ชาวเขาย้อยร้อง บริษัทแคล-คอมพ์ ละเมิดเคอร์ฟิวส์

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 กันยายน ชาวชุมชนหนองส้ม และชาวชุมชนสระพัง ต.สระพัง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี กว่า 80 คน นำโดย นายณรงค์ คุ้มสกุล อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 4 ต.สระพัง เดินทางมาที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี ยื่นหนังสือต่อนายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รอง ผวจ.เพชรบุรี ขอให้ตรวจสอบและขอให้บังคับใช้กฎหมายกับผู้บริหารบริษัทแคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ต.สระพัง อ.เขาย้อย ที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และคำสั่งจังหวัดเพชรบุรี โดยให้พนักงานต่างด้าวหลายพันคนทำงานล่วงเวลาและปล่อยให้เดินทางออกจากโรงงานหลังเวลา 23.00 น.

                นายณรงค์ กล่าวว่า ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานทั้งชาวไทยและชาวต่างด้าวภายในโรงงานแคล-คอมพ์ฯ โดยเป็นผู้ป่วยยืนยันผลรวมทั้งหมดกว่า 5,000 คน ซึ่งถือเป็นคลัสเตอร์โควิดใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศไทย และต่อมาในเดือนสิงหาคม สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นในทั่วประเทศ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ ศบค.มีคำสั่งกำหนดให้ จ.เพชรบุรี เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และกำหนดมาตรการให้ลดและจำกัดการเคลื่อนย้ายการเดินทางและห้ามออกนอกเคหสถานในระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. เพื่อควบคุมมิให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันประกาศจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564

                ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทแคล-คอมพ์ฯ ได้ฝ่าฝืนข้อกำหนดของ ศบค.เนื่องจากบริษัทดังกล่าวยินยอมให้พนักงานซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวหลายพันคนทำงานล่วงเวลาและปล่อยให้เดินทางออกจากโรงงานภายหลังเวลา 23.00 น. ซึ่งเกินเวลาที่ ศบค.กำหนดไว้ ที่สำคัญแรงงานกลุ่มดังกล่าวยังขาดความระมัดระวังตนเอง เดินกระจัดกระจายและมีการเดินเกาะกลุ่มพูดคุยกันอยู่บริเวณนอกโรงงาน ทำให้ประชาชนในชุมชนหนองส้มและชุมชนสระพังหวาดกลัวเกรงว่าจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนเกิดคลัสเตอร์ใหญ่อีกครั้งและเป็นอันตรายร้ายแรงต่อคนในชุมชน

                นายณรงค์ กล่าวว่าการกระทำของผู้บริหารโรงงานดังกล่าว นอกจากเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายแล้วยังไม่ให้ความร่วมมือกับมาตรการของรัฐบาล รวมทั้งเป็นการไม่รับผิดชอบต่อสังคมโดยส่วนรวม คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลกระทบต่อประชาชน หากมีการปล่อยกระทำดังกล่าวอย่างต่อเนื่องโดยไม่ยำเกรงกฎหมาย การควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ของ ศบค. ก็มิอาจสัมฤทธิผลอย่างรวดเร็วได้ จึงขอให้จังหวัดเพชรบุรีประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับผู้บริหารของบริษัทแคล-คอมพ์โดยเร็ว

                ต่อมาวันเดียวกัน นายอุดมศักดิ์ พรหมดวง รองประธานบริษัทแคล-คอมพ์ฯ ได้ลงนามในเอกสารประกาศแจ้งถึงผู้จัดการโรงงานฯ ให้ดำเนินการปฏิบัติการตามมาตรการมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิค-19) อย่างเคร่งครัดโดยให้วางแผนการทำงานล่วงเวลาของพนักงาน โดยเฉลี่ยไม่เกิน 20.00 น. เพื่อให้พนักงานเดินทางกลับเคหสถานภายในเวลา 21.00 น. ได้ทันและปรับรูปแบบการทำงานให้อยู่ภายใต้มาตรการที่ทางจังหวัดเพชรบุรี กำหนดอย่างเคร่งครัดแล้ว.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!