งามหน้า, งามไส้

ความสวย ความงาม เป็นการประเมินคุณค่าสิ่งต่าง ๆ ที่ใช้ความรู้สึกทางตาและใจเป็นส่วนสำคัญในการตัดสิน ที่หลาย ๆ คนปรารถนาเพื่อปรุงใจให้ชุ่มชื่น

             เรื่องการชมความงาม โดยเฉพาะการชมอย่างละเอียด ในทางวรรณคดีไทยถือเป็นขนบที่จะต้องกล่าวถึงซึ่งไทยรับคตินี้จากวรรณคดีสันสกฤตของอินเดีย อวัยวะในร่างกายที่ต้องกล่าวถึงในขนบการชม คือ ใบหน้า ส่วนอวัยวะอื่น ๆ ก็ค่อยไล่ชมเรียงกันไปเป็นส่วน ๆ ตั้งแต่หัวไปจรดเท้า หากจะดูอย่างละเอียดแนะนำให้ดูจากวรรณคดีเรื่อง กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก ของ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศ ขอยกตัวอย่าง การชมความงามของใบหน้า ดังนี้

                   พิศพักตร์ลักขณาน้อง        เป็นนวลผ่องก่องกอมหมาย

             แจ่มจันทร์วันเพ็ญฉาย             นวลงามนักพักตร์อรเหมือน

                   ชมพักตร์ลักษณอ่าอ้าง      โฉมฉาย

             นวลผ่องก่องกลมหมาย           มุ่งต้อง

             แจ่มจันทร์วันเพ็ญคลาย           มูลเมฆ

             นวลพักตราแห่งน้อง                 พี่นี้มีเหมือน

                แบบนี้ถือว่าเป็นความหมายโดยตรง คือ หน้างามจริง ๆ  แต่ถ้าใช้กลับกันเป็นงามหน้า โดยนัยมีความหมายไปในทางประชดประชันและแฝงน้ำเสียงที่ดูจะสร้างความอับอายขายหน้าเสียมากกว่าชื่นชมพอเอามาใช้คู่กับคำว่า งามไส้ ก็เลยมีความหมายเข้าคู่ไปในทางเดียวกัน แต่ส่วนใหญ่ งามไส้ จะใช้เป็นคำบริภาษเสียมากกว่า เช่นด่าคนที่ทำไม่ดีว่าไอ้งามไส้, ใช้เป็นคำพูดติดตลกว่าไอ้งามไส้, หรือเกิดเรื่องงามไส้ขึ้นแล้ว หมายถึง ทั้งด่าทั้งตำหนิพวกที่ชอบก่อเรื่องขึ้น

             “งามหน้า งามไส้ หลังนักข่าวต่างประเทศประโคมข่าว คลิปตำรวจไทย นำโดย “ผกก. โจ้” พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก. สภ. เมืองนครสวรรค์ ใช้ถุงดำคลุมศีรษะผู้ต้องหาคดียาเสพติด กรรโชกทรัพย์ จนผู้ต้องหาเสียชีวิต ฉาวไปทั้งบาง เหม็นหึ่งไปทั้งข้อง” (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔)

             เหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่ผ่านคลิปของกล้องวงจรปิดในสถานีตำรวจเมืองปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ที่ออกมากลบข่าวต่าง ๆ เสียหมด ทำให้ข่าวนี้ดังไกลไปนอกประเทศ เท่ากับตีปี๊บการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานราชการให้ดังขึ้นไปอีก เพราะประจานทั้งหน้าและ ไส้ ที่เริ่มเหม็นในวงการตำรวจไทย

             หลายคนที่ตามข่าวก็พอจะทราบดีว่าข่าวนี้กระทบกระเทือนภาครัฐหลายองค์กร ตั้งแต่ตำรวจ นิติเวช นักกฎหมาย ทนายความ และอย่าลืมว่าองค์กรเหล่านี้เคยตกเป็นข่าวสร้างความไม่น่าเชื่อถือให้กับสังคมมาแล้วจากคดีความ ทายาทกระทิงแดงชนตำรวจตาย เมื่อปี ๒๕๕๕ ของ นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ที่หากไม่มีคนมาฟื้นฝอย ก็ทำเอาหมิ่นเหม่จนเกือบจะหมดอายุความ

             กรณีของ ผกก.โจ้ นี่ก็เช่นกัน หลายคนเริ่มจะไม่ค่อยให้ความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของไทย ถึงแม้จะถูกจับพร้อมคลิปหลักฐานมัดตัวชัดเจนอย่างที่เห็น แต่สิ่งที่สังคมตั้งคำถามมากที่สุดคือ วิธีการที่ตำรวจนำมาใช้ในการสอบสวนผู้กระทำผิด

             “สังคมโจษขาน วิจารณ์กันแหลก ปฏิบัติการสุดโหด “โจ้เฟอร์รารี่” พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์คุลมหัวรัดคอผู้ต้องหาค้ายาจนตายคามือ… การใช้วิธีโหดร้ายทารุณซ้ำยังมีพฤติกรรม “ปล้นโจร” เช่นนี้ สังคมรับไม่ได้ เสื่อมเสียไป ทั้งวงการสีกากี” (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔)

             แบบนี้กระมังที่เข้ากับสำนวน งามหน้า และ งามไส้ เพราะข้อเท็จจริงตามที่ข่าวเสนอ เป็นผลลบที่สะท้อนการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่ถึงเวลาต้องปฏิรูป จากคำให้การของผู้ร่วมลงมืออีก ๖ คน ที่เป็นลูกน้อง ผกก.โจ้ ต่างเห็นพ้องกันว่า “ทำตามคำสั่งนาย” นายนี้จะหมายถึงใครก็ไม่รู้ได้ แต่ที่แน่ ๆ นายคนนี้คงมีส่วนเรื่องการรับผลประโยชน์

             อย่างที่กล่าวข้างต้นว่า สำนวนงามหน้า หมายถึง พฤติกรรมที่ทำให้อับอาย ขายหน้า จนต้องแทรกแผ่นดินหนี มีกล่าวถึง ในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนพรายงามได้นางศรีมาลา

             ครานั้นศรีมาลานารี        รู้สึกสมประดีได้ยินเสียง

ลืมตาเห็นชายอยู่ปลายเตียง       เจ้ามองเมียงจำได้ว่าพลายงาม

นึกสำคัญในจิตคิดว่าฝัน            ไม่หวาดหวั่นยิ้มแล้วก็ทักถาม

นึกอย่างไรใจกล้าเข้ามาตาม       จะเกิดความงามหน้าพากันอาย

             อีกเรื่องหนึ่งที่กล่าวถึง สำนวนงามหน้า คือวรรณคดีเรื่อง สังข์ทอง ตอน ท้าวสามลรู้สึกอับอายที่หกเขยตีคลีแพ้

             เมื่อนั้น                        ท้าวสามลคอตกตีอกผาง

ดุเดือดเต็มประดาร้องด่าพลาง    ไอ้คนอะไรช่างไม่มีอาย

ท่าทางสอนให้ก็ไม่จำ                จะแกล้งทำให้เขาริบฉิบหาย

ดูเอาเล่าเถิดซินางแม่ยาย          ลูกเขยมันจะขายพ่อตา

พลางด่าหกธิดาพาโล               ผัวมึงสำแดงโง่ทำงามหน้า

ยังจะเท้าแขนหยัดดัดกิริยา         จะเป็นข้าเขาไม่ทุกข์สนุกใจ

          พอรู้ว่าผู้ต้องหาทั้งหมดในคดี คลุมถุงดำ ออกมาแถลงข่าวที่ดูจะ แถ ลง ไปเรื่อย ๆ จนเกรงว่าผู้ต้องหาอาจจะรอดความผิดเสียกระมัง เพราะกลัวจริง ๆ กับระบบอุปถัมภ์ เท่าที่ฟังข่าวรู้สึกว่า การแถลงข่าว คือ การสำแดงโง่ทำงามหน้า ทำวงการตำรวจพังจริง ๆ งานนี้

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!