ชาวบ้านบางกลอยล้มป่วย อดอยากกินแต่บะหมี่สำเร็จรูป ธารน้ำใจคนไทยบริจาคสิ่งของช่วยเหลือ

จากสภาพปัญหาไม่มีที่ดินทำกิน หรือที่ดินไม่เหมาะสมกับการเพาะปลูก ตกงานไม่มีรายได้ทำให้หลายชีวิตในหมู่บ้านบางกลอย หมู่ที่ 1 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ตกอยู่ในสภาพที่อดอยากปากแห้ง ขาดอาหารที่มีคุณค่าบริโภค รับประทานแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสิ่งของที่ได้รับบริจาค นานวันเข้าร่างกายก็เริ่มเจ็บป่วยไม่สบาย รวมถึงแม่ที่ไม่มีน้ำนมเลี้ยงลูกน้อย

          น.ส.อัญชลี อิสมันยี หรือ “น้ำ” วัย 34 ปี ลูกสาวคนโตของ “อ๊อด” สมศักดิ์ “ริน” สุรินทร์ อิสมันยี ศิลปินเพลงชาวเพชรบุรีในนาม “วงคีตาญชลี” เธอเป็นคนเมืองเพชรบุรีที่ออกมาเป็นปากเสียงเรียกร้อง “สิทธิ” และ “ศักดิ์ศรี” ของชาวบ้านบางกลอยที่อาศัยอยู่ในป่าแก่งกระจาน ที่ล่าสุดผืนป่าแห่งนี้เพิ่งจะได้รับขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติ” จากยูเนสโก เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมานี้

          น้ำ-อัญชลี มองว่า ชาวบ้านบางกลอยกำลังเผชิญวิกฤตความอดอยากขาดแคลนอาหารในการบริโภค จนทำให้หลายคนเจ็บป่วยไม่สบายนั้นเป็นผลพวงจากการจัดเรื่องที่ทำกินที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ขาดความเข้าใจในวิถีชีวิตของชาวชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ภายหลังเจ้าหน้าที่รัฐอพยพชาวบ้านในพื้นที่บ้านใจแผ่นดิน และบ้านบางกลอยบนลงมาอาศัยอยู่บนที่ดินร่วมกับชาวบ้านโป่งลึกเมื่อปี พ.ศ. 2539 มีความพยายามในการจัดสรรที่อยู่ที่ทำกินให้กับประชาชน 57 ครอบครัว แต่ถึงวันนี้หลายครอบครัวก็ยังประสบปัญหาไม่มีที่ดินทำกินไม่เพียงพอกับจำนวนครอบครัวขยาย รวมถึงสภาพที่ดินไม่เหมาะสมกับการเพาะปลูก มีลักษณะเป็นดินลูกรังเชิงภูเขาที่ไม่สามารถทำไร่หมุนเวียนตามวิถีชีวิตดั้งเดิมได้ ถูกปรับเปลี่ยนให้ทำการเกษตรเชิงเดี่ยวที่พึ่งพาแหล่งน้ำ ปุ๋ย และปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อพื้นที่ทำการเกษตร ทำให้หลายคนต้องออกจากหมู่บ้านไปทำงานรับจ้างอื่น ๆ เพื่อหาเงินซื้อข้าวสาร และอาหารบริโภคทั้งที่อยู่ในผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ 

          “แทบจะทุกปีที่เครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงต้องรวบรวมข้าวสาร ข้าวเปลือก อาหารอื่น ๆ นำมามอบให้ชาวบ้านบางกลอยในฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่ได้ข้าวเปลือกไม่เพียงพอ ด้วยความอดอยากแร้นแค้น และแรงกดดันหลายสิ่งทำให้ชาวบ้านหลายสิบครอบครัว มีทั้งผู้ใหญ่ คนแก่ เด็ก ๆ เดินทางกลับขึ้นไปทำกินที่หมู่บ้านบางกลอยบน พวกเขาเชื่อว่ามีสิทธิในที่ดินทำกินดั้งเดิมของบรรพบุรุษก่อนที่จะถูกอพยพให้ย้ายลงมา แต่ด้วยข้อกฎหมายของ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ทำให้ชาวบ้านถูกจับกุมและถูกดำเนินคดีตามที่เป็นข่าว”  

          น้ำ-อัญชลี กล่าวอีกว่าสถานการณ์การเจ็บป่วยของชาวบ้านบางกลอย กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จากการสำรวจกันเองของชาวบ้าน พบว่ามีชาวบ้านไม่น้อยกว่า 34 คน มีอาการเจ็บป่วยไม่สบาย มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่วัยทำงาน กลุ่มผู้สูงอายุ รวมถึงยังพบผู้หญิงไม่มีน้ำนมเลี้ยงลูกอีกจำนวน 13 คน สาเหตุน่าจะเกิดจากชาวบ้านรับประทานอาหารจำพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ข้าวคลุกซอสปรุงรสมีคุณค่าทางโภชนาการน้อย และไม่ครบถ้วน

          “อาการเจ็บป่วยของชาวบ้านบางกลอย มีตั้งแต่อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แขนขาอ่อนแรง เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ ปวดท้อง ความดันต่ำ บางราย มีอาการใจสั่น มือเท้าสั่น รวมถึงยังพบเด็กทารกวัย 3 เดือน มีอาการป่วยภาวะปอดอักเสบ ปากแหว่งเพดานโหว่ และมีแผลที่หลัง ทางภาคีเครือข่าย SAVE บางกลอยจึงได้ทำหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการจัดส่งทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่มีความรู้ด้านโภชนาการลงพื้นที่ตรวจสุขภาพร่างกายของชาวบ้าน เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่มีฐานะยากจนไม่มีรถในการเดินทางหรือเงินที่จะว่าจ้างรถรับส่งเดินทางมาตรวจที่โรงพยาบาลในตัวอำเภอได้”

          น้ำ-อัญชลี บอกว่าแม้ว่าต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จะมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเดินทางมาตรวจสุขภาพชาวบ้านที่เจ็บป่วยเป็นการเบื้องต้น แต่ก็ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างจริงจัง รวมถึงหลายครอบครัวยังประสบปัญหาไม่มีเงินในการซื้ออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการในการบริโภค อีกทั้งชาวบ้านยังกังวลในการเข้าไปหาอาหารพืชผักในป่าตามวิถีชีวิตดั้งเดิม เนื่องจากเกรงกลัวการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จึงต้องกินอาหารที่ได้รับบริจาคที่ส่วนใหญ่เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง เด็ก ๆ บางคนกินข้าวคลุกซอสปรุงรส แม่ไม่มีนมเลี้ยงลูกต้องอาศัยกินน้ำข้าวแทน ประกอบกับวันที่เจ้าหน้าที่มาตรวจสุขภาพปรากฏว่ามีรายงานพบชาวบ้านบางกลอยติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 คน เป็นชาวบ้านที่ลงไปทำงานโรงงานแห่งหนึ่งในอำเภอหัวหิน เดินทางกลับบ้านแล้วทราบผลตรวจเชื้อโควิดภายหลังว่าติดเชื้อโควิด ทำให้ชาวบ้านจำนวนหลายรายต้องกักตัวภายในบ้าน รวมถึงยังไม่มีเวชภัณฑ์ หน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ป้องกันตัวเอง

          ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทางภาคีเครือข่าย SAVE บางกลอย จ.เพชรบุรี จึงได้เปิดรับบริจาคข้าวสารอาหารแห้งและเวชภัณฑ์เพื่อนำไปมอบให้กับชาวบ้านบางกลอยจำนวน 74 ครอบครัว สิ่งที่ต้องการ ได้แก่ ข้าวสาร อาหารแห้ง จำพวกอาหารทะเลแห้ง ปลาเค็ม ปลาหมึกแห้ง หมูหยอง กุนเชียง ไข่เค็ม ผลไม้อบแห้ง ถั่ว พริกแห้ง นมผง หรืออาหารเสริมสำหรับเด็กทารกและเด็กเล็ก เวชภัณฑ์ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ รวมถึงยาสามัญประจำบ้านทั้งแผนปัจจุบันและแผนไทย ทั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จาก นายอิทธิพล ไทยกมล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางบรรทุกสิ่งของไปมอบให้กับชาวบ้าน รวมถึงได้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสถานีวิทยุเพชรภูมิเรดิโอ และเพจเฟซบุ๊ก “เพชรภูมิฮอตนิวส์” โดยทาง คุณปรียนาถ คุณปัณณิกา สุนทรวาทะ และครอบครัวได้ร่วมบริจาคเงินจำนวน 60,000 บาท มูลนิธิพระเทพสุวรรณมุนี วัดมหาธาตุวรวิหาร ได้บริจาคเงินอีก 10,000 บาท นำไปจัดซื้ออาหารแห้ง สิ่งของต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านบางกลอย

          เบื้องต้นทางภาคีเครือข่าย SAVE บางกลอย ได้รวบรวมสิ่งของบริจาคนำไปมอบให้กับชาวบ้าน โดยการสนับสนุนจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 144 ทหารจากค่ายทัพพระยาเสือ ลำเลียงสิ่งของบรรทุกรถยนต์นำขึ้นไปมอบให้กับชาวบ้านบางกลอยเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2564 ระหว่างทางต้องเผชิญกับอุปสรรคน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีท่วมถนนทางเข้าหมู่บ้าน ระดับความลึกประมาณ 1 – 1.50 เมตร เป็นระยะทางกว่า 200 เมตร ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของเจ้าหน้าที่รัฐกับชาวบ้านในการลำเลียงสิ่งของบริจาคสู่ชาวชุมชนบางกลอยจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

          นับเป็นภาพความร่วมมือกันของภาคประชาชน ภาครัฐ และชาวชุมชนได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ระหว่างที่คณะกรรมการทุกภาคส่วนกำลังหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน เรื่องที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพของมนุษย์ เพราะความรู้สึกลึก ๆ ของชาวบ้านบางกลอยส่วนใหญ่ก็อยากดำรงชีพด้วยตนเอง ไม่อยากจะเป็นภาระของคนอื่น ๆ มีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและความภูมิใจของชาวบางกลอย ชุมชนชาติพันธุ์ที่อยู่ในผืนป่ามรดกโลก

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!