ตู้พระธรรมเขียนสีฝุ่น วัดศาลาเขื่อน ของเก่าสมัยอยุธยาที่ชาวบ้านร่วมใจรักษา

ตู้พระไตรปิฎก หรือ ตู้พระธรรม เป็นตู้ไม้ที่เก็บหนังสือคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา สมุดข่อย คัมภีร์ใบลาน นิยมเก็บไว้ในตู้ไม้ปิดทึบที่มีการตกแต่งลวดลายภายนอกอย่างสวยงาม ที่พบเห็นส่วนใหญ่นิยมเขียนภาพลายรดน้ำ เรื่องราวพุทธประวัติ ชาดก วรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์ และลวดลายไทยอื่น ๆ เป็นลวดลายที่เกิดขึ้นจากการเขียนภาพแล้วปิดด้วยแผ่นทองคำเปลวบนพื้นไม้ที่ลงยางรักสีดำ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ตู้ลายทอง” บางตู้เป็นลวดลายการแกะสลักไม้ก็มี

          ตู้พระไตรปิฎก ตู้พระธรรม หรือ ตู้ลายทอง พบเห็นได้ตามวัดต่าง ๆ บนหอไตร หอสวดมนต์มีทั้งที่วัดสร้างขึ้น ญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาสร้างถวาย รวมถึงพระเจ้าแผ่นดินสร้างถวายเป็นพระราชกุศลก็มี เรียกว่าแทบทุกวัดจะมีตู้พระไตรปิฎก หรือตู้พระธรรม วัดในเพชรบุรีพบตู้พระธรรมเป็นจำนวนมาก อาทิ วัดพระนอน วัดคงคาราม วัดใหญ่สุวรรณาราม วัดมหาธาตุวรวิหาร วัดป้อม เป็นตู้พระธรรมเก่ามีอายุสมัยอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์

          ตู้พระธรรมชุดสำคัญของเมืองเพชรบุรีคือ ตู้พระธรรมชุดจีนบุญรอด ที่ ศาสตราภิชาน ล้อม เพ็งแก้ว ได้สืบค้นเป็นตู้พระธรรมที่สร้างขึ้นโดย ชาวจีนบุญรอด สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ถวายวัดต่าง ๆ ในเมืองเพชรบุรี เท่าที่ค้นพบมีจำนวน 5 ใบด้วยกัน ได้แก่ 1. วัดจันทราวาส 2. วัดลาด 3. วัดพระทรง 4. วัดข่อย และใบที่ 5. ที่เพิ่งค้นพบเมื่อไม่กี่ปีมานี้ก็คือที่ วัดแก่นเหล็ก ศาสตราภิชาน ล้อม เพ็งแก้ว เชื่อว่าตู้พระธรรม ชุดจีนบุญรอดในเมืองเพชรบุรี น่าจะมีด้วยกันทั้งหมด 8 ใบ เป็นตัวเลขมงคลของชาวจีน

          ตู้พระธรรมที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง คือ ตู้พระธรรมที่วัดศาลาเขื่อน ต.ตำหรุ อ.บ้านลาด มี พระครูโสตถิพัชรคุณ (สวัสดิ์ พ่วงเพิ่ม) ที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลท่าเสน เขต 1 เป็นเจ้าอาวาสวัดศาลาเขื่อน ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงมีพระราชศรัทธาถวายรถไฟฟ้าพระราชทานให้แด่หลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดศาลาเขื่อน เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา

           ช่วงระหว่างการจัดเตรียมสถานที่นั้นโยมอุปัฏฐากนำโดย “ป้าตุ้ม” นางสำอาง นุชชมภู มีบ้านพักอาศัยอยู่หน้าวัดศาลาเขื่อน ได้ทำความสะอาดบริเวณใต้ถุนกุฏิสงฆ์ สังเกตเห็นตู้พระธรรมอยู่หลายใบ มีทั้งตู้พระธรรมเขียนลายรดน้ำ ตู้พระธรรมที่ไม่มีการเขียนลวดลาย แต่มีอยู่จำนวน 2 ใบเป็นภาพเขียนสีไม่เหมือนกับตู้ลายทองใบอื่น ๆ จึงติดต่อให้ ผศ.แสนประเสริฐ ปานเนียม หรือ “อาจารย์แสน” อาจารย์ภาควิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ผู้ที่มีความรู้เรื่องโบราณวัตถุงานศิลปกรรมช่างเมืองเพชรช่วยมาพิจารณาว่ามีความเก่าแก่และความสำคัญอย่างไร รวมถึงได้ให้ช่างไม้ประจำวัด ช่างสมหมาย นิยม และช่างไพรัช อรชร ทำการซ่อมขาตู้ที่ชำรุดทั้ง 2 ใบ

          ผู้ช่วยศาสตราจารย์แสนประเสริฐ กล่าวว่า ตู้พระธรรมของวัดศาลาเขื่อนทั้ง 2 ใบมีคุณค่าและความสำคัญทั้งเรื่องของอายุความเก่าแก่ และรูปแบบวิธีการเขียนสี เนื่องจากตู้พระธรรมส่วนใหญ่จะเขียนภาพลายรดน้ำ หรือไม่ได้เขียนลวดลายใด ๆ แต่ตู้พระธรรมของวัดศาลาเขื่อนพบว่า เป็นการเขียนด้วยสีฝุ่นโบราณ เท่าที่ค้นพบตู้พระธรรมเขียนสีฝุ่นก็มีที่วัดศาลาเขื่อน 2 ใบ วัดโพธิ์เรียง 1 ใบ วัดชีว์ประเสริฐ 1 ใบ วัดพระนอน 1 ใบ วัดยางอีก 1 ใบ แต่ก็ไม่สมบูรณ์เท่าของวัดศาลาเขื่อน มีเรื่องราวที่พอจะศึกษาได้

                        สำหรับตู้ใบที่ 1 จุดเด่นบริเวณบานประตูด้านหน้าเขียนภาพเทวดาประจำพระอาทิตย์ และพระจันทร์ ส่วนฝาด้านข้างฝั่งหนึ่งเขียนเรื่องทศชาติ ตอนสุวรรณสามชาดก ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง จะเป็นเรื่องจันทกินรีชาดก หรือชาดกเรื่องใดต้องอาศัยการตีความจากภาพเขียน ส่วนฝาด้านหลังเขียนภาพต้นมักกะลีผล หรือต้นนารีผล และป่าหิมพานต์ ส่วนลวดลายเสาและขอบตู้ใช้วิธีการลงรักทาทับด้วยสีชาด ปิดทองลายฉลุ ถือได้ว่าเป็นตู้พระธรรมสมัยอยุธยาที่งดงามมากใบหนึ่งของเมืองเพชรบุรี สำหรับตู้ใบที่  2 จะมีขนาดเล็กกว่าใบแรก สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เขียนลวดลายทศชาติ เรื่องมโหสถชาดก น่าเสียดายที่บานประตูคู่หน้าถูกลักขโมยไป

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!