จับตา‘คดี ผกก.โจ้ คลุมหัวฆ่า’ จะไม่เป็นมวยล้มต้มคนดู !! การละเมิดสถาบันกษัตริย์ทำไมเกิดมากสมัย ‘นายกฯลุงตู่’

เรื่องร้อนในเวลานี้คงไม่มีอะไรจะเกินไปกว่ากรณี “ผู้กำกับฯโจ้”พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ที่ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ประมาณ 6 – 7 คนร่วมกันใช้ถุงพลาสติกครอบคลุมหัวผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติดจนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตเป็นข่าวโด่งดังไปทั้งประเทศและฉาวโฉ่ไปทั่วโลก

            สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมด้านลบของตำรวจที่ชัดเจนด้วยภาพและเสียงจากกล้องวงจรปิดที่ถูกนำมาเผยแพร่ ตำรวจกลุ่มนี้ยังคงใช้วิธีการเดิม ๆ ในการสอบสวนเค้นหาความจริงผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัย

เสียงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปตำรวจมาตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจเมื่อกว่า 7 ปีที่ผ่านมายังไม่เดินหน้าไปถึงไหน รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่เคยจริงจังในการปฏิรูปตำรวจตามที่ประกาศไว้

วิธีฆ่าคนหรือทรมานคนโดยใช้ถุงพลาสติกครอบหัว หากมองย้อนไปในอดีต เจ้าหน้าที่รัฐเคยใช้วิธีนี้กับผู้ต้องหาคอมมิวนิสต์มาแล้ว เพราะวิธีนี้แทบจะไม่ปรากฏร่องรอยการฆ่าให้เห็น ผู้ลงมือกระทำจะโบ้ยว่าหัวใจวายตายบ้าง เป็นลมตายบ้าง หรือกรณีที่เกิดขึ้นนี้ก็อ้างกับแพทย์ว่าช็อกยาเสพติดตาย

หากนำศพไปผ่าหรือตรวจพิสูจน์โดยละเอียดในทางนิติเวชจึงจะพบความจริง!!

            นายสมพงษ์ ศรียะพันธ์อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด เคยเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ถ้าต้องการฆ่าคนโดยไม่ให้ปรากฏร่องรอยของบาดแผล ก็ใช้วิธีเอาถุงพลาสติกคลุมหัวให้ขาดอากาศหายใจ“ถ้าคนร้ายมีอาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่โต้กลับด้วยอาวุธ มีบาดแผลปรากฏเป็นหลักฐานก็ยังพอจะมีเหตุผลในการใช้อาวุธ แต่ถ้าคนร้ายไม่มีอาวุธและต้องการจัดการกับคนร้ายก็มักจะใช้วิธีเอาถุงคลุมหัวให้ขาดอากาศหายใจ”

วิธีการเอาถุงพลาสติกคลุมหัวแม้เป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง แต่ที่ผ่านมาตำรวจหลายคนมักใช้วิธีการนี้เพื่อต้องการทรมานผู้ต้องหาให้รับสารภาพตามที่ตำรวจต้องการแต่เล่นกันถึงตายมันก็มากเกินไปไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม

แม้ว่าขณะนี้“ผู้กำกับฯโจ้” และผู้ร่วมก่อเหตุทุกคนได้ถูกจับกุมและมอบตัวหมดแล้ว แต่ในทางคดีกำลังถูกจับตาว่าจะได้รับการปฏิบัติให้ตรงไปตรงมาตามกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากผู้กำกับฯหนุ่มรายนี้มีเงินมากมาย มีบ้านและรถหรูก็เกือบ 30 คันมูลค่าหลายร้อยล้านบาทอีกทั้งว่าที่พ่อตาก็เป็นถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 มีเส้นสายเชื่อมโยงสารพัด

การแถลงข่าวของ ผบ.ตร.และคณะเมื่อคืนวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็เหมือนตั้งโต๊ะให้ผู้กำกับฯโจ้ได้แก้ตัวเพื่อร้องขอความเห็นใจจากสังคม อ้างว่าทำเพื่อชาวนครสวรรค์ไม่ให้มียาเสพติด ไม่มีเจตนาฆ่า ยอมรับว่าพลั้งพลาดจนทำให้ผู้ต้องหาถึงแก่ความตาย ปฏิเสธเรื่องรีดเอาเงินจากผู้ตาย ฟังดูแล้วเหมือนแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ เนื่องจากอ้างว่าจับผู้ต้องหาค้ายาเสพติดแต่ไม่มีของกลางและไม่มีการลงบันทึกประจำวันในวันเกิดเหตุขณะนี้หวั่นว่าจะเป็นมวยล้มต้มคนดู

            ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คิดว่าควรจะสังคายนาวงการตำรวจอย่างจริงจังได้แล้ว ตำรวจเลวจำนวนหนึ่ง ทำให้ภาพพจน์ตำรวจดีทั้งประเทศต้องเสียหาย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับหน้าเสื่อเป็นประธาน ก.ตร. ถูกจี้ถามเรื่องการปฏิรูปตำรวจอยู่บ่อยครั้ง ก็แค่ตั้งกรรมการแล้วเงียบหาย นานไปก็ไม่มีอะไรคืบหน้าเหมือนเดิม ซื้อเวลาไปวัน ๆ เดาไว้ล่วงหน้าได้เลยว่าไม่มีทางจะเห็นการปฏิรูปตำรวจสำเร็จในรัฐบาลชุดนี้

ส่วนความเคลื่อนไหวด้านการเมือง กรณี นายธนัตถ์ธนากิจอำนวย หรือ “ไฮโซลูกนัท”ที่ไปร่วมกิจกรรมชุมนุมขับไล่รัฐบาลร่วมกับม็อบ 3 นิ้ว โดนอาวุธไม่ทราบว่าจากฝ่ายใด ได้รับบาดเจ็บที่ดวงตา บอดหรือไม่ก็ยังไม่แน่ใจ เข้าโรงพยาบาลรักษาดวงตาแค่ 2 วัน ก็ออกจากโรงพยาบาลประกาศว่าตาข้างขวาบอดแล้ว ทำให้สงสัยว่าบาดเจ็บถึงขนาดตาบอดทำไมไม่นอนพักรักษาตัว มันผิดปกติวิสัยของคนเพิ่งตาบอดใหม่ ๆ

การไปร่วมชุมนุมกับม็อบ 3 นิ้วหลังจากบาดเจ็บที่ดวงตาขวา ไฮโซลูกนัทก็แต่งกายด้วยเสื้อสูทลำลอง สะพายกล้องถ่ายภาพแบบรุ่นเก่า ใครพบเห็นก็จะรู้ทันทีว่าไฮโซหนุ่มคนนี้แต่งกายล้อเลียนในหลวง ร.9 ดูทีท่าแล้วอาการทางจิตคงหนักหนาสาหัส

การแสดงออกของไฮโซลูกนัทก่อความไม่พอใจแก่คนไทยที่จงรักภักดี พ่อแม่ของไฮโซลูกนัทก็ออกมาแสดงข้อความความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้สังคมรู้ว่ามีแนวความคิดเรื่องสถาบันฯอยู่ตรงข้ามกับลูก

น่าตกใจที่ไฮโซลูกนัทโต้กลับบิดาตัวเองและคนที่เห็นตรงข้ามกับตน โดยประกาศตัดพ่อตัดลูก พร้อมสาปแช่งพ่อและคนที่ไม่เห็นด้วยกับตนให้ไปลงนรก

ทุกวันนี้คนจำนวนมากสงสัยว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ไปทำความเดือดร้อนอะไรให้กับขบวนการ 3 นิ้วและพวกชังชาติ

60 – 70 ปีที่ผ่านมาคนไทยทั้งประเทศได้เห็นในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชินีสิริกิติ์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ตรากตรำพระวรกายเพื่ออาณาประชาราษฎร์ ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร มีแต่พระมหากรุณาธิคุณแต่ทำไมเด็กรุ่นนี้จึงพยายามจาบจ้วงและแสดงความอาฆาตมาดร้าย

การจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์เกิดขึ้นมากในช่วงนี้และกำลังฮึกเหิมแรงกล้ามากขึ้นทำให้เกิดความสงสัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายทหารที่ได้ชื่อว่ามีความจงรักภักดีสูงและได้มีโอกาสเป็นผู้นำประเทศ เหตุใดจึงปล่อยให้เกิดขบวนการละเมิดสถาบันกษัตริย์เติบโตขึ้น  กฎหมายเกี่ยวกับการละเมิดสถาบันฯก็มีอยู่ แต่การบังคับใช้อ่อนมาก มีสมัยไหนบ้างที่มีคนออกมาล่วงละเมิดสถาบันกษัตริย์ไทยในที่สาธารณะอย่างเปิดเผยมากเหมือนสมัยนี้

จำได้ว่าขบวนการล้มเจ้าที่นำโดยอดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ นักการเมืองของพรรคก้าวไกล รวมตลอดถึงคนรุ่นใหม่หัวรุนแรง เช่น เพนกวิน, รุ้ง, ทนายอานนท์, ไมค์, ไผ่ ดาวดิน, มายด์, แอมมี่ ฯลฯพวกนี้แรก ๆ ก็ลองเสนอ 10 ข้อให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์เมื่อคราวชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พอเห็นว่าสามารถทำได้ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็ยิ่งเหิมเกริม ชุมนุมปักหมุดคณะราษฎร์, บุกพระราชวัง, เผาพระบรมฉายาลักษณ์, ใช้วาจาก้าวล่วงหยามหมิ่น, เผาป้อมตำรวจ, เผารถตำรวจ, ทำลายทรัพย์สินของราชการ ฯลฯ

ฉากหน้าก็บอกว่าออกมาไล่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่โดยเนื้อแท้แล้วมุ่งไปในทางละเมิดและด้อยค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ ช่วงหลังพวกแกนนำไม่กล้าออกหน้า หลบไปอยู่หลังฉาก ปล่อยให้แกนนำที่ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษาบ้าระห่ำออกมาเป็นทัพหน้า หลายคนถูกจับติดคุก ถูกปล่อยตัวและกระทำซ้ำ จนขณะนี้ไม่ได้รับการประกันตัว ตอนนี้ก็ยังออกมาชุมนุมกันแทบทุกวัน อ้างว่าไม่มีแกนนำ ม็อบส่วนใหญ่เป็นประเภทวัยรุ่นเกเรก้าวร้าวรุนแรง ถ่อย หยาบคายส่วนใหญ่เป็นเด็กแว้น เด็กส่งอาหารเสื้อแดงรับจ้าง รวมถึงมีเด็กอายุประมาณ 14 – 15 ปีเข้าร่วมด้วย เอาประทัดยักษ์ ระเบิดเพลิง อิฐ หิน หนังสติ๊กยิงลูกแก้ว-หัวน็อต บางคนเอาอาวุธปืนจริงและระเบิดแสวงเครื่องมาในที่ชุมนุม นับวันจะเจออาวุธร้ายแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

คุณฐาปนีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวชื่อดังไปสอบถามเด็กเหล่านี้ว่ามาชุมนุมต้องการเรียกร้องอะไร ได้รับคำตอบว่า“มันดี” บางคนก็บอกว่ารัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวทำให้สุมหัวกันแว้นไม่ได้ เสพสิ่งเสพติดไม่ได้ ฟังแล้วก็รู้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้มาชุมนุมกันเพื่อเรียกร้องทางการเมือง แต่ต้องการก่อกวนป่วนเมือง สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน เห็นความเดือดร้อนของชาวบ้านเป็นเรื่องสนุก ซึ่งแน่นอนต้องมีคนอยู่เบื้องหลังคอยให้เงินสนับสนุนเพื่อมาก่อความวุ่นวาย หลายคนมองโยงไปถึงสหรัฐอเมริกาคอยชักใยให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

ในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 พวกนี้ก็ไม่สนใจ เอาเรื่องวัคซีนป้องกันโควิด-19 มาโจมตีเชื่อมโยงไปยังสถาบันฯ โจมตีวัคซีนที่ส่งมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าเป็นวัคซีนไม่มีคุณภาพ เรียกร้องให้เอาวัคซีนไฟเซอร์, โมเดอร์น่าที่ผลิตจากสหรัฐอเมริกาเท่านั้นจึงจะเป็นวัคซีนเทพที่เชื่อถือได้ โดยไม่คิดว่าวัคซีนซิโนแวคและซิโนฟาร์มของจีนสามารถรักษาคนจีนกว่าพันล้านคนและคนอีกหลายประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนถึงขณะนี้จีนแผ่นดินใหญ่แทบจะไม่มีใครติดโควิด-19 แล้ว

ส่วนกรณีม็อบ 3 นิ้วเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก ก็ต้องถามกลับว่าต้องการให้ลาออกด้วยสาเหตุใด ถ้ารัฐบาลนี้มีการทุจริตจนมีหลักฐานชัดเจนและ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ถึงเวลานั้นถ้าไม่ลาออก คนทั้งประเทศก็ออกมาขับไล่ให้ออกเอง ในอดีตผู้นำประเทศที่มีพฤติกรรมทุจริตก็ขับไล่มาแล้วหลายคน

ทุกวันนี้ตอนที่มีการชุมนุมกัน กำลังตำรวจก็เยอะมาก ปล่อยให้เด็กเกเรพวกนี้อ้างประชาธิปไตย อ้างใช้สิทธิชุมนุมสงบ ก็เห็น ๆ อยู่ว่าพวกนี้ชุมนุมกันทุกครั้งไม่เคยสงบ สร้างแต่ความเดือดร้อน กำลังตำรวจก็สามารถปิดล้อมโอบจับหรือไล่จับอย่างเด็ดขาดได้ แต่ไม่ค่อยกล้าจัดการ ขืนตั้งรับแบบนี้ ชาวบ้านที่ทำมาหากินไม่ได้และคนที่ต้องใช้เส้นทางสัญจรต้องเดือดร้อนหนัก ใครจะรับผิดชอบ 

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไม่รู้ว่าเป็นกรรมการของชาติอะไร ทำไมคอยแต่ปกป้องพวกทำผิดกฎหมาย พวกก่อความเดือดร้อนให้บ้านเมือง สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกละเมิดชาวบ้านถูกละเมิด กรรมการสิทธิฯเคยแสดงบทบาทปกป้องบ้างหรือไม่ ไม่รู้ว่าจะมีกรรมการสิทธิมนุษยชนฯพวกนี้ไปทำไม

สมัยนายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็น รมว.ศึกษาธิการได้ยกเลิกการเรียนวิชาประวัติศาสตร์และวิชาหน้าที่พลเมือง ทำให้เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้รากเหง้าความเป็นไทยและไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง วัฒนธรรมจะหยั่งรากลึกลงได้ คนในชาติต้องมีสำนึกรักบ้านเกิด สำนึกในเกียรติภูมิของตัวเอง ดูอย่างสาธารณรัฐประชาชนจีน ไม่ทนสหรัฐอเมริกาที่คอยบีบคั้นกลั่นแกล้ง คนในชาติได้พร้อมใจลุกขึ้นมาแอนตี้สหรัฐฯในทุกทางอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและได้ผล

ไทยเราปล่อยให้คนในชาติใช้สิทธิเสรีภาพเกินความพอดี ไม่เชื่อกฎหมาย ไม่เชื่อรัฐบาล ไม่มีสำนึกความรักชาติ ลืมรากเหง้าชาติกำเนิดของตัวเอง มีคนคอยปลุกเร้าให้ชังชาติ ชังแผ่นดินถิ่นเกิด ชังสถาบันพระมหากษัตริย์ ยังไม่สายเกินไปที่จะนำวิชาประวัติศาสตร์ วิชาหน้าที่พลเมืองกลับมาปลูกฝังคนรุ่นใหม่ได้ร่ำเรียนกัน.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!