ต้องเปลี่ยนวิธี

เพิ่งจะเมื่อครั้งที่แล้วนี่เอง ที่ได้เสียใจ – เสียดาย กับกรณีหนุ่มประสาทหลอนจากยาม้า เอาปืนลูกซองเข้าไปยิงญาติผู้ใหญ่ จนเสียชีวิต ที่อำเภอบ้านลาด เพชรบุรี, ทั้งๆที่ไม่ได้มีเรื่องโกรธเคืองอะไรกันเลย และผู้ตายเป็นคนดี เป็นตัวอย่างของคนในชุมชน เป็นตัวอย่างของการพัฒนาตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งทางการและเพื่อนบ้านให้ความเคารพยกย่อง. เหตุที่ยิงเพราะติดยาม้า/ยาบ้า จนประสาทหลอน เท่านั้นเอง. เรื่องนี้เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๔

                แล้วผ่านไปเพียงครึ่งเดือน ก็เกิดเรื่องแบบเดียวกันอีก แต่ร้ายแรงยิ่งกว่า . . .

                ๑๒ พฤษภาคม ที่อำเภอกุมภวาปี อุดรธานี, หนุ่มใหญ่ประสาทหลอนจากยาม้า พังประตูที่พักของพ่อแม่ตอนค่ำ, เข้าไปใช้มีดฟันคอพ่อแม่ตัวเองหลายครั้งจนตาย! เพราะหลอนคิดว่าพ่อแม่จะฆ่าควายที่พ่อแม่ซื้อมาให้ตัวเองเลี้ยง!

                จากคนที่ผู้ใหญ่บ้านยืนยันว่าเป็นคนดี ติดยาสามปี กลายเป็นถึงกับต้องออกจากงานและประสาทหลอนจนกระทั่งพี่ (ซึ่งมีเพียงสองคนและเป็นผู้หญิง) ต้องย้ายหนีจากบ้าน ส่วนพ่อแม่รักลูกชายคนนี้มาก จึงยกบ้านให้อยู่แล้วทั้งคู่ไปอยู่ในโรงเก็บหน่อไม้ใกล้ ๆ ในที่สุดพ่อและแม่ก็ต้องจบชีวิตข้างมุ้งในโรงเก็บหน่อไม้เพราะลูกรักฟันคอ

                เราจะทำอย่างไรกันดีกับสังคมแบบนี้? เราจะทำอย่างไรกับบ้านนี้เมืองนี้

                เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลของเพชรบุรีถูกหนุ่มบุกเข้าไปยิง ก็ดูจะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับฤทธิ์ยาเสพติดแบบนี้

                ปลายเดือนเมษายน คนดี ๆ เป็นตัวอย่างของสังคมไทย ถูกหนุ่มประสาทหลอนเพราะยาเสพติด เข้ามายิงตายที่บ้าน อำเภอบ้านลาด

                ต้นเดือนพฤษภาคม พ่อแม่ชาวอำเภอกุมภวาปี, ซึ่งรักลูกหนักหนา, หนุ่มใหญ่ผู้ลูกจะเป็นอย่างไร พ่อแม่ก็ไม่ยอมห่าง พยายามหาอาชีพให้ อีกทั้งเพื่อหลบอันตราย จึงยอมไปอยู่โรงใกล้บ้าน – ให้ลูกชายอยู่บ้านสบาย ๆ – – แล้วก็ถูกลูกฟันคอคนละหลายทีจนตาย … เพราะฤทธิ์หลอนจากยาเสพติด

                ปลายเดือนพฤษภาคม หรือต้นเดือนมิถุนายน ประเทศไทยอาจเกิดเรื่อง บุคคลสำคัญที่กำลังทำความดีใหญ่หลวงให้บ้านเมือง ถูกคนเมายาเสพติดฆ่าตายอีกก็ได้

                พ่อแม่ ลูกหลาน เพื่อนฝูงของเรา รวมทั้งตัวท่านผู้อ่านเอง อาจต้องเป็นเหยื่อรายต่อไป!!

                เราแก้ปัญหายาเสพติดกันมาหลายสิบปี ตามจับคนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาแล้วมากมายเหลือเกิน จนล้นคุก แต่ยาเสพติดกลับมากขึ้น ๆ คนขายกับคนเสพมีเกลื่อนเมือง คนดี ๆ ต้องบาดเจ็บล้มตายเพราะฤทธิ์ยาเสพติดคนแล้วคนเล่า – – – เราคงแก้ปัญหายาเสพติด ผิดวิธี ผิดทาง เสียแล้ว!

                บางแห่ง เช่น ที่เนเธอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ และอีกหลายแห่งในยุโรป เขาทำอย่างไร จึงไม่มีนักโทษยาเสพติดเต็มคุก ปัญหาสังคมจากยาเสพติดมีน้อย?

                เมื่อลงไปดูในรายละเอียด ทำให้ได้แนวคิดแปลก ๆ ที่อาจต้องเอามาปรับใช้กับประเทศไทยอีกเยอะ เช่น … …

                คนที่เสพยา ถือว่าเป็นคนป่วย ไม่ผิดกฎหมาย ให้ไปรับยาได้จากคลินิกที่รัฐจัดบริการไว้ วิธีนี้ทำให้สามารถดำเนินการบำบัดไปได้ด้วย คนที่บำบัดได้จะเลิกยาไป คนที่ยังบำบัดไม่ได้ (อาจจิตใจอ่อนแอ) ก็ยังมีชีวิตอยู่โดยสงบลงเยอะ ไม่ต้องไปลักขโมย จี้ปล้น, ไม่ต้องไปเป็นคนเดินขายยาเสพติดเพื่อหารายได้มาซื้อเสพ นอกจากนั้น วิธีนี้ยังทำให้การค้ายาเสพติดแทบจะหายไปเลย เพราะรัฐบาลแจกเอง คนที่เสพยาและขายยารายย่อยเพื่อหาส่วนแบ่งมาเสพ ก็ไม่มี – ไม่ต้องไปติดคุกกันมากมาย ยังเป็นคนปกติที่ทำงานทำการสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจให้สังคมได้ต่อไป สำหรับไทย ให้องค์การเภสัชกรรมผลิตเองได้ เพราะง่ายมาก

                คนที่ค้ายารายใหญ่ ๆ รัฐต้องมุ่งจับ และปราบปรามจริงจัง (เรื่องนี้รู้สึกว่า ปปส.ของไทยพยายามทำอยู่แล้ว แต่เครือข่ายยาเสพติดใหญ่โตกว้างขวางมากขึ้นจนเริ่มเหลือกำลังจะปราบปราม) อย่างไรก็ตาม ถ้าใช้วิธีแจกยาให้คนที่ต้องการพร้อมกับบำบัดอย่างที่กล่าวมาแล้ว คนค้ายารายใหญ่ย่อมจะหายไปเอง เพราะไม่มีคนซื้อ!       

ถ้ายังไม่เปลี่ยนวิธีแก้ปัญหา ท่านก็เตรียมตัวไว้เถอะ เร็ว ๆ นี้โดนฟันคอด้วยฤทธิ์ยาแน่

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!