ศัพท์ช่าง : เชื่อง

จตุพร บุญประเสริฐ

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้นิยามคำว่า เชื่อง ว่าเป็นคำวิเศษณ์มักจะใช้กับสัตว์ หมายถึง ไม่เปรียว ไม่ดุ ที่คุ้นเคยกับคน  การเลี้ยงสัตว์ให้เชื่องไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าของจะต้องใช้เวลา ใช้หัวใจ มีความอดทน เพื่อจะปรับพฤติกรรมเดิมตามสัญชาตญาณของสัตว์ให้เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าของได้

สัตว์บางตัวพึงใจที่จะให้ใช้ไม้อ่อน แต่สัตว์บางตัวต้องใช้ไม้แข็ง โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่ สัตว์ที่มีนิสัยดุร้าย สัตว์มีพิษ เหล่านี้ ต้องระวังแม้จะถูกหัดดัดนิสัยให้เชื่องแต่ก็ไม่ควรที่เจ้าของจะไว้ใช้ง่าย ๆ จึงมีคำว่า เลี้ยงไม่เชื่อง ใช้ในเชิงบริภาษ หมายถึง เนรคุณ อกตัญญู เพราะสัตว์บางตัวเลี้ยงแล้วก็มักจะแว้งกัด คอยลอบทำร้ายเจ้าของ หรือผู้มีพระคุณได้เสมอ

โคลงโลกนิติสอนไม่ให้ไว้ใจใครง่าย ๆ แม้ว่าสิ่งนั้นจะคุ้นเคยก็ตาม ดังโคลงบทที่ว่า

          ช้างสารหกศอกไซร้        เสียงา
งูเห่ากลายเป็นปลา                     อย่าต้อง
ข้าเก่าเกิดแต่ตา                         ตนปู่ ก็ดี
เมียรักนอนร่วมห้อง                           อย่าได้วางใจ

ดังนั้น การเลี้ยงสัตว์จนเชื่อง คือ เจ้าของสามารถออกคำสั่งให้สัตว์นั้นเชื่อฟัง และทำตามคำสั่งได้ดังใจ

เชื่อง ยังใช้ร่วมกับคำอื่น มีทั้งที่ประสมแล้วได้ความหมายเค้าเดิม และได้ความหมายใหม่ เช่น

เชื่องมือ เป็นคำศัพท์ทางเชิงช่างที่นำความหมายของคำว่า เชื่อง เช่นเดียวกับความหมายแรกมาใช้ “แต่เปลี่ยนจากบังคับสัตว์ มาเป็นบังคับปูนเเทน” คือ ช่างสามารถปั้นปูนให้มีลีลาต่าง ๆ ได้งดงามดังใจ ปั้นแล้วได้วง ได้เส้น ยอดสะบัด ไม่งอ ไม่พับ เชื่อง ในทางเชิงทางจึงมีความหมายเชิงลึกที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและการฝึกฝนฝีมือของช่างอยู่นานแรมปีด้วย

ช่างปั้นมือใหม่และช่างปั้นฝึกหัดมักจะพบอุปสรรคเวลาปั้นปูนอยู่เสมอ ทำให้ผลงานที่ออกมาแรก ๆ ยังไม่เข้าที่เข้าทาง ครูช่างก็จะบอกว่าเป็นเพราะยังไม่เชื่องปูน หรือ ปูนยังไม่เชื่องมือ จะต้องหัดไปเรื่อย ๆ ปูนก็จะเชื่องเอง แต่โดยมากถ้าไม่รักจริงกว่าปูนจะเชื่องมือก็จะออกไปทำอาชีพอื่นกันหมด

เชื่องช้า ก็เป็นอีกคำที่มีความหมายใหม่แต่เน้นความหมายที่คำหลัง หมายถึง อืดอาด ยืดยาด ไม่ว่องไว

     คำศัพท์ช่างยังมีมาก เอาไว้คราวหน้าจะเขียนให้อ่านกันอีก

คำชวนคิด ๑๗ ม.ค. ๒๕๖๔

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!