ชัดเจนแล้ว! นักเรียนเรียนออนไลน์ตลอดภาคเรียนที่ 1 โรงเรียนเอกชนเสนอเงิน 2,000 บาทจ่ายเป็นค่าเทอม

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า นักเรียนทุกระดับชั้นรวมถึงนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีต้องเรียน “ออนไลน์” ตลอดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ตามคำสั่งประกาศของจังหวัดเพชรบุรีให้ทุกโรงเรียนหรือสถานศึกษาทุกประเภทเน้นรูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ หรือเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านเป็นหลัก ควบคู่กับการใช้ใบงาน แบบฝึกหัด หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม

หลังจากเลื่อนวันมาโรงเรียนหลายต่อหลายรอบ เนื่องด้วยสถานการณ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพชรบุรี นำโดย นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.เพชรบุรี โดยความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2564 ได้ออกประกาศคำสั่งจังหวัดเพชรบุรี กำหนดให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาทุกประเภท ให้จัดการเรียนการสอน หรือการทำกิจกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ได้เฉพาะรูปแบบดังต่อไปนี้ 1. การเรียนการสอนผ่านทีวี ระบบเคเบิ้ลทีวี ระบบดาวเทียม (On Air) 2. การเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต (Online) 3. การเรียนการสอนโดยการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ (On Demand) และ 4. การเรียนการสอนโดยการจัดหนังสือ แบบฝึกหัด ใบงานให้กับนักเรียน เพื่อนำไปเรียนรู้ที่บ้านภายใต้ความช่วยเหลือของผู้ปกครอง (On Hand) ส่วนการจัดการเรียนการสอน หรือการทำกิจกรรมอื่นใดในรูปแบบการเรียนการสอนตามปกติ (On Site) ทำได้ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ในวันเดียวกัน 27 กรกฎาคม 2564 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการมาตรการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายการศึกษาของครัวเรือนและประชาชนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอุดมศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน สำหรับนักเรียนในระบบการศึกษาไทยภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ดังนี้ 1) สนับสนุนค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 2,000 บาทต่อนักเรียน 1 คน 2) จัดสรรค่าใช้จ่ายให้แก่สถานศึกษา เพื่อช่วยจัดการเรียนรู้ และ 3) ลดหรือตรึงค่าใช้จ่ายในโรงเรียนเอกชนให้เท่ากับปีการศึกษา 2563

นายอรุณ สรรพคุณ ผอ.รร.พรหมานุสรณ์ฯจ.เพชรบุรี กล่าวว่า ทางโรงเรียนได้ประกาศแจ้งให้นักเรียนและผู้ปกครองรับทราบว่าตลอดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 นี้ทางโรงเรียนพรหมา-นุสรณ์ฯ จัดการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ทั้งหมด ทั้งห้องเรียนโครงการ และห้องเรียนปกติทุกระดับชั้น ก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนได้มอบหมายให้ครูประจำชั้นสำรวจและช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบปัญหาการเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตโดยใช้เงินช่วยเหลือเป็นรายกรณีคนละ 2,000 บาท ส่วนเรื่องของการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ได้มอบหมาย ให้ครูผู้สอนแต่ละรายวิชาดำเนินการเก็บคะแนนระหว่างเรียนอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงนับเวลาการเข้าเรียนทุกครั้ง

“เนื่องจากการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติจะมีการสอบเก็บคะแนน หรือประเมินจากผลงานระหว่างเรียน การสอบกลางภาค และการสอบปลายภาค แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เทอมนี้ไม่สามารถจัดเรียนการสอนในห้องเรียนได้ตลอดทั้งเทอม  จึงได้ให้ฝ่ายวิชาการและครูผู้สอนพิจารณาวิธีการวัดและประเมินผลในแต่ละรายวิชาตามความเหมาะสม พิจารณาตามเนื้อหาการสอน การบ้าน แบบฝึกแบบปฏิบัติที่มอบหมาย ทั้งนี้
ขอให้คุณครูยืดหยุ่นตามความเหมาะสม” ผอ.รร.พรหมานุสรณ์ฯ

ส่วนเรื่องการสนับสนุนค่าใช้จ่าย 2,000 บาท รวมถึงการลดค่าเทอมให้ผู้ปกครองนั้น ผอ.อรุณ สรรพคุณ กล่าวว่า รับทราบโดยหลักการไว้แล้ว รอในส่วนเงินที่รัฐบาลจะโอนมาให้สถานศึกษา และดำเนินการโอนให้กับผู้ปกครอง ส่วนค่าเทอมภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2564 นั้น รายการใดที่ไม่ได้ดำเนินการ หรือโรงเรียนไม่สามารถจัดกิจกรรมให้ได้จะตัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปทั้งหมด ขณะนี้ทางโรงเรียนจัดเก็บค่าเทอมนักเรียนเฉพาะชั้น ม.1 และ ม.4 ส่วนชั้นอื่น ๆ ยังไม่ได้จัดเก็บค่าเทอม ดังนั้นทางโรงเรียนจะทำเรื่องพิจารณาการคืนเงินให้ผู้ปกครองที่ชำระค่าเทอมเป็นที่เรียบร้อยก่อน

ด้าน ดร.วิทยา พัฒนวงศ์ ผอ.รร.อรุณ-ประดิษฐ กล่าวว่า เบื้องต้นทางโรงเรียนได้คาดการณ์ไว้ว่า ถ้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังเป็นเช่นนี้ ทางโรงเรียนโดยคณะผู้บริหาร หัวหน้าฝ่ายวิชาการ และคณะครูได้วางแผนการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ไว้ตั้งแต่ต้นภาคเรียนการศึกษา เนื่องจากโรงเรียนอรุณประดิษฐเปิดสอนตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาล ชั้นอนุบาล ชั้นประถมศึกษา และชั้นมัธยมศึกษา จำนวนนักเรียนค่อนข้างมาก แม้ว่าทางโรงเรียนจะเน้นรูปแบบการสอนออนไลน์เป็นหลัก แต่จะเสริมด้วยแบบเรียน แบบฝึกหัด รวมถึงใบงานต่าง ๆ เพื่อที่จะช่วยให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในบทเรียนเพิ่มมากขึ้น

“ส่วนประเด็นเรื่องการสอบปลายภาคเรียน เบื้องต้นได้มีการประชุมครูฝ่ายวิชาการ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้แต่ละรายวิชา เพื่อที่จะประเมินและหาข้อสรุปว่าจะใช้วิธีการสอบในรูปแบบใด  ดังนั้นวิธีการสอบจะเน้นการสอบวัดและประเมินผลเฉพาะในรายวิชาหลัก อาจจะใช้วิธีการสอบข้อเขียน หรือตั้งคำถามปลายเปิด ส่วนวิชารองจะใช้การเก็บคะแนนระหว่างเรียน โดยจะทำการตัดเกรดทุกรายวิชา” ดร.วิทยา

ส่วนเรื่องที่รัฐบาลจะช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาให้กับผู้ปกครองเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท และขอความร่วมมือกับทางโรงเรียนเอกชนให้ลดหรือค่าใช้จ่ายให้เท่ากับปีการศึกษา 2563 นั้น ทาง ดร.วิทยา มองว่าในส่วนนี้จะดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยหลักการพิจารณาของโรงเรียนเบื้องต้น กิจกรรมใดหรือค่าใช้จ่ายใดที่ทางโรงเรียนไม่ได้ดำเนินการ ส่วนนี้จะไม่มีการเรียกเก็บจากผู้ปกครอง กรณีที่ผู้ปกครองจ่ายค่าเล่าเรียน (ค่าเทอม) เต็มจำนวน กิจกรรมใดที่ไม่ได้ดำเนินการจะคืนเงินให้ผู้ปกครองทั้งหมด

“ส่วนเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง 2,000 บาท ขณะนี้ทางรัฐบาลยังไม่ได้แจ้งว่าจะให้เงินในรูปแบบวิธีการใด จะให้กับผู้ปกครองโดยตรง หรือจะให้ด้วยวิธีการใด แต่ทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. ได้ทำแบบสอบถามมายังโรงเรียนเอกชน ส่วนมากมีความเห็นตรงกันว่า ขอให้รัฐบาลโอนเงินมาที่โรงเรียน และนำเงินจำนวนดังกล่าวมาใช้ในลักษณะหักเป็นค่าเทอม ด้วยเหตุผลเนื่องจากผู้ปกครองส่วนใหญ่ 70 เปอร์เซ็นต์ยังไม่ได้ชำระค่าเทอมภาคเรียนที่ 1 จึงนำเงิน 2,000 บาท หักเป็นค่าเทอม และให้ผู้ปกครองจ่ายส่วนที่เหลือ ซึ่งอาจจะไม่มาก เป็นการแบ่งเบาภาระค่าเทอมของผู้ปกครอง แต่ขณะเดียวกันถ้ารัฐโอนหรือจ่ายเงินให้ผู้ปกครอง 2,000 บาทไปโดยตรง ผู้ปกครองบางคนก็อาจจะไม่นำเงิน 2,000 บาท มาจ่ายเป็นค่าเล่าเรียนหรือค่าเทอม ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อโรงเรียน”

                ดร.วิทยา ยังให้เหตุผลในเรื่องนี้อีกว่า กรณีที่รัฐบาลระบุว่าจะโอนเงินให้ผู้ปกครอง คำว่า ผู้ปกครองในที่นี้หมายถึงใคร เพราะนอกจากพ่อแม่แล้ว ยังมีนักเรียนอีกหลายคนที่มีบุคคลอื่นดูแลค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากพ่อแม่ อาจจะเป็นลุงหรือป้า หรือญาติพี่น้องคนอื่น ๆ ดังนั้นทางกลุ่มโรงเรียนเอกชนจึงมีความเห็นและข้อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องการสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครองอย่างรอบคอบ และขอให้ใช้เงิน 2,000 บาทที่ผู้ปกครองจะได้รับเป็นส่วนช่วยลดค่าเทอมเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาล.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!