ท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล ต้นเครื่องพระกระยาหารไทย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน หญิงชาวเมืองเพชรผู้มีเกียรติประวัติสง่างาม

ท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล

ต้นเครื่องพระกระยาหารไทย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

หญิงชาวเมืองเพชรผู้มีเกียรติประวัติสง่างาม

 

          ย้อนไปเมื่อประมาณ ๗๐ ปี ท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล เป็นที่รู้จักในฐานะข้าราชบริพารผู้ถวายงานในหน้าที่ “ต้นเครื่องไทย” ประจำพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน คอยดูแลพระกระยาหารไทย และปฏิบัติหน้าที่รับใช้เบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาโดยตลอดเป็นเวลา ๔๐ ปี

          “เส้นทางชีวิต” ฉบับนี้ขอร้อยเรียงเรื่องราวประวัติ ท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล อดีตข้าราชการบำนาญ สังกัดสำนักพระราชวัง ในตำแหน่ง “ต้นเครื่องไทย” ประจำพระตำหนักจิตรดารโหฐาน ผู้เป็นมารดาของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และอดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

          ผู้เขียนได้คัดย่อข้อมูลจากหนังสืออนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล ซึ่งจัดพิมพ์ขึ้นเพื่อแจกให้แก่ผู้ไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๖

          ท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล (นทิคามิน) เกิดเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๖๒ ที่บ้านริมแม่น้ำเพชรบุรี (ปัจจุบันตั้งอยู่ในซอยท่าเสด็จ เลขที่ ๒๔๙/๘ ถ.ดำเนินเกษม ต.คลองกระแชง อ.เมือง จ.เพชรบุรี) เป็นธิดาของ ขุนนทีคามรักษ์ (สาย นทิคามิน) กับ นางนทีคามรักษ์ (ชุบ นทิคามิน)

          พระครูญาณเพชรรัตน์ เจ้าอาวาสวัดยาง อ.เมือง จ.เพชรบุรี เล่าให้ฟังผู้เขียนฟังว่า “บ้านหลังเดิมริมแม่น้ำเพชรบุรีที่ท่านผู้หญิงประสานสุขเคยพักอาศัยอยู่ ตระกูลของท่านได้ยกถวายให้แก่วัดยาง เพื่อใช้ในกิจการของสงฆ์ และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในสมัย ‘หลวงพ่ออินทร์’ พระเทพวงศาจารย์ อินทโชโต เป็นเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี และเจ้าอาวาสวัดยาง”

          ท่านผู้หญิงประสานสุข มีนามเดิมว่า “ประแส” ต่อมา คุณแม่เลี่ยม พิชัยชลสินธุ์ ผู้เป็นคุณยายทวด ได้ยก ด.ญ.ประแส ถวายเป็นธิดาบุญธรรมของ พระสุวรรณมุนี (หลวงพ่อชิต) เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร จ.เพชรบุรี ในขณะนั้น และหลวงพ่อชิตได้เมตตาเปลี่ยนชื่อเป็นมงคลให้ใหม่นามว่า “ประสานสุข” 

          ในวัยเยาว์ ท่านผู้หญิงประสานสุขได้ศึกษาเล่าเรียนและจบหลักสูตรมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดเพชรบุรี (โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศฯ) จากนั้นได้ศึกษาต่อที่โรงเรียนการช่างสตรีพระนคร

          ต่อมาท่านได้สมรสกับ นายอารีย์ ตันติเวชกุล ซึ่งต่อมาได้รับเลือกเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดนครราชสีมา ๕ สมัย และเคยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีบุตรชายด้วยกัน ๑ คน คือ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล

          ท่านผู้หญิงประสานสุขได้มอบชีวิตเป็นราชพลี ทำงานเพื่อแผ่นดินมาอย่างต่อเนื่องเฉกเช่นเดียวกับบรรพบุรุษ ทั้ง พระพิชัยชลสินธุ์ (นุช) คุณทวด, หลวงวิชิตภักดี คุณปู่ และขุนนทีคามรักษ์ (สาย นทิคามิน) ผู้เป็นบิดา ที่ล้วนแต่ได้มีโอกาสถวายงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและมีความจงรักภักดีมาทั้งสิ้น

          ท่านผู้หญิงประสานสุขได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เข้าถวายงานในฐานะ “ต้นเครื่องไทย” ประจำพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ทำหน้าที่ดูแลพระกระยาหาร และปฏิบัติหน้าที่รับใช้เบื้องพระยุคลบาทใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาโดยตลอดเป็นเวลา ๔๐ ปี

          จากที่มาในข้อความ : ใกล้เบื้องพระยุคลบาท กับ ลัดดาซุบซิบ บันทึกไว้ว่า “ท่านผู้หญิงประสานสุขเป็นผู้ปรุงเครื่องเสวยไทยทั้งคาวและหวาน โดยใช้ตำรับดั้งเดิมเเละคิดขึ้นใหม่ ซึ่งนำวัตถุดิบของจังหวัดเพชรบุรีมาดัดเเปลงปรุงเครื่องเสวยได้อย่างน่าสนใจ เช่น ลอดช่องน้ำตาลข้น ที่ปรุงน้ำกะทิข้นเหลวกับน้ำตาลโตนด และแทรกด้วยเกลือเพียงเล็กน้อย รวมถึง เเกงหัวตาลหรือ เเกงหัวโตนด, แกงหน่อไม้ต้มกะทิกับกุ้ง ที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว”

          นอกจากนี้ยังมีเครื่องเสวยพิเศษที่มี ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค น้องสาวร่วมบิดา-มารดาของ หม่อมหลวงบัว กิติยากร พระชนนีใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รับพระราชเสาวนีย์ให้ร่วมคิดรายการถวายทั้งในส่วนพระองค์และส่วนในหลวง

          อีกทั้งท่านผู้หญิงประสานสุขจะทำ “ขนมเค้กมอกก้า” ที่เรียนมาจากแหม่มชาวเยอรมันตั้งแต่สมัยยังสาวซึ่งมีรสชาติอร่อย ถวายเป็นครั้งคราว แต่ขนมไทยฝีมือท่านผู้หญิงประสานสุขที่ทำถวายอยู่บ่อยครั้งก็คือ ขนมขี้หนู ที่มีเนื้อเนียนละเอียด และ ข้าวแช่เมืองเพชรบุรี ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นอันมาก”

          ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ท่านผู้หญิงประสานสุขเป็นผู้มีความจงรักภักดี ซื่อสัตย์สุจริตขยันหมั่นเพียร โอบอ้อมอารี เมตตากรุณา ยึดมั่นในพระพุทธศาสนา และบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์แก่สังคมเสมอมา  เช่นได้ร่วมบูรณะพระปรางค์ใหญ่ ๕ ยอด วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.เพชรบุรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษา และเป็นประธานดำเนินการบูรณะศาลาการเปรียญซึ่งเป็นบ้านเก่าที่คุณทวดเลี่ยมยกให้แก่วัดยาง อ.เมือง จ.เพชรบุรี จนสำเร็จเรียบร้อยมาถึงปัจจุบัน

          จากความดีดังกล่าวทำให้ท่านผู้หญิงประสานสุขได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ใช้คำนำหน้า “ท่านผู้หญิง” และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลรัตนาภรณ์และราชรุจิ ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ส่วนพระองค์

          ช่วงบั้นปลาย ท่านผู้หญิงประสานสุขล้มป่วยด้วยโรคเนื้องอกลำไส้ใหญ่ชนิดรุนแรง และเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช เป็นเวลา ๗ เดือน ตลอดระยะที่พักรักษาตัวอยู่นั้นได้รับพระเมตตาเปี่ยมล้น ทรงดูแลทุกข์สุขด้วยพระราชหฤทัยห่วงใย ทรงพระราชทานดอกไม้และสิ่งของเครื่องใช้หลายครั้งหลายคราเพื่อให้กำลังใจ แต่ละครั้งท่านผู้หญิงประสานสุขมีความปลื้มปิติ อาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

          ท่านผู้หญิงประสานสุขถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๔๕ ณ โรงพยาบาลศิริราช สิริรวมอายุได้ ๘๓ ปี

          นับได้ว่าท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล เลือดเนื้อเชื้อไขชาวจังหวัดเพชรบุรี ได้สร้างเกียรติประวัติดีงามให้แก่ชาติบ้านเมืองและแผ่นดินถิ่นเกิดอย่างน่าภาคภูมิ สมควรแก่การยกย่องเชิดชูเกียรติเพื่อเป็นแบบอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังสืบไป.

ทีมข่าวเพชรภูมิ:รายงาน