ดร.ยุทธพล

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจขนส่งพัสดุ-เดลิเวอรี่ เพื่อหารือแนวทางใช้ “วัสดุกันกระแทกจากผักตบชวา” ทดแทนการใช้เม็ดโฟมกันกระแทกในการขนส่งสินค้าโดยมีนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมด้วยคณะทำงานพรรคชาติไทยพัฒนา ผู้ประกอบธุรกิจขนส่ง และผู้ประกอบธุรกิจผลิตผักตบชวากันกระแทกเข้าร่วมประชุม

                ดร.ยุทธพลกล่าวว่า ตั้งแต่ประเทศไทยต้องเผชิญวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯได้มีแนวคิดเรื่อง “เศรษฐกิจสีเขียว” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้อง ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นภารกิจหลักของกระทรวงทรัพยากรฯ โดยพิจารณาสภาพสังคมในปัจจุบันท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดแต่ธุรกิจเดลิเวอรี่ขนส่งสินค้ากลับเติบโตซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่ยังมีภาคธุรกิจที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศ แต่สิ่งที่ตามมาก็คือปริมาณขยะจากวัสดุกันกระแทกและบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมและพลาสติกตามมาในจำนวนหลายล้านตัน

                “ท่านรัฐมนตรีวราวุธและผมมีโอกาสลงพื้นที่เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ที่นำผักตบชวา ซึ่งเป็นวัชพืชที่มีมากในพื้นที่ มาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน และหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สะดุดตามากคือผักตบชวากันกระแทก สำหรับใช้ในการขนส่งพัสดุ เพราะผลิตง่ายสามารถนำมาตัดเป็นท่อนและตากแดดหรืออบให้แห้งสนิท ใช้ทดแทนเม็ดโฟมกันกระแทกในธุรกิจขนส่งได้ทุกประเภทสามารถนำไปใช้ทดแทนเม็ดโฟม ซึ่งใช้ครั้งเดียวก็กลายเป็นขยะหลายล้านตันในแต่ละปีจึงเป็นที่มาในการหารือครั้งนี้”

                ดร.ยุทธพลกล่าวต่อไปว่าผักตบชวาเป็นวัชพืชที่เป็นปัญหาขวางทางระบายน้ำและเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดน้ำเน่าเสียและน้ำท่วม หากวันข้างหน้าผักตบชวามีราคาสูงขึ้น พี่น้องประชาชนลงทุนแค่แรงกายไปเก็บมาขายให้กับผู้ประกอบการหรือจะผลิตเอง ขายเองก็ย่อมทำได้ เมื่อมีความต้องการใช้มากพอ ผักตบชวาก็ย่อมมีจำนวนน้อยลง สร้างปัญหาแหล่งน้ำได้น้อยลง ซึ่งวันหนึ่งเราคาดหวังว่าจะถึงจุดที่ผักตบชวาหายไปจากแหล่งน้ำธรรมชาติ อาจจะต้องปลูกขายขยายพันธุ์กันเองผักตบชวากันกระแทกไม่ใช่เรื่องใหม่ มีผู้ประกอบการรายย่อยเริ่มดำเนินธุรกิจบ้างแล้ว แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมจากภาครัฐ การประชุมในวันนี้จึงเป็นการเชิญผู้ซื้อ (ธุรกิจขนส่ง)มาพบผู้ขาย (ผู้ประกอบการผักตบชวากันกระแทก) เพื่อพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการหันมาใช้วัสดุธรรมชาติในการดำเนินธุรกิจ โดยคาดหวังให้มีการเติบโตของการใช้งาน เพื่อให้เกิดดีมานด์การซื้อผักตบชวากันกระแทก เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพ กระจายรายได้ไปยังชุมชนท้องถิ่น สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากฐานรากอย่างแท้จริงและยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้กลุ่มธุรกิจ เตรียมรับมาตรการเกี่ยวกับการควบคุมคาร์บอนในภาคธุรกิจด้วย เพราะในอนาคตอันใกล้หากประเทศไทยต้องการค้าขายกับต่างประเทศ จะมีการคำนวณปริมาณคาร์บอนในสินค้าที่ส่งออกไป หากเกินค่าที่กำหนดจะต้องเสียภาษีเพิ่ม การใช้ผักตบชวาแทนการใช้โฟมและพลาสติก จะถือเป็นคาร์บอนเครดิตที่ใช้คำนวณในส่วนนี้

                “การใช้วัสดุกันกระแทกจากผักตบชวาในการขนส่งสินค้าเป็นหนึ่งในแนวคิดเรื่อง “เศรษฐกิจสีเขียว” ที่เกี่ยวข้องกับหลายกรม
ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ไม่ว่าจะเป็นกรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมสุขภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจ จากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ 2 ส่วน ที่ต้องส่งเสริมคือ 1. กลุ่มธุรกิจใหม่ เช่น ธุรกิจพลังงานสะอาด ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ฯลฯ และ 2. ธุรกิจเก่าที่ดำเนินการอยู่ จะเข้าไปพัฒนาปรับปรุงส่วนไหนให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น”

                ดร.ยุทธพลยังกล่าวอีกว่า เริ่มแรกจะเข้าไปสนับสนุนกลุ่มจังหวัดลุ่มน้ำที่มีปัญหาผักตบชวาอยู่ 2 จังหวัดแรก คือ สุพรรณบุรีและเพชรบุรี เนื่องจากมีผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบกึ่งวิสาหกิจชุมชน มีการจ้างงานชาวบ้านตัดผักตบชวามาผลิตขายอยู่แล้วสำหรับโครงการในอนาคตมีความตั้งใจที่จะทำโครงการต่อยอดให้ผักตบชวาทุกส่วน สามารถนำไปผลิตเป็นสินค้าสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน
ในท้องถิ่น เช่นที่สุพรรณบุรีตอนนี้สามารถผลิตเฟอร์นิเจอร์ โซฟา ของแต่งบ้าน กระเป๋า ซึ่งสุพรรณบุรียินดีแบ่งปันองค์ความรู้ให้พี่น้องชาวเพชรบุรีที่สนใจ ตนได้รับมอบหมายโดยตรงจากนายวราวุธให้เข้ามากำกับและผลักดันโครงการนี้ให้ประสบความสำเร็จ ขณะนี้ตนได้เชิญผู้ประกอบการเดลิเวอรี่ เช่น ไปรษณีย์ไทย เคอร์รี่ มานั่งประชุมกับผู้ผลิตผักตบชวากันกระแทก การพูดคุยเป็นไปด้วยดี ไปรษณีย์ไทยและเคอร์รี่พร้อมสนับสนุนการใช้ผักตบชวาแทนเม็ดโฟมขณะนี้ภาคธุรกิจเดลิเวอรี่ซึ่งเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางการใช้วัสดุกันกระแทกในการขนส่งตอบรับมาแล้วขณะนี้อยู่ในขั้นตอนแบ่งปันข้อมูลในเรื่องของคุณภาพและปริมาณความต้องการใช้งาน เพื่อสร้างมาตรฐานของสินค้าและยกระดับมาตรฐานการผลิตต่อไป.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!