเทศก็ทำไม่ได้ เพราะรัฐบาลจีนเกรงว่าถ้าปล่อยให้คนในประเทศออกไปท่องเที่ยวหรือไปทำธุรกิจ ก็อาจจะเอาเชื้อระบาดที่ต่างประเทศมาติดคนจีน มันไม่คุ้ม

            ส่วนคนไทยบอกได้เลยว่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีวินัย ทำอะไรตามใจคือไทยแท้  การระบาดจึงยังคงปรากฏให้เห็นไม่สิ้นสุด

ประเทศเสรีประชาธิปไตย มิใช่ว่าไม่มีวินัยแต่การใช้“เสรีภาพ” อย่างไม่ลืมหูลืมตาของพวกเขามันล้นเหลือ ในสถานการณ์การระบาดจะมัวอ้างแต่เรื่องเสรีภาพไม่ได้ ต้องยึดวินัยเพื่อชีวิตรอด ไม่งั้นสถิติการระบาดก็ลดลงยาก

            ช่วงนี้โควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย(เดลต้า) กำลังระบาดหนักและระบาดได้รวดเร็วมีข่าวว่าวัคซีนยี่ห้อ “ซิโนแวค”ที่ฉีดแล้ว 2 เข็มเอาไม่อยู่ จะต้องฉีดเข็ม 3 ยี่ห้ออื่นหรือใครที่ฉีดซิโนแวคไปแล้ว 1 เข็ม ก็ขอให้ฉีดแอสตร้าซิเนก้าหรือวัคซีนยี่ห้ออื่นเป็นเข็มที่ 2 เป็นการสลับยี่ห้อวัคซีน ล่าสุดรัฐบาลก็ประกาศว่าควรมีการ “สลับวัคซีน” ตามที่คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสนอ แต่ผ่านไปแค่วันเดียว  “องค์การอนามัยโลก” (WHO)ออกมาปรามว่าไม่สมควรฉีดสลับวัคซีน ควรให้เป็นไปตามเดิม ยี่ห้อไหนก็ยี่ห้อนั้น เกรงว่าการสลับยังไม่มีข้อมูลเพียงพอว่าจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ แม้แต่การฉีดเข็มที่ 3 ก็เหมือนกัน WHO ก็บอกว่าอย่าฉีดเข็ม 3 เลย เอาเข็ม 3 ไปฉีดให้แก่ประเทศที่ประชาชนจำนวนมากยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเลยนักเข็มเดียวจะดีกว่า

            แม้ WHO จะออกมาปราม แต่เชื่อว่าถ้ามีผลการวิจัยที่สามารถยืนยันได้ว่าฉีดสลับหรือฉีดเข็ม 3 ต่างยี่ห้อได้และเกิดผลดี ก็เป็นเรื่องน่าจะทำได้ เพราะวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มไม่สามารถต้านเชื้อเดลต้าได้ อย่างไรก็ตามผลวิจัยต้องแม่นยำ ไม่ใช่ให้คนไทยเป็นหนูทดลองยา เพราะชีวิตคนไม่ใช่ของเล่น

            อย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้ว่า ถ้าใครติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็ขอให้ไปกินยา“ฟ้าทะลายโจร” แต่ถ้ายังไม่เป็น ก็ขอให้กินยา “3 แม่ทัพ”ป้องกันไว้ ก็ยังไม่เห็นว่ารัฐบาลจะจริงจังกับข้อเสนอนี้นัก

วันนี้รัฐบาลมี“โรงพยาบาลสนาม” ที่ใช้เป็นสถานที่รักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะ ก็ขอให้ทดลองใช้“ฟ้าทะลายโจร”กับผู้ติดเชื้อดูในโรงพยาบาลสนามดูบ้าง เพื่อจะเป็นข้อมูลว่าฟ้าทะลายโจรใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้จริงหรือไม่

กรณีพิธีกรชื่อดังและนักจัดประกวดนางงาม คือ นายณวัฒน์อิสรไกรศีล ออกมาแสดงอาการเหยียดหยามวัคซีนซิโนแวค-แอสตร้าเซเนก้า ว่าเป็น “วัคซีนเสิ่นเจิ้น”ไม่ขอฉีดเด็ดขาด จะรอฉีดวัคซีน “ไฟเซอร์” หรือ “โมเดอร์นา”เท่านั้น ปรากฏว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนนายณวัฒน์ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย(เดลต้า) เชื้อลงปอด อาการโคม่าถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ที่นายณวัฒน์แทบเอาชีวิตไม่รอด

            ก่อนติดโควิด นายณวัฒน์ยังไปตั้งเวทีจัดประกวด“มิสแกรนด์”ที่ จ.สมุทรสาคร ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บังคับให้สาวงามผู้เข้าประกวดไม่ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยอย่างเด็ดขาดถ้าไม่ทำตามจะถูกปรับเงินคนละ 60,000 บาท ปรากฏว่าผู้เข้าประกวดติดโควิด-19 กันกว่า 20 – 30 คน และคนที่ไปชมการประกวดอีกกว่า 100 คนตกเป็นผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต้องพากันไปตรวจหาเชื้อกันวุ่นวายไปหมด

            การที่นายณวัฒน์เหยียดว่าวัคซีนซิโนแวค-แอสตร้าฯเป็นวัคซีนเสิ้นเจิ้น ทำไมไม่คิดว่าวัคซีนชนิดนี้ WHO ก็ให้การรับรองแล้ว ประเทศจีนก็ฉีดยี่ห้อซิโนแวคและซิโนฟาร์มกันทั้งประเทศ จีนอยู่ในอันดับที่ 165 ของประเทศที่ติดเชื้อทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อน้อยกว่าไทยเสียอีก

เห็นได้ชัดว่าฉีด“ซิโนแวค-ซิโนฟาร์ม” ที่ผลิตในจีนให้แก่คนกว่าพันล้านคน เขาคุมอยู่

นักการเมืองพรรคก้าวไกลที่ก่นด่าด้อยค่าวัคซีนซิโนแวคด่ารัฐบาลอย่างสาดเสียเทเสีย แต่ถึงเวลานักการเมืองพรรคนี้ก็แห่กันไปฉีดซิโนแวคกันเป็นกลุ่มแรก ๆ และฉีดครบ 2 เข็มทุกคนแล้ว ก็ต้องถามกลับว่าคนพวกนี้มีจิตใจทำด้วยอะไร ทำไมใจมีแต่อคติ มือไม่ช่วยพายแต่ยังเอาท้าราน้ำ

            ก็ได้แต่ขอให้คนไทยทุกคนที่กำลังเผชิญกับการระบาดของโควิดขณะนี้ต้องล็อกดาวน์ตัวเอง รีบฉีดวัคซีนให้ครบ 2 เข็ม รักษาชีวิตให้รอด เชื้อโควิดเที่ยวนี้แรงมาก อย่าประมาทเด็ดขาด.

————————

“….ส่วนคนไทยบอกได้เลยว่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีวินัย ทำอะไรตามใจคือไทยแท้  การระบาดจึงยังคงปรากฏให้เห็นไม่สิ้นสุด ประเทศเสรีประชาธิปไตย มิใช่ว่าไม่มีวินัย แต่การใช้ “เสรีภาพ” อย่างไม่ลืมหูลืมตาของพวกเขามันล้นเหลือ ในสถานการณ์การระบาดจะมัวอ้างแต่เรื่องเสรีภาพไม่ได้…”

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!