ซ้ำซากอีก พบซากเลียงผา ถูกต้มเคี่ยวเพื่อเอาน้ำมัน กลางหมู่บ้านโป่งลึก-บางกลอย ในเขตอุทยานแก่งกระจาน พร้อมอาวุธปืนและกระสุนเพียบ

ซ้ำซากอีก พบซากเลียงผา ถูกต้มเคี่ยวเพื่อเอาน้ำมัน

กลางหมู่บ้านโป่งลึก-บางกลอย ในเขตอุทยานแก่งกระจาน

พร้อมอาวุธปืนและกระสุนเพียบ

          สืบเนื่องจากที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรีจับกุมตัวนายแฮซะ และนายนภดล จีบ้ง สองพ่อลูกชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย พรานโหด ที่ฆ่าและชำแหละ เลียงผา สัตว์ป่าสงวนใกล้สูญพันธุ์ ในเขตอุทยานแห่งขาติแก่งกระจาน เมื่อช่วงกลางวันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 และนำได้ตัวทั้ง 2 คน ไปดำเนินคดีตามกฏหมาย

          ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 พฤศจิกายน นายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับ ทหารชุดทัพพระยาเสือ กองกำลังสุรสีห์ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 144 กองร้อย อส.อำเภอแก่งกระจาน เข้าตรวจสอบ สำรวจจำนวนประชากร และ ตรวจค้นหาสิ่งผิดกฎหมายในเขตพื้นที่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์หมู่บ้านโป่งลึก-บางกลอย หมู่ที่ 1-2 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่ายางน้ำกลัดเหนือ-ยางน้ำกลัดใต้เพื่อป้องกันและป้องปรามการล่าสัตว์ป่าและสำรวจจำนวนประชากรในพื้นที่ 

 

          โดยขณะตรวจค้นภายในบ้านหลังหนึ่ง บ้านเลขที่ 6/1 บ้านบางกลอย หมู่ที่ 1ซึ่งมีนายทินกร ชิ้นทอง เป็นเจ้าของบ้าน ได้พบซากกระดูกสัตว์กำลังถูกใส่หม้อต้มเคี่ยวอยู่บนเตาถ่านภายในครัวตรวจสอบอย่างละเอียดพบเป็นกระดูกกรามฟัน และกีบเท้าของเลียงผา ซึ่งเป็นสัตว์สงวนตามบัญชีรายชื่อสัตว์สงวนอยู่ในหม้อลักษณะเคี่ยวจนแห้ง เพื่อเอาน้ำมัน
ขยายผลตรวจค้นพบปืนลูกซองยาว 1 กระบอก ปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ปืนแก๊ปไทย ประดิษฐ์ลำกล้องแฝดบรรจุกระสุนพร้อมใช้ 1 กระบอก ดินดำบรรจุขวดพลาสติก 3 ชวด กระสุนตะกั่วลูกโดด 1 ลูก ตะกั่วลูกปราย 962 เม็ด หมอนรองยัดทำจากกาบมะพร้าว บรรจุในกระเป๋าสะพาย 

          เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางดังกล่าว และควบคุมตัวนายทินกร ชิ้นทอง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน เพื่อดำเนินคดีฐานเข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ ในเขตอุทยานโดยไม่ได้รับอนุญาต, นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆเข้าไปในเขตอุทยานโดยไม่ได้รับอนุญาต, ล่าสัตว์ป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าสงวน โดยไม่ได้รับอนุญาต

 



          ด้านนายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวว่า กลุ่มชาติพันธ์ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านบางกลอย หมู่ที่ 1 และบ้านโป่งลึก หมู่ที่ 2 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน เป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่เคยอาศัยอยู่บริเวณต้นแม่น้ำเพชร กระจายกันอยู่หลายพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน ซึ่งต่อมามีการปะทะของกองกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายจนมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตไปหลายนาย จึงเป็นพื้นที่สีแดง หรือพื้นที่ความมั่นคง 

          ในสมัยนายสามารถ ม่วงไหมทอง เป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน คนแรก จึงต้องมีการผลักดันให้กลุ่มชาติพันธ์กลุ่มนี้อพยพลงมาอาศัยอยู่รวมกันในพื้นที่ที่ทางรัฐจัดให้ ซึ่งใช้เวลาอยู่ระยะหนึ่งจึงลงมาเกือบหมด แต่ก็ยังมีอาศัยอยู่บ้างโดยเฉพาะพวกที่เคลื่อนย้ายไปมาระหว่าง ไทย-เมียนมาร์ ทั้งในเขตพื้นที่ จ.เพชรบุรี จ.ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมักไปมาหาสู่กัน

          สำหรับบางกลุ่มที่เข้ามาภายหลัง จึงไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินให้ ก็อาศัยอยู่กับเพื่อนบ้านที่รู้จักกัน กลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่อาศัยเก็บหาของป่าและล่าสัตว์อยู่เป็นประจำ โดยเป็นการล่าเพื่อการยังชีพ ส่วนซากที่สามารถขายได้ก็ใช้จังหวะฉวยโอกาสหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่นำออกไปขายให้กับกลุ่มรับซื้อซากสัตว์ป่า เช่น หัวเลียงผา กระทิงและเสือโคร่ง เนื่องจากไม่มีที่ดินทำกิน ประกอบกับมีการเคลื่อนย้ายไปมาไม่อยู่เป็นหลักแหล่ง 

          ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และหน่วยงานหลายฝ่ายได้ใช้วิธีประชุมพูดคุยกับผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ขอความร่วมมือให้หยุดทำการล่าสัตว์ป่าและหยุดการบุกรุกแผ้วถางที่ดินทำกินใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิปิดทองหลังพระ เข้ามาดำเนินโครงการสร้างอาชีพให้กับชาวกะหร่างเหล่านี้ เพื่อให้มีอาชีพและมีรายได้สม่ำเสมอ ดังนั้นเมื่อมีรายใดที่ออกไปกระทำความผิดไปจากข้อตกลงเช่นล่าสัตว์ป่าก็จะถูกผู้นำชุมชนและชาวบ้านกดดันและให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่จนนำไปสู่การจับกุมเพื่อมาลงโทษ นายมานะฯกล่าว
ทั้งนี้จากข้อมูลจากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ระบุว่า เลียงผาเป็นสัตว์กีบคู่ (Artiodactyla) ในวงศ์มหิงสา (Bovidae) เช่นเดียวกับวัว ควาย แพะ แกะ อยู่ในวงศ์ย่อยแพะแกะ (Caprinae) และเป็นสัตว์โบราณที่สุดของวงศ์ย่อยแพะแกะ มีรูปร่างคล้ายแพะแต่มีรูปหน้ายาวกว่า มีลำตัวสั้นแต่ขายาว มีเขาทั้งตัวผู้และตัวเมีย เขางอกยาวต่อเนื่องทุกปี แต่มียาวสุดเพียง 32 เซนติเมตร นอกจากนี้ยังเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้อง ออกหากินตอนเย็นและตอนเช้ามืด กินพืชต่างๆ เป็นอาหาร ชอบอาศัยตามหน้าผาสูงชัน เป็น 1 ใน 15 สัตว์ป่าสงวนและใกล้สูญพันธุ์ โดยคาดว่าเหลืออยู่ในเมืองไทยประมาณ 500 ตัว และอาศัยอยู่ในพื้นที่มีขอบเขตจำกัด

          ทั้งในอดีตและปัจจุบันมีความเชื่อว่าเลียงผามีน้ำลายที่สมานกระดูกและสมานแผลได้ จึงมีการล่าเพื่อเอาน้ำมันเลียงผามาใช้รักษาแผลและสมานกระดูก โดยนำหัวและกระดูกไปต้มกับน้ำมันมะพร้าวเพื่อเคี่ยวเอาน้ำมัน แต่ด้วยความเป็นจริงแล้ว น้ำมันเลียงผา ก็คือ น้ำมันแห่งความตายของสัตว์ป่าสงวนหายากของประเทศไทย

http://https://www.youtube.com/watch?v=H3Izj5aSLBY

ทีมข่าวเพชรภูมิ : รายงาน

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!