ทวี สิทธิยานุรักษ์ นักสู้-นักธุรกิจ เลือดเมืองเพชร ขยัน อดทน มีทักษะ มองการณ์ไกล ประสบความสำเร็จ

“เส้นทางชีวิต”  ฉบับนี้ขอร้อยเรียงเรื่องราวประวัตินายทวี สิทธิยานุรักษ์ ซึ่งเจ้าตัวเล่าย้อนอดีตจากความทรงจำให้ เพชรภูมิได้รับฟัง ณ ห้องทำงานบริษัท สยามนิสสันเพชร จำกัด ถ.เพชรเกษม ต.บ้านหม้อ อ.เมือง จ.เพชรบุรี

                นายทวี สิทธิยานุรักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2489 ที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นบุตรคนที่ 2 จากจำนวนพี่น้อง 8 คน ของนายเต็กย้ง แซ่โง้ว และนางซิวเกียว แซ่เจี่ย

                บิดามารดาของนายทวีเป็นชาวจีนโพ้นทะเล หอบเสื่อผืนหมอนใบจากประเทศจีนเดินทางเข้ามาปักหลักชีวิตในประเทศไทย โดยประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปอยู่ที่ อ.บ้านโป่ง ได้สักระยะหนึ่ง จนกระทั่งนายทวีผู้เป็นบุตรชายมีอายุ 1 ปี ก็ได้ย้ายมาอยู่ที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี โดยเช่าบ้านไม้อาคาร 2 ชั้น จำนวน 2 คูหา เปิดเป็นร้านขายกาแฟเล็ก ๆ อยู่ที่บริเวณริมถนนใหญ่สายกลาง เขตเทศบาลตำบลท่ายาง พร้อมทั้งประกอบอาชีพเลี้ยงหมูควบคู่กันไปด้วย

                เมื่อนายทวีมีอายุ 8 ปี บิดา-มารดาได้ส่งให้เข้าเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ทุกวันหลังเลิกเรียนขณะเดินเท้ากลับบ้าน นายทวีจะแวะเก็บผักตามข้างทางแล้วนำไปสับให้หมูที่เลี้ยงไว้กินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวอีกแรงหนึ่งพร้อมกับพี่สาว

                หลังเรียนจนจบชั้น ป.4 ที่โรงเรียนวัดท่าคอยแล้ว ก็เข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนท่ายาง และเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนท่ายางวิทยาจนจบชั้น ม.6 จากนั้นได้ไปเรียนภาษาจีนภาคค่ำ ที่โรงเรียนกวงตง (ปัจจุบันคือโรงเรียนราษฎร์วิทยา) อ.เมือง จ.เพชรบุรี เป็นเวลาอีก 4 ปี

                สมัยนั้นผู้คนใน อ.ท่ายาง ยังมีไม่มากเหมือนสมัยนี้ ทำให้ค้าขายไม่ค่อยดี บางวันขายได้พออยู่พอกิน บางวันก็ขายขาดทุน รวมถึงหมูที่เลี้ยงไว้กว่า 60 ตัว ก็ถูกโรคระบาดตายเกือบยกคอกส่งผลทำให้ครอบครัวประสบปัญหาความเดือดร้อนทางการเงิน ต้องอดมื้อกินมื้ออยู่กันอย่างแบบประหยัดอดออม ประกอบกับบิดา-มารดาเริ่มแก่ชรา และด้วยความที่นายทวีเป็นบุตรชายคนโตจึงเสียสละให้น้อง ๆ ได้เล่าเรียน ส่วนตนเองไม่เรียนต่อ ออกมาช่วยบิดา-มารดาทำงานหาเลี้ยงครอบครัวนับแต่นั้นมา

                ต่อมาบิดา-มารดาได้คิดหาช่องทางเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว โดยไปขอกู้เงินมาลงทุนเปิดร้านโชห่วย (ร้านสินค้าเบ็ดเตล็ด) จำหน่ายทั้งสินค้าเครื่องอุปโภค-บริโภค ซึ่งสมัยนั้นยังมีร้านโชห่วยไม่มากนัก ทำให้ที่ร้านได้รับความนิยมมีลูกค้ เข้ามาใช้บริการเป็นอย่างมาก ส่งผลทำให้ทำมาค้าคล่อง มีผลกำไรเป็นกอบเป็นกำ จนสามารถมีเงินไปส่งใช้คืนให้แก่นายทุนที่กู้ยืมมาได้ทั้งหมด

                ขณะนั้นเศรษฐกิจใน อ.ท่ายาง เริ่มดีขึ้นตามลำดับ ประชาชนในพื้นที่มีรายได้จากการทำการเกษตรกันมากขึ้น นายทวีเห็นช่องทางในการหารายเพิ่มขึ้น จึงเลิกขายกาแฟและร้านโชห่วย หันมาเปิดร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปชื่อร้าน สิทธิภัณฑ์โดยให้พี่น้องขายอยู่ที่ร้าน ส่วนนายทวีและน้องสาวอีก 2 คนได้ช่วยกันนำเสื้อผ้าไปนั่งขายตามตลาดนัดซึ่งมีชาวบ้านและเกษตรกรที่นำสินค้ามาขายได้แวะเวียนมาซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปกันเป็นอย่างมาก

                ในปี 2521 นายทวีได้พบรักกับคุณศิริวรรณ โลจนาทร ซึ่งมีธุรกิจเป็นร้านขายส่งเสื้อผ้าชื่อร้าน “จิตนาภรณ์” ในตลาดริมน้ำ อ.เมือง จ.เพชรบุรี และแต่งงานมีบุตร-ธิดาด้วยกันจำนวน 5 คน คือนายธวัช-นายณัฐวุฒิ-น.ส.สุนทรี-นายจิรวัฒน์-นายพีรพัฒน์  สิทธิยานุรักษ์

                ภายหลังแต่งงานนายทวีก็ยังค้าขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปอยู่ได้สักระยะ ต่อมาเห็นว่าตนมีครอบครัวที่โตขึ้นจึงมองหาอาชีพที่น่าสนใจต่อการลงทุนเพิ่มขึ้น เพื่ออนาคตครอบครัวจะได้ไม่ลำบาก ประกอบกับส่วนตัวนายทวีเป็นคนชอบรถยนต์และเห็นว่าช่วงเวลานั้นการค้าใน อ.ท่ายางเริ่มดีขึ้น รถยนต์เป็นส่วนหนึ่งของการใช้งานขนส่งสินค้าต่าง ๆ ทั้งพืชไร่ พืชสวนรวมถึงขนส่งคนงานไปทำงานในที่ไกลออกไปได้สะดวกและประหยัดเวลา หากผลประกอบการของชาวไร่ชาวสวน ดีขึ้นก็จะมาซื้อรถคันใหม่เพิ่มได้อีก

                ในปี 2532 นายทวีจึงตัดสินใจซื้อที่ดินจำนวน 1 งาน ที่บริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ ซึ่งอยู่ห่างจากร้าน สิทธิภัณฑ์ไม่มากนัก ปลูกเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น 2 คูหา เปิดจำหน่ายรถยนต์มือสองชื่อร้านว่า หจก.สิทธิภัณฑ์มอเตอร์

                นายทวีเปิดจำหน่ายรถยนต์มือสองอยู่ได้สักระยะหนึ่งกระทั่งในปี 2534 ได้ขยายสาขาไปเปิดที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเช่าอาคารชั้นเดียว 3 คูหา ทำเป็นโชว์รูมจำหน่ายรถยนต์มือหนึ่งภายใต้แบรนด์ยี่ห้อ “นิสสัน” (NISSAN) ซึ่งเป็นซัพดีลเลอร์ของสาขาปราณบุรี อยู่ในความดูแลของบริษัท สยามกลการ จำกัด โดยให้นายวชิระ สิทธิยานุรักษ์ น้องชายคนที่ 2 ของนายทวีเป็นผู้ดูแลกิจการ พร้อมกันนี้นายทวีก็ยังขยายสาขาเปิดโชว์รูมจำหน่ายรถยนต์มือสองที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ติดกับวัดท่ากระเทียม อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ในชื่อ “หจก.สิทธิภัณฑ์มอเตอร์” อีกแห่งหนึ่งด้วย

                ต่อมาในปี 2537 บริษัท สยามกลการ จำกัดได้เลิกกิจการสาขาทั่วประเทศ โดยเปลี่ยนเป็นระบบตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์)  นายทวีก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นดีลเลอร์ที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี โดยได้ก่อสร้างโชว์รูมมาตรฐานแห่งแรกบนเนื้อที่ 6 ไร่ 2 งานใช้ชื่อว่า  บริษัท สยามนิสสันวังมะนาว จำกัดโดยมีนายบัณฑิตย์ สิทธิยานุรักษ์ น้องชายคนสุดท้อง เป็นผู้ดูแล (ปัจจุบันนายบัณฑิตย์เป็นเจ้าของบริษัท สยามนิสสันราชบุรีมอเตอร์ จำกัด มี 2 สาขา คือสาขาราชบุรี และสาขาแม่กลอง)

                ต่อมาในปี 2540 เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง หลายโชว์รูมของนิสสันไปต่อไม่ไหวแต่บริษัทสยามกลการฯ เห็นศักยภาพของนายทวี ที่จะสามารถบริหารและปูฐานความมั่นคงให้แก่แบรนด์นิสสันได้ จึงให้นายทวีเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์นิสสันในเขต อ.เมือง จ.เพชรบุรี อีกแห่งหนึ่ง นายทวีจึงมาเช่าที่ดินและอาคารบริเวณริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ (บริเวณถนนทางลอดเข้า อ.บ้านลาด หรือฝั่งตรงข้ามตลาดนัดพรีเมียร์มาร์เก็ต) ต.บ้านหม้อ อ.เมือง จ.เพชรบุรี เปิดเป็นโชว์รูมชื่อ บริษัท สยามนิสสันเพชร จำกัด

                โดยนายทวีเปิดดำเนินการอยู่ประมาณ 4 ปี ก็ได้ไปซื้อที่ดินจำนวน 5 ไร่ และย้ายโชว์รูมไปเปิดที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ต.บ้านหม้อ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ก่อนขยายสาขาไปเปิดกิจการเพิ่มบนเนื้อที่ 8 ไร่ 2 งานที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ติดกับวัดท่ากระเทียม อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี โดยใช้ชื่อบริษัทเดียวกัน ทั้ง 2 โชว์รูม เป็นศูนย์บริการแบบครบวงจร มีส่วนงานขายรถยนต์, รถยนต์ใช้แล้วมาตรฐานนิสสัน (Nissan Certified Used Car) และอะไหล่ ศูนย์บริการหลังการขาย และศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังที่ได้มาตรฐานของบริษัท นิสสันมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จนถึงปัจจุบัน

                ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานายทวีได้มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการบริหารกิจการ ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ทำให้บริษัท สยามนิสสันเพชร จำกัด ได้รับความไว้วางใจจากชาวจังหวัดเพชรบุรี เข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ส่งผลทำให้นายทวีได้รับรางวัล NISSAN BEST DEALER AWARD 2017 จากบริษัท นิสสันมอเตอร์ (ประเทศไทย)จำกัด และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

                ในปี 2552 บริษัท มิตซูบิชิมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศทางหน้าหนังสือพิมพ์ เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่ายเพิ่มในพื้นที่ จ.เพชรบุรี นายทวีได้ยื่นข้อเสนอไปและได้รับการตอบรับจากบริษัท มิตซูบิชิมอเตอร์ฯ ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ มิตซูบิชิโดยนายทวีได้เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการขนาดใหญ่อยู่ที่ริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ต.ต้นมะม่วง อ.เมือง จ.เพชรบุรี ใช้ชื่อว่า บริษัท มิตซูเพชรบุรี จำกัดก่อนขยายกิจการไปเปิดโชว์รูมจำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิอีกแห่งหนึ่งในปี 2555 ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยใช้ชื่อว่า บริษัท มิตซูชะอำ (สิทธิภัณฑ์) จำกัด

                ต่อมาในปี 2561 บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดได้ประกาศเปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่ายเพิ่มในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายทวีก็ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ซูซูกิ ที่ อ.หัวหิน ชื่อ บริษัท ซูซูกิหัวหิน (สิทธิภัณฑ์) จำกัด และในปี 2563 ได้ขยายสาขามาเปิดกิจการจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ ที่ จ.เพชรบุรี อีกแห่งหนึ่ง โดยตั้งโชว์รูมอยู่ใกล้กับบริษัท มิตซูเพชรบุรีชื่อ บริษัท ซูซูกิเพชรบุรี (สิทธิภัณฑ์) จำกัด

                นายทวีนอกจากเป็นเจ้าของกิจการจำหน่ายรถยนต์ค่ายต่าง แล้ว ยังเสียสละกำลังกาย กำลังทรัพย์ ช่วยเหลือสังคมเสมอมา เคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมชาวท่ายางและอีกหลายตำแหน่ง รวมถึงบริจาคทรัพย์เพื่สาธารณประโยชน์อื่น อีกมากมาย

                เส้นทางชีวิตของนายทวี สิทธิยานุรักษ์ นักธุรกิจที่มองการณ์ไกล กล้าคิด กล้าทำ กล้าลงทุน มีความใส่ใจในธุรกิจที่รับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริตต่อลูกค้า และใส่ใจต่อสังคมรอบข้างมีเกียรติประวัติดีงามเป็นแบบอย่างบุตร-ธิดาที่รับช่วงธุรกิจ และเป็นแบบอย่างให้นักธุรกิจรุ่นใหม่ได้เดินตาม.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!