กินแบบคนเมืองเพชร เมนูเด็ดอร่อยติดใจ เพชรบุรีสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก

ในปี พ.ศ. 2564 “จังหวัดเพชรบุรี” ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นตัวแทนประเทศไทย สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็น “เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก” ซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการยูเนสโก และประกาศผลช่วงปลายปี พ.ศ. 2564 นี้

                เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก หรือ UNESCO Creative Cities NetworkUCCN เป็นอีกหนึ่งโครงการของ “ยูเนสโกที่ดำเนินงานควบคู่กับการประกาศแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์โดยเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2547 เปิดรับคัดเลือกทุก ๆ 2 ปี เพื่อส่งเสริมการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industries) สู่ความร่วมมือในระดับนานาชาติของภาคประชาคม ประชาชนเอกชนและสาธารณะ UNESCO ได้ให้คำจำกัดความของ “เมืองสร้างสรรค์ Creative City” ว่าคือ การร่วมมือระหว่างชุมชนท้องถิ่นและภาครัฐในการสร้างสรรค์เมืองผ่านการพัฒนาสภาพแวดล้อม โครงสร้างทางสังคม ระบบโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และการนำสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียม ตลอดจนจารีตประเพณีของท้องถิ่นมาผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อนำไปสู่การเป็นเมืองที่มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการสร้างธุรกิจ หรืออุตสาหกรรมความคิดสร้างสรรค์ (Creative Industry)

                ยูเนสโก แบ่งประเภทเมืองสร้างสรรค์ออกเป็น 7 ประเภท ได้แก่ 1. เมืองแห่งวรรณกรรม (City of Literature) 2. เมืองแห่งภาพยนตร์ (City of Film) 3. เมืองแห่งดนตรี (City of Music)  4. เมืองแห่งหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (City of Crafts & Folk Arts) 5. เมืองแห่งการออกแบบ (City of Design) 6. เมืองแห่งศิลปะสื่อประชาสัมพันธ์ (City of Media art) 7. เมืองแห่งวิทยาการอาหาร (City of Gastronomy) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ถึง พ.ศ. 2562 มีเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกจำนวน 246 เมืองจาก 84 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ประเทศไทย มี 4 เมืองที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ ได้แก่ เมืองภูเก็ต เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร เมืองเชียงใหม่ เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน เมืองสุโขทัย เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน เมืองกรุงเทพฯ เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ

                เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร City of Gastronomy เป็น 1 ใน 7 ประเภทของเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก เป็นเมืองที่แสดงถึงวิทยาการด้านอาหารที่ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดเพชรบุรีมีภูมิศาสตร์และทรัพยากรอาหารที่อุดมสมบูรณ์ มีผลผลิตวัตถุดิบชั้นเลิศหลากหลาย สามารถผลิตสินค้าการเกษตรครบทุกด้าน ทั้งข้าว พืชผักผลไม้ เลี้ยงสัตว์ และประมง รวมถึงมีภูมิปัญญาในการแปรรูปและประกอบอาหารคาวหวานเมนูต่าง ๆ มากมาย รวมถึงมีรสชาติอาหารที่ได้จากวัตถุดิบสำคัญ ได้แก่ “รสหวาน” จากน้ำตาลโตนด “รสเค็ม” จากเกลือสมุทร “รสเปรี้ยว” จากมะนาวแป้น อีกทั้งยังมี “รสเผ็ด” จากพริกกะเหรี่ยง ด้วยสินทรัพย์ทางธรรมชาติ และสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมล้วนเป็นปัจจัยในการพัฒนาเมืองเพชรบุรีก้าวสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก

                การที่ จังหวัดเพชรบุรีก้าวสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร City of Gastronomy จะช่วยเพิ่มพื้นที่ โอกาส และการมีส่วนร่วมของคนกลุ่มต่าง ๆ ในพื้นที่ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอ ผู้ผลิตวัตถุดิบและผู้ประกอบการอาหารทั้งแบบอุตสาหกรรมและแบบชุมชน ทั้งภาคการผลิต ภาคการตลาด ภาควิชาการ ภาคเอกชน ร่วมมือกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ คุณค่า และอัตลักษณ์ในภูมิปัญญาด้านอาหารเพชรบุรีอย่างเป็นระบบ สร้างมาตรฐานอาหารคำนึงถึงคุณภาพและความปลอดภัย รวมทั้งออกแบบสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านอาหาร เพื่อคุณภาพชีวิตของชาวเมือง ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ และลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

*********************

กินแบบคนเมืองเพชร เมนูเด็ดอร่อยติดใจ

            “เพชรบุรี” เป็นเมืองหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องของอาหารการกินทั้งคาวและหวาน รสชาติจัดจ้านกลมกล่อม มีวัตถุดิบและเครื่องปรุงรสที่หาได้ในท้องถิ่น รวมถึงมีวัฒนธรรมการกินอาหารบางอย่างที่แตกต่างจากชาวเมืองอื่น อย่างการรับประทาน “ก๋วยเตี๋ยวกับซอสพริก” บรรดาร้านก๋วยเตี๋ยวน้ำแดง ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อ หมู ไก่ จุดเด่นอยู่ที่ น้ำซุปออกสีน้ำตาลแดงรสชาติกลมกล่อม หอมหวานด้วยน้ำตาลโตนดและเครื่องเทศต่าง ๆ ทีเด็ดของก๋วยเตี๋ยวน้ำแดงอยู่ที่การกินคู่กับ “ซอสพริก” เสิร์ฟพร้อมกับก๋วยเตี๋ยว หรือไม่ก็ใส่อยู่ในแก้วพวงเครื่องปรุงแต่ละร้านจะมีสูตรซอสพริกเป็นของตัวเอง แต่ส่วนผสมหลักก็จะมี ซอสพริก พริกกะเหรี่ยงดอง และ น้ำตาลโตนดเคี่ยว นิยมใส่ปรุงรสในชามก๋วยเตี๋ยว หรือตักใส่ถ้วยเล็ก ๆ ใช้เป็นซอสจิ้มเนื้อสัตว์เพิ่มรสชาติความอร่อย

                “ขนมจีนทอดมัน” เมนูยอดฮิตของคนเมืองเพชร เมนูอาหารที่จับคู่กันระหว่าง “ขนมจีน” กับ “ทอดมัน” ราดด้วยน้ำจิ้มแสนอร่อย ชาวเมืองอื่นอาจจะมองว่าเป็นเรื่องแปลก แต่เมนูนี้เป็นวัฒนธรรมการกินอันยาวนานของคนเมืองเพชร เริ่มจากทอดมันเนื้อปลากราย บางเจ้าก็ใช้ปลาอินทรีย์ หรือปลาทะเลชนิดอื่นผสมกับเครื่องพริกแกงเผ็ดให้เข้ากัน ปั้นเป็นชิ้นทอดในน้ำมันให้สุกเหลืองกรอบ บางเจ้าก็ใส่ใบกะเพราสดผสมในเนื้อทอดมันเพิ่มความหอมกรอบอร่อย ทอดมันเนื้อนุ่มหนึบ รับประทานคู่กับ “น้ำจิ้มสูตรเด็ด” ที่มีทั้งรสเปรี้ยว เผ็ด เค็ม และรสหวาน นอกจากนี้ยังมี “ห่อหมก” ที่สามารถกินคู่กับขนมจีนได้ด้วยเช่นกัน

                “ข้าวแช่อาหารชาววังตำรับเมืองเพชร” วัฒนธรรมการกินข้าวแช่สืบทอดมาจากในวัง เมื่อครั้ง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เสด็จมาประทับพระนครคีรี (เขาวัง) เจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น พระสนมเอกในรัชกาลที่ 4 ซึ่งมีเชื้อสายมอญได้ทำข้าวแช่ถวาย จากนั้นวัฒนธรรมการกินข้าวแช่จึงตกทอดสู่คนเมืองเพชร แม้จะเป็นอาหารชาววัง แต่คนเมืองเพชรบุรีได้นำวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีอยู่มาทำเป็นเครื่องเคียงแสนอร่อย เครื่องเคียงข้าวแช่เมืองเพชร มีด้วยกัน 3 อย่าง ได้แก่ “ปลากระเบนผัดหวาน” เนื้อปลากระเบนยีเป็นฝอยผัดกับน้ำตาลโตนดจนเหนียวได้ที่ “หัวไชโป้ผัดหวาน” หรือ หัวผักกาดเค็มผัดหวาน นำหัวไชโป้ที่หั่นเป็นเส้นเล็ก ๆ ผัดกับน้ำตาลโตนด ให้รสชาติหวาน เค็ม และ “ลูกกะปิ” เครื่องเคียงที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบหลายอย่าง ได้แก่ เนื้อกุ้งสด กุ้งแห้ง ผสมกับกะปิ กระชาย หัวหอม ตะไคร้ พริกไทย ถั่วลิสงคั่ว มะพร้าวคั่ว น้ำตาลโตนด เกลือ นำส่วนผสมทุกอย่างโขลกให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ เท่ากับปลายนิ้วก้อย ชุบไข่ที่มีส่วนผสมของไข่เป็ด แป้งข้าวเจ้า ทอดในน้ำมันให้เหลืองกรอบดูน่ารับประทาน

                “ข้าวแช่” ทำจากข้าวเจ้าขาวนำไปต้มในน้ำเดือด จากนั้นล้างน้ำขัดผิวนอกออกให้เหลือแต่แกนข้าว นำมานึ่งอีกครั้งก็จะได้เมล็ดข้าวสีขาวสวย รับประทานโดยใส่น้ำอบควันเทียน มีดอกมะลิ และดอกกระดังงาลนไฟใส่ลงไปน้ำข้าวแช่ให้มีกลิ่นหอม เวลาเสิร์ฟใส่น้ำแข็งในถ้วยข้าวแช่เพิ่มความเย็นสดชื่น เพื่อให้เข้าถึงรสชาติและรสสัมผัสของการกินข้าวแช่ ให้รับประทานเครื่องเคียงก่อน จากนั้นจึงค่อยตักข้าวแช่ตาม จะได้ทั้งความหอม และความชื่นใจ ที่สำคัญไม่ควรตักเครื่องเคียงผสมกับข้าวแช่ เพราะจะทำให้เสียรสชาติความอร่อย และดูไม่น่ารับประทาน

                “ลอดช่องน้ำตาลข้น” เมนูขนมหวานเมืองเพชรที่มี “น้ำตาลโตนด” เป็นตัวประสานความอร่อยของเนื้อลอดช่องสิงคโปร์นุ่มหนึบ และเครื่องเคียงอื่น ๆ อาทิ สับปะรด เผือก มัน เม็ดแมงลัก ทับทิมกรอบ ลูกชิด ข้าวโพด ถั่วแดง น้ำแข็งไส กะทิสด นมข้น ราดด้วย “น้ำตาลข้น” ที่ทำจากน้ำตาลโตนดเคี่ยวจนเข้มข้น ทำให้ส่วนผสมทุกอย่างในแก้วอร่อยหวานลงตัว กินแล้วเย็นสดชื่น เมนูโปรดของคนเมืองเพชร

                เมืองเพชรบุรียังมีเมนูอาหารคาวหวานต่าง ๆ ให้ลิ้มลองรสชาติความอร่อย ทั้งแกงหัวตาล แกงหลอก ขนมหม้อแกง ขนมตาล ขนมหวานต่าง ๆ ล้วนแล้วสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาคนเมืองเพชร รังสรรค์จากวัตถุดิบท้องถิ่น ชูรสชาติอาหารทั้งรสหวาน เปรี้ยว เค็ม เผ็ด รวมเป็น “รสเพ็ชร์” อาหารของคนเมืองเพชรที่อยากให้คนทั่วโลกได้ลิ้มลอง.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!