จำลอง เทพพานิช ครู-นักธุรกิจ หญิงแกร่งบนแผ่นดินเพชรบุรี

“จำลอง เทพพานิช” ชื่อนี้เป็นที่รู้จักในฐานะเคยเป็นครู เป็นนักธุรกิจหญิงที่เคยล้มลุกคลุกคลานจนต้องอยู่ในสภาพเป็นคนล้มละลายทางการเงิน และกำลังจะถูกธนาคารยึดทรัพย์ในช่วง “วิกฤตต้มยำกุ้ง” ได้ลุกขึ้นต่อสู้ฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจอันแสนเลวร้ายจนสามารถสร้างฐานความมั่นคงทางการเงิน และธุรกิจโครงการบ้านจัดสรร “หมู่บ้านเทพพานิช” ประสบความสำเร็จได้อย่างน่าภาคภูมิใจ อีกทั้งเป็นผู้มากด้วยจิตเมตตา อุทิศตนเพื่อประโยชน์ต่อสังคมเรื่อยมาถึงปัจจุบัน

          “เส้นทางชีวิต” ฉบับนี้ขอร้อยเรียงเรื่องราวประวัติ นางจำลอง เทพพานิช มารดานายสมภพ เทพพานิช ผู้จัดการบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด, นายกิตติพงษ์ เทพพานิช นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี, นายภูวดล เทพพานิช ผู้จัดการบริษัท โพธิ์พูนศักดิ์ ๒๔๘๕จำกัด (หมู่บ้านเทพพานิช) และ นายนคร เทพพานิช รองผู้อำนวยการ โรงเรียนสุวรรณรังสฤษฏ์วิทยาลัย สมาชิกสภาเทศบาลเมืองเพชรบุรี

                ผู้เขียนได้รับข้อมูลจากคำบอกเล่าที่เจ้าตัวเล่าย้อนอดีตจากความทรงจำให้ “เพชรภูมิ” ได้รับฟัง ณ เรือนไทยริมสระน้ำกลางหมู่บ้านเทพพานิช ต.โพไร่หวาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี

                นางจำลอง เทพพานิช (นามสกุลเดิม “โพธิ์พูนศักดิ์”) เกิดเมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๔๘๕ ที่ ต.โพพระ อ.เมือง จ.เพชรบุรี เป็นธิดาคนเดียวของ นายเผียน-นางรำพัว โพธิ์พูนศักดิ์ ในวัยเยาว์นางจำลองกำพร้ามารดามาตั้งแต่เกิด ด้วยความรักและสงสาร นายเผียนผู้เป็นบิดาได้พาภรรยาของเพื่อนมาให้นมบุตรสาวดื่มกินที่บ้าน และมีอยู่วันหนึ่งนางจำลองเป็นไข้ตัวร้อนภรรยาเพื่อนคนดังกล่าวจึงได้อยู่ดูแลโดยไม่ได้กลับบ้าน เพื่อนจึงเกิดความระแวงหึงหวงได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายเผียนจนเสียชีวิต นายเจียน-นางพิน หอมฉุย ผู้เป็นคุณตาและคุณยาย จึงเลี้ยงดูนางจำลองนับแต่นั้นมา

                ครอบครัวของคุณตาเจียน-คุณยายพินประกอบอาชีพทำนาและเป็นพ่อค้าคนกลางรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาไปส่งให้โรงสีหลายแห่งในตัวเมืองเพชรบุรี จนมีเงินมีทอง เมื่อนางจำลองถึงวัยเรียนคุณตาและคุณยายได้ส่งให้เข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาที่ โรงเรียนวัดโพพระใน (รุ่งรังสฤษฏ์) ต.โพพระ อ.เมือง จ.เพชรบุรี จนจบชั้น ป.๔ จากนั้นเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนสตรี-ปริยัติรังสรรค์ อ.เมือง จ.เพชรบุรี

                ระหว่างเรียนนางจำลองได้พักอาศัยอยู่ที่ “โรงแรมรัตนภักดี” (อยู่ตรงข้ามซอยทางเข้าโรงเรียนอนุบาลเพชรบุรี) ซึ่งเป็นโรงแรมของ นายสนั่น โพธิ์พูนศักดิ์ ผู้เป็นคุณอา อยู่นาน ๓ ปี ขณะนั้นคุณตาเจียนและคุณยายพินเห็นว่าทีโรงแรมมีผู้คนพลุกพล่าน ด้วยความเป็นห่วงหลานสาว ในปี ๒๕๐๐ จึงได้มาซื้อที่ดินปลูกบ้านและย้ายมาอยู่ดูแลหลานสาวที่หน้าวัดป้อม ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี

                หลังจากนางจำลองเรียนจบชั้น ม.๖ ที่โรงเรียนสตรีปริยัติ-รังสรรค์แล้ว ก็ได้เข้าศึกษาต่อชั้น ม.๗ ที่ โรงเรียนปริยัติรังสรรค์ (วัดกุฎีดาว) ที่มี อาจารย์แสวง เอี่ยมองค์ เป็นครูใหญ่ และมีอาจารย์สมาน สรรพคุณ เป็นครูสอนในขณะนั้น เมื่อถึงเวลาสอบเลื่อนชั้นขึ้น ม.๘ ที่โรงเรียนเดียวกัน ปรากฏว่านางจำลองสอบไม่ผ่าน ขณะนั้นมีลูกศิษย์ของ พระศรีพัชราจารย์ หรือ “หลวงพ่อบุศย์” เจ้าอาวาสวัดกุฎีดาวผู้ก่อตั้งโรงเรียนปริยัติรังสรรค์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นศึกษาธิการจังหวัดในขณะนั้นและมีความสนิทกับครอบครัวคุณตาเจียนและคุณยายพิน จึงให้นางจำลองมาทำงานเป็นครูสอนที่โรงเรียนสตรีปริยัติรังสรรค์ อยู่นาน ๒ ปี

                ระหว่างนั้นนางจำลองได้พบรักกับ นายสุพัตร เทพพานิช ผู้จัดการโรงเรียนสุวรรณรังสฤษฏ์วิทยาลัย มีตำแหน่งทางการเมืองเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองเพชรบุรี และเป็นนักเขียนเรื่องสั้นใช้นามปากกา พ่อนคร” แต่งงานมีบุตรด้วยกัน ๔ คน คือ นายสมภพ-นายกิตติพงษ์-นายภูวดล และ นายนคร เทพพานิช

                ภายหลังจากแต่งงานคุณยายพินเสียชีวิต คุณตาเจียนจึงให้นางจำลองลาออกจากงานมาดูแลบ้านและคอยเก็บค่าเช่านา เพื่อที่ตัวคุณตาเจียนจะไปถือศีลปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดชีว์ประเสริฐ ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี นางจำลองเก็บค่าเช่านาอยู่นานหลายปีจึงหันมาทำธุรกิจค้าข้าวส่งโรงสีรวมถึงเปิดบ้านขายน้ำมันมือหมุนหลอดแก้ว ขายข้าวและน้ำตาลปี๊บอีกด้วย

                ต่อมานายสุพัตรผู้เป็นสามีล้มป่วยเป็นโรคมะเร็ง นางจำลองต้องนำเงินที่เก็บออมมาเป็นค่ารักษาตัวให้แก่สามีครั้งละหลายแสนบาท หลังจากนายสุพัตรเสียชีวิตในปี ๒๕๒๒ นางจำลองต้องเลี้ยงดูบุตรเพียงลำพังคนเดียว เงินทองที่เก็บออมไว้ก็ค่อย หมดไป จึงคิดที่จะขายที่ดินมรดกบริเวณหลังวัดป้อมเพื่อนำเงินมาเป็นทุนการศึกษาให้แก่บุตร แต่ถูกนายสมภพและนายกิตติพงษ์ผู้เป็นบุตรชายห้ามไม่ยอมให้ขายพร้อมแนะนำให้ทดลองทำบ้านจัดสรรขึ้นบนที่ดินดังกล่าว

                จากนั้นในปี ๒๕๓๕ นางจำลองได้เปิด บริษัท โพธิ์พูนศักดิ์ ๒๔๘๕ จำกัด เริ่มดำเนินโครงการบ้านจัดสรร
“หมู่บ้านเทพพานิช” เริ่มแรกได้ดำเนินโครงการก่อสร้างเป็นบ้านทาวน์เฮาส์ ๒ ชั้น ๒๔ ยูนิต บนที่ดินส่วนตัวจำนวน ๒๐๐ ตารางวา ที่ซอยประสานสุข หน้าโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) มูลค่า ๑๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากนั้นได้ซื้อที่ดินข้างเคียงเพิ่มอีกประมาณ ๒ ไร่ เพื่อทำโครงการที่ ๒ โดยจัดสรรทำบ้านทาวน์เฮาส์ ๒ ชั้น อีก ๖๔ ยูนิต มูลค่า ๔๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท หลังเปิดตัวโครงการปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดี มีผู้สนใจสั่งจองบ้านจนแทบไม่พอขาย ทำให้ในปี ๒๕๓๗ นางจำลองได้ซื้อที่ดินบริเวณถนนท่าหิน ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี เพื่อขยายโครงการที่ ๓ โดยขึ้นบ้านลักษณะเดียวกันเป็นทาวน์เฮาส์๒ ชั้น ๑๓ ยูนิต มูลค่า ๑๐,๑๔๐,๐๐๐ บาท ซึ่งมีผู้สนใจสั่งจองบ้านจำนวนมากจนสามารถปิดโครงการได้รวดเร็วอย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วย

                ต่อมาในปี ๒๕๓๘ ญาติที่ ต.โพไร่หวาน ได้รวมกลุ่มเจ้าของที่ดินทำการพัฒนาจัดสรรที่ดินแบ่งขายเป็นแปลงย่อย ๆ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากขาดเงินลงทุน จึงมาขอร้องให้นางจำลองรับซื้อโครงการต่อ เมื่อนางจำลองไปปรึกษากับบุตรชายทั้ง ๔ คน และมีความเห็นตรงกันจึงตัดสินใจระดมทุนจากภาคเอกชน ธนาคาร และเงินส่วนตัวมาซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวประมาณ ๔๐ ไร่ เพื่อจัดทำโครงการ ๔ โดยจัดสรรที่ดินแบ่งขายเป็นแปลงย่อย ๆ ได้ประมาณ ๒๐๐ แปลง ๆ ละ ๕๐-๖๐ ตารางวา ซึ่งนางจำลองสามารถขายที่ดินได้มากถึง ๕๐% ของพื้นที่ทั้งหมด

                จนกระทั่งในปี ๒๕๔๐ ได้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ต้มยำกุ้ง” หรือ ฟองสบู่แตก” ส่งผลทำให้ธุรกิจการจัดสรรที่ดินของนางจำลองต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากโครงการขาดสภาพคล่อง

                นางจำลองเล่าว่า “ช่วงนั้นป้าอยู่ในสภาพคนล้มละลายทางการเงินและชื่อเสียง ต้องแบกรับภาระหนี้สินมากมาย มีเจ้าหนี้ทุกภาคส่วนได้เร่งรัดทั้งดอกเบี้ยและเงินต้น ธนาคารก็กำลังจะเข้ามายึดทรัพย์ มีอยู่หลายครั้งที่เจ้าหนี้มาทวงเงินจากการซื้อสินค้าถึงที่บ้าน จนนายกิตติพงษ์ผู้เป็นบุตรชายต้องออกมาขอร้องและรับปากจะหาเงินมาชดใช้ให้ จนเจ้าหนี้ยินยอมผ่อนผันให้”

                ตลอดระยะเวลาในช่วงที่วิกฤตเศรษฐกิจยังไม่มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัว นางจำลองพยายามคิดที่จะฟื้นฟูกิจการขึ้นมา แต่ก็ประสบปัญหาในเรื่องของเงินลงทุน อีกทั้งสถาบันการเงินก็ไม่ปล่อยสินเชื่อให้ นางจำลองจึงตัดสินใจนำโฉนดที่ดินไปขอกู้เงินนอกระบบมาลงทุนจัดทำโครงการบ้านราคาถูก ซึ่งก็ได้ผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าเรื่อยมาจนสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้

                ต่อมาเมื่อเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นและรัฐบาลจัดให้มี โครงการบ้าน ธอส.-กบข.เพื่อที่อยู่อาศัยข้าราชการ นางจำลองได้ทำการเปิดตัวบ้านเดี่ยวราคาถูก ซึ่งสามารถขายได้ถึง ๖๐ หลัง จนกระทั่งธุรกิจดำเนินไปด้วยดีจนสามารถปลดภาระหนี้สินได้ทั้งหมดและยังมีเงินเหลือซื้อที่ดินเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาโครงการ “หมู่บ้านเทพพานิช” ปัจจุบันมีบ้านที่ขายแล้วไปแล้วทั้งสิ้นประมาณ ๑,๐๐๐ หลัง และกำลังจะก่อสร้างอีกประมาณ ๕๐๐ หลัง

                ที่ผ่านมานางจำลองได้พัฒนา โครงการหมู่บ้านเทพพานิช” จนสามารถสร้างผลกำไรได้จำนวนพอสมควร ซึ่งเงินส่วนหนึ่งนางจำลองได้นำไปทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและช่วยเหลือประโยชน์ต่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง เช่น เป็นเจ้าภาพทอดกฐินพระราชทานที่วัดใหญ่สุวรรณารามฯ, วัดมหาธาตุวรวิหาร, วัดคงคารามวรวิหาร, วัดมหาสมณารามราชวรวิหาร (วัดเขาวัง) และเป็นเจ้าภาพทอดกฐินวัดราษฎร์อีกหลายวัด อีกทั้งร่วมบริจาคสร้างอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าฯ มอบเงินให้แก่สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งกุ่มสะแก จังหวัดเพชรบุรีเป็นประจำทุกปี มอบทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนวัดจันทราวาส(ศุขประสารราษฎร์) และโรงเรียนวัดคงคาราม สมทบทุนบูรณะอุโบสถวัดชีว์ประเสริฐ ร่วมสร้างอุโบสถวัดหนองเขาอ่อน, วัดนางย่อน จ.พังงา และบริจาคทรัพย์เพื่อสาธารณกุศลอีกมากมาย

                นอกจากนี้นางจำลองยังอุทิศตนเพื่อสังคมเคยดำรงตำแหน่ง ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเพชรบุรี, กรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี, กรรมการสภากาชาดไทย จ.เพชรบุรี, กรรมการมูลนิธิพระเทพ-สุวรรณมุนี, กรรมการมูลนิธิสุวรรณมหาธาตุนิธิ, กรรมการตำรวจ (กก.ตร.) จ.เพชรบุรี, กรรมการสโมสรไลออนส์นครคีรี และตำแหน่งอื่น ๆ อีกมากมาย

                ด้วยความดีดังกล่าวส่งผลทำให้นางจำลองได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗, รางวัลเกียรติคุณ แม่ดีเด่นแห่งชาติ” ในงานวันแม่แห่งชาติ ด้านแม่ผู้มีความมานะ อุตสาหะ ในการประกอบอาชีพและเลี้ยงดูบุตร และรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น เป็นต้น

                นับได้ว่า นางจำลอง เทพพานิช เป็นบุคคลที่มีเกียรติประวัติในการสู้ชีวิต และมีจิตใจโอบอ้อมอารี
เสียสละกำลังกายและกำลังทรัพย์เพื่อประโยชน์ส่วนรวม สมควรยกย่องให้เป็นแบบอย่างแก่คนรุ่นหลังสืบไป.

                นางจำลอง เทพพานิช เข้าเฝ้ารับพระราชทานของที่ระลึกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่นำเงินเดือนเดือนแรกของบุตรชายคนโตที่มอบให้ไว้ น้อมเกล้าฯ ถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้ากฐิน ณ พระอุโบสถวัดเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพฯ เมื่อ ๒๗ ต.ค. ๒๕๓๗

            บุตรชายทั้ง คนของนางจำลอง เทพพานิช

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!