ทัศนคติ

ทัศนคติ มาจากคำในภาษาอังกฤษ คือ “Attitude”หมายถึง แนวความคิดเห็น, ความรู้สึกนึกคิดที่บุคคลมีต่อสิ่งต่าง ๆ รวมทั้งตนเอง โดยมีเหตุผลประกอบ ในทางการศึกษาใช้ศัพท์ คำนี้ว่า”เจตคติ” ส่วนคําว่า “ทรรศนะ” มาจากคำว่า “Views” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งแปลว่า “มุมมอง” คำสามคำนี้เป็นคำที่มีความหมายทำนองเดียวกัน ในทางจิตวิทยาจำแนกทัศนคติออกเป็นสองด้าน คือ ทัศนคติเชิงบวก และทัศนคติเชิงลบ ความหมายก็ตรงไปตรงมาคือเชิงบวกก็คือมีความคิดเห็นในทางที่ดีในทางสร้างสรรค์ ตรงข้ามกับเชิงลบก็มีความเห็นในทางไม่ดีไม่สร้างสรรค์

            ทัศนคติไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากพันธุกรรมหรือสันชาตญาณ แต่เกิดขึ้นจากการปลูกฝังเรียนรู้ฉะนั้นสัตว์จึงไม่มีทัศนคติ

            การปลูกฝังเรียนรู้ให้เกิดทัศนคติจึงมีความสำคัญยิ่ง คำถามว่าเราควรจะปลูกฝังเรียนรู้ทัศนคติเชิงบวกหรือทัศนคติเชิงลบ สิ่งที่เป็นตัวกำหนดคือ ค่านิยม ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม ถ้าเรามีค่านิยมว่าการทุจริตเป็นสิ่งชั่วร้าย เราก็ต้องให้คนมีทัศนคติเชิงลบต่อการทุจริตในทางกลับกันถ้าสังคมเรามีค่านิยมที่ดีต่อความชื่อสัตย์สุจริตเราก็ต้องปลูกฝังทัศนคติเชิงบวกในเรื่องนี้

            ทุกวันนี้เรารับรู้แนวความคิดของบุคลทีมีต่อประเทศชาติบ้านเมืองจากสื่อ social medea ต่างๆและที่น่าตกใจคือ มีความคิดของคนไทยในเชิง “ชังชาติ” จำนวนมาก เพียงแต่การไม่พอใจรัฐบาล ไม่พอใจบุคคลในรัฐบาล ก็เป็นเรื่องปกติ แต่การไม่พอใจประเทศของตนเอง จนถึงนั้นที่เรียกกันว่า “ชังชาติ” นั้นเป็นเรื่องที่น่าวิตกจนทำให้คิดไปได้ว่าการจัดการศึกษาของเราละเลยอะไรไปบ้าง

            พ่อแม่ ครู ผู้ใหญ่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ต้องให้ความสำคัญกับการมีตัวตนของเขา ให้เด็กมีทัศนคติที่ดีต่อตนเอง สร้างค่านิยมความดี ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ การเห็นประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าส่วนตน การใช้เหตุผลในการตัดสินใจหรือการแก้ปัญหาต่าง ๆ และที่สำคัญต้องเป็นตัวอย่างที่ดีด้วย จากการมีทัศนคติที่ดีต่อตนเองขยายไปถึงครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด จนถึงประเทศชาติในที่สุด

            การสร้างทัศนคติเชิงบวกให้บุคลมีต่อประเทศชาติเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อความมั่นคง และเศรษฐกิจของชาติ ตัวอย่างที่เรามักพบบ่อยๆคือการมีค่านิยมว่าสินค้าต่างประเทศคุณภาพดีกว่าสินค้าไทย จนทำให้สินค้าไทยหลายอย่างต้องไปซื้อสิทธิบัตรของต่างประเทศมาผลิตขายในประเทศเราเองคือของไทยใช้แบรนด์ต่างชาติ

            หลายเรื่องที่เยาวชนเราได้รับการปลูกฝังค่านิยมที่มาจากวัฒนธรรมของต่างชาติจนทำให้มีทัศนคติที่มีต่อบ้านเมืองของตนเองว่าล้าหลังไม่ทันสมัย จนลุกลามไปถึงเรื่องการเมือง การปกครอง ซึ่งนับว่าเป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง ถึงเวลาที่เราต้องมาทบทวนเรื่องการจัดการศึกษา การจัดการเรียนรู้ การคัดสรรครูอาจารย์ เพื่อสร้างทัศนคติรักชาติรักคนไทยด้วยกันหรือยัง

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!