ชาวหนองชุมพลเหนือร้องศูนย์ดำรงธรรม ถูกนายทุนบุกรุกที่ดิน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 กันยายน ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเขาย้อย นายพนอ สุรัตนกุล ผู้ใหญ่บ้าน 5 บ้านเนินรัก ต.หนองชุมพลเหนือ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี นำชาวบ้านหมู่บ้านเนินรัก จำนวน 9 คน นำโดยนายสิทธิชัย ทองดี อดีตกำนันตำบลหนองชุมพลเหนือ เข้ายื่นหนังสือกับนายเทียนชัย เจริญศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายอำนวยความเป็นธรรมศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเขาย้อย เพื่อขอให้ส่งผ่านหนังสือไปยังนางวิพร แววศรีผ่อง นายอำเภอเขาย้อยขอให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหานายทุนบุกรุกที่ดินทำกินของชาวบ้าน

                เอกสารร้องเรียนสรุปได้ว่า นายสิทธิชัยและผู้ร้องเรียนที่ยื่นหนังสือทั้ง 9 ราย ได้ถือครองทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่ ม.5 และ 6 ต.หนองชุมพลเหนือ อ.เขาย้อย ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ปลูกพืชไร่ปลูกต้นยูคาลิปตัสมาตั้งแต่ปี 2545 และต่อมาได้รับเอกสารสิทธิทำกินสทก.จากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ซึ่งผู้รับสิทธิ์ และบุตรหลานได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมในพื้นที่ ดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ต่อมาเมื่อปี 2559 ปรากฏว่ามีนายทุนในนามของบริษัทหนึ่ง ได้นำรถแทรกเตอร์และแบคโฮ บุกเข้ามาในพื้นที่ของชาวบ้าน ทำลายต้นยูคาลิปตัส ที่ปลูกไว้เสียหาย โดยผู้บุกรุกอ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก ชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายจึงแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุก เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2559 กระทั่งศาลได้นัดคู่ความให้ไปไกล่เกลี่ยทำสัญญาประนีประนอมกัน โดยศาลสั่งให้นายทุนชดใช้ค่าเสียหายที่ได้ทำลายต้นยูคาลิปตัส ให้แก่ชาวบ้านรายละ 150,000 บาท และคืนที่ดินทำกินให้ชาวบ้านรายละ 10 – 15 ไร่ ในพื้นที่ที่นายทุนจะจัดสรรให้ใหม่ ทำให้ชาวบ้านพอใจจึงยอมถอนแจ้งความแต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวันนัดรังวัดแบ่งคืนที่ดินนายทุนกลับไม่มาตามระบุในสัญญา และมีการผัดผ่อนหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด ชาวบ้านได้มีการปรึกษากับเจ้าหน้าที่ป่าไม้แล้วได้ความว่าให้รอคำสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 ก ดังกล่าวข้างต้นถึงที่สุดก่อนประกอบกับชาวบ้านไม่ทุนทรัพย์ที่จะไปดำเนินคดี จึงไม่มีการฟ้องร้องต่อ ชาวบ้านจึงสงวนสิทธิ์ที่จะเข้าไปทำกินและถือครองที่ดินดังกล่าวตลอดเรื่อยมา

                ต่อมาเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564ได้มีนายทุนรายใหม่เข้ามาปิดป้ายห้ามบุกรุกในพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน และใช้รถไถเครื่องจักรทำลายต้นยูคาลิปตัสในพื้นที่จำนวนมาก โดยไม่ฟังคำร้องขอจากชาวบ้าน และไม่มีท่าทีที่จะยุติการกระทำดังกล่าว ชาวบ้านมีเพียงเอกสารไกล่เกลี่ยที่เป็นคดีกับนายทุนรายแรกจากศาลที่จะใช้ในการอ้างสิทธิ์ทำกินและไม่มีทุนทรัพย์ที่จะไปต่อสู้เหมือนดังเดิมเพราะขาดแคลนรายได้ เนื่องจากความยากลำบากในการทำงานในสถานการณ์โรคโควิด-19 จึงขออำเภอเขาย้อยช่วยดำเนินการตรวจสอบว่าที่ดินดังกล่าวว่าอยู่ในเขตป่าสงวนหรือป่าไม้ถาวรหรือไม่ และเอกสาร น.ส.3 ก ที่ผู้บุกรุกนำมาแสดงว่าออกโดยชอบตามกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ด้วย

                เบื้องต้น ธรรมศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเขาย้อย ได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านไว้ และรายงานให้ นางวิพร แววศรีผ่อง นายอำเภอเขาย้อย ได้รับทราบ และจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนกฎหมายและจะให้ความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่ายต่อไป.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!