ขับไล่ ผอ.รร.วัดบางขุนไทร หากไม่ดำเนินการจะย้ายลูกหลานออกจากโรงเรียน ด้าน ผอ.เปิดใจแถลงถูกกลั่นแกล้ง บริสุทธิ์ใจ ตรวจสอบได้ สพป.เขต 1 เตรียมตั้งกรรมการสอบแล้ว

ขับไล่ ผอ.รร.วัดบางขุนไทร หากไม่ดำเนินการจะย้ายลูกหลานออกจากโรงเรียน

ด้าน ผอ.เปิดใจแถลงถูกกลั่นแกล้ง บริสุทธิ์ใจ ตรวจสอบได้ สพป.เขต 1 เตรียมตั้งกรรมการสอบแล้ว

          เมื่อเวลา 11.00 น วันที่ 8 ตุลาคม ชาวบ้านตำบลบางขุนไทร อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี นำโดย น.ส.สุพัตรา นุชเซ๊าะ น.ส.การะเกด น้ำทิพย์ ชาวบ้านตำบลบางขุนไทร พร้อม คณะครูและนักเรียน รร.วัดบางขุนไทร (ผดุงวิทยา) กว่า 70 คน เดินทางมาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 1 ยื่นหนังสือร้องเรียนขอให้ตรวจสอบกรณีพฤติกรรมที่ไม่ชอบของ นางวิรัลพัชร์ รินรดาทิตาวีร์ ผอ. โรงเรียนวัดบางขุนไทร โดยมี นายศุภชัย ชนะดี ผอ.สนง.สพป.เพชรบุรี เขต 1 และนายกนก ปิ่นตบแต่ง ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี เป็นผู้รับมอบหนังสือ


          หนังสือร้องเรียนดังกล่าว สรุปได้ว่า นางวิรัลพัชร์ ผอ.รร.วัดบางขุนไทร มีความประพฤติมิชอบหลายประเด็น คือ ไม่โปร่งใสเกี่ยวกับเครื่องแบบนักเรียนเนื่องจากมีการจัดหาร้านค้ามาขายที่โรงเรียนเพียงร้านเดียว และบังคับแจกคูปองให้ผู้ปกครองซื้อจากร้านดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งมีราคาสูงและไม่มีคุณภาพ ไม่มีของที่ต้องการ, มีการให้ครูเป็นผู้ทำอาหารกลางวันในโครงการอาหารกลางวันโดยไม่จ้างแม่ครัวทำให้เบียดบังเวลาการเรียนการสอน, มีพฤติกรรมดูหมิ่นผู้ปกครองและนักเรียนให้อับอายภายในที่ประชุมผู้ปกครอง, เมื่อเด็กทำของเล่นในสนามเด็กเล่นของโรงเรียนพังเสียหายจะเรียกเก็บเงินทั้งทั้งที่เป็นสมบัติสาธารณะของโรงเรียน, ไม่มีการนำนักเรียนไปทัศนศึกษาเหมือนทุกปีที่ผ่านมา, มีการล็อกประตูห้องน้ำโดยแบ่งให้นักเรียนใช้ช่วงชั้นละ 1 ห้อง และให้ครูประจำชั้นเป็นผู้ถือกุญแจ ซึ่งทำให้เด็กนักเรียนลำบากในการใช้ห้องน้ำ, ไม่ให้ใช้ไฟส่องสว่างหรือใช้พัดลมในห้องเรียนช่วงเช้าถึงเที่ยงอ้างว่าเป็นการประหยัดพลังงาน, ให้นักเรียนออกไปเรี่ยไรเงินในวันแห่เทียนพรรษาเงินที่ได้มาถวายหลวงพ่อวัดบางขุนไทร เมื่อหลวงพ่อคืนเงินให้ไปพัฒนาโรงเรียนและสมทบเพิ่มเติมให้อีก 20,000 บาท แต่กลับไม่มีการพัฒนาใดๆ, มีการบังคับให้นักเรียนลงชื่อไม่ย้ายผู้อำนวยการโรงเรียน หากไม่ลงชื่อจะให้นักเรียนติด 0 หากลงชื่อไม่ให้ย้ายจะให้นักเรียนผ่านทุกวิชา เป็นการนำผลการเรียนมาแลกเปลี่ยนเพื่อผลประโยชน์, มีการแอบอ้างว่าใช้งบประมาณส่วนตัวกว่า 180,000 บาท บริจาคซื้อของในสนามเด็กเล่น ซึ่งไม่แน่ใจว่ากรณีดังกล่าวเป็นเงินของส่วนตัวหรือเป็นของรัฐบาล

 


          “ ชาวบ้าน ครู นักเรียน ในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน และถูกเอารัดเอาเปรียบมากจึงขอให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ย้าย นางวิรัลพัชร์ ผอ.รร.วัดบางขุนไทรออกนอกพื้นที่โดยด่วน หากไม่ย้าย ผอ. พวกเราจะย้ายลูกหลานออกจากโรงเรียนทั้งหมด” นางสุพัตรากล่าว

          ด้านวิรัลพัชร์ ชี้แจงว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามมติจากที่ประชุมคณะครูและผู้ปกครอง โดยมีคณะกรรมการสถานศึกษาร่วมรับรู้รับทราบทุกประเด็น ประเด็นเรื่องความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับเครื่องแบบนักเรียน ขอชี้แจงว่าเป็นการจัดหาร้านค้าเพื่อให้ผู้ปกครองสะดวกในการ รับใบเสร็จมายื่นขอการสนับสนุนจากโรงเรียนไม่ได้เป็นการบังคับ ผู้ปกครองท่านใดมีร้านค้าเฉพาะสามารถเลือกไปเลือกซื้อเองได้ ส่วนเรื่องของคุณภาพสินค้ารับจะไปดำเนินการโดยอาจเปลี่ยนร้านหรือให้ร้านปรับปรุงคุณภาพสินค้าเพิ่มขึ้น ประเด็นอาหารกลางวัน เดิ โรงเรียนใช้การเหมาจ่ายแม่ครัวทำอาหารกลางวันแต่ต่อมาตรวจสอบพบว่ามีคุณภาพและปริมาณน้อย คณะครูจึงมีการประชุมและเสนอว่าจะดำเนินการจัดทำอาหารเอง โดยครูใช้วิธีการจัดเวรคาบว่างจากการสอนมาทำอาหารและสลับหมุนเวียนกัน ประเด็นมีการพูดจาดูหมิ่นผู้ปกครอง มิได้เป็นการเปรียบเทียบให้อับอายหรือ ดูหมิ่นเพื่อให้คนอื่นเกลียดชัง เป็นการยกตัวอย่างบุคคลหนึ่ง และมีการกล่าวขออนุญาตในที่ประชุมแล้ว ซึ่งบุคคลดังกล่าวก็รับทราบ กรณีสนามเด็กเล่นของโรงเรียนที่มีความเสียหาย และมีการกล่าวหาว่าต้องนำเงินมาชดใช้ ไม่เป็นความจริงเพราะตนให้ครูผู้รับผิดชอบชี้แจงเพื่อหาความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างครูและผู้ปกครองในการตักเตือนอบรมและเน้นย้ำให้เด็กนักเรียนมีความระมัดระวัง ในการรักษาสิ่งของ มีวินัยในการเล่น ไม่ได้มีการเรียกเก็บเงินแต่อย่างใด กรณีทัศนศึกษาในปีนี้มีการนำเด็กนักเรียนทุกชั้นช่วงชั้นไปทัศนศึกษาในวันวิทยาศาสตร์


          ส่วนการล็อคประตูห้องน้ำ เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองว่ามีการใช้ห้องน้ำสกปรก จึงมีการประชุมและสรุปให้ครูประจำชั้นถือกุญแจ นักเรียน 1 ชั้นเรียนต่อห้องน้ำ 1 ห้อง เมื่อเด็กนักเรียนต้องการเข้าห้องน้ำก็สามารถขออนุญาตจากครูประจำชั้นได้ กรณีไม่ให้ใช้ไฟ พัดลมในห้องเรียนช่วงเช้า เป็นไปตามนโยบายประหยัดไฟ โดยให้เปิดหน้าต่างห้องเรียนเพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวกและแสงสว่างส่องลอดเข้าแต่ไม่ได้บังคับเป็นกฎเกณฑ์ตายตัวหากวันใดมีอากาศร้อน ก็สามารถจะเปิดใช้งานได้อย่างเต็มที่ กรณีเงินที่ได้จากการเรี่ยไรนำไปถวายหลวงพ่อวัดบางขุนไทรประมาณ 20,000 บาทเศษ และหลวงพ่อให้มอบให้กับคืนมาเพื่อไปพัฒนาโรงเรียน และเมื่อวันแม่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา หลวงพ่อได้มอบเงินสมทบมาอีก 20,000 บาท รวม 40,000 บาทเศษ มีโครงการจะนำไป ปรับปรุงภูมิทัศน์ สนามเด็กเล่น ตลอดจนห้องน้ำของนักเรียน

          กรณีมีครูไปบังคับให้นักเรียนลงชื่อไม่ย้ายผู้อำนวยการโรงเรียน ยืนยันว่าไม่ได้สั่งการให้มีการกระทำ และไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ตลอดจนไม่เห็นด้วยที่จะมีข้อแลกเปลี่ยนทางการเรียนมาแลกกับผลประโยชน์ไม่ว่ากับของใคร ส่วนกรณีกล่าวอ้างว่า ตนได้บริจาคเงินกว่า 180,000 บาทเพื่อซื้อของในสนามเด็กเล่นนั้น ไม่ได้เป็นการบริจาคแต่เป็นการสำรองเงินส่วนตัวจ่ายไปก่อนเนื่องจากยังไม่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณมาได้ทันเวลา โดยตนสำรองจ่ายในส่วนของสนามเด็กเล่นไปกว่า 100,000 บาทและในส่วนของการสร้างปรับปรุงอาคารโรงเรียนอาคารเรียนใหม่กว่า 100,000 บาท

          ขอความเป็นธรรมให้กับตนด้วย ยืนยันทำทุกอย่างโดยถูกต้องตามระเบียบกฎเกณฑ์ และทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้กระทำผิด ใดๆทั้งสิ้น คาดว่าประเด็นที่มีการร้องเรียนอาจจะเกิดจากกลุ่มบุคคล ที่ไม่พอใจเพราะตนไม่ยินยอมเซ็นตรวจรับโครงการก่อสร้างอาคารเรียนเนื่องจากพบการทุจริตในการก่อสร้าง และไม่พอใจที่ตนตักเตือนพฤติกรรมของครู บางท่านที่ใช้อำนาจไม่ถูกต้องและมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ตลอดจนบางส่วนอาจไม่พอใจการประเมินการทำงานของครูผู้ช่วย ตลอดจนไม่พอใจที่ตนและคณะกรรมการบริหารสถานศึกษาพบว่ามีการทุจริตเงินกองทุนของโรงเรียนซึ่งมีเงินหายไปกว่า 50,000 บาท ยืนยันจะดำเนินการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุดมีเอกสาร ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้
เบื้องต้น นายกนก ปิ่นตบแต่ง ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้และจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการต่อไป

http://https://www.youtube.com/watch?v=rdmQIpd6pqY

ทีมข่าวเพชรภูมิ : รายงาน

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!