นวมมหาราชาลัย

ฟ้าฉ่ำฝนในเดือนตุลาคม เดือนแห่งความเศร้าโศกของพสกนิกรไทยทุกคน “กลอนที่รัก วรรคที่ชอบ” ขอนำเสนอบทประพันธ์ที่ชาวชมรมนักกลอนเมืองเพชรตั้งใจถวายเป็นพระบรมราชาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ (รัชกาลที่ 9) โดยคัดเลือกมาจากหนังสือนวมมหาราชาลัย (จัดทำขึ้นในสมัยอาจารย์ทองใบ แท่นมณี เป็นประธานชมรมฯ)

มหาราชรำลึก

มหาวิชชุมมาลาฉันท์ 44

สรวมชีพพระราชา     พระมหาภูมิพลฯ

เจ้าฟ้าธราดล  ลำดับเก้าพระจักรี

เปี่ยมศาสตร์และเปี่ยมศิลป์         และระบิลบุรีศรี

ครองราชธานี เจ็ดสิบปีประมาณกาล

ปัญหาประชาชน        ณ สกลประเทศถิ่น

สมเด็จพระภูมินทร์    ทรงทราบสิ้นเพราะเอาภาร

ดอยดอนศิขรเขต        ธ ประเวศและทรงงาน

ห้าพันพระโครงการ    องค์ภูบาล อาทร

ดลคาบพระดับขันธ์    บ มิทันจะนึกถึง

ราษฎร์ร่ำคะนึงอึง      สุดโศกซึ้งและอาวรณ์

รักทูลกระหม่อมแก้ว  ธ ละแล้วนิรันดร

ใจราษฎร์จะขาดรอน  รำลึกองค์พระทรงชัย

จักสร้างกุศลส่ง          จะธำรงคำพ่อสั่ง

เพียงพอพระพ่อหวัง    ร่วมกำลังพิพัฒน์ไทย

สำนึกผนึกจิต และอุทิศกุศลไป

ส่งสู่พระภูวไนย        สบสุขศานติ์นิรันดร์เทอญ

นายบุญมี พิบูลย์สมบัติ

ที่ปรึกษาชมรมนักกลอนเมืองเพชร

พระบรมกิจ – พระบรมเกียรติ

เพ็ญชาดโชนกว่าครั้ง  มีจันทร์

ดาวโศกซวนมายัน     ส่องไล้

ทวยราษฎร์เทวษผัน   ตระหนก

ข่าวเสด็จไผทไท้       เสด็จห้วงสรวงหนฯ

มลักคนหม่นเฝ้า         ในหลวง

ทิพย์นิทราเถิดดวง      จิตไท้

ราษฎร์สุขร่ม สรวง  สาธุ

ไทยเทศเทวษไห้        เกลือกใต้ฝ่าธุลีฯ

ภูมีพละซึ้ง     ทรงงาน

กอปรเหนื่อยเป็นตำนาน                                    รักแท้

สี่ห้าสามหกโครงการ  พระเกียรติ

ปัดเป่าทุกข์ราษฎร์แล้  ดั่งท้าวบิดรฯ

วอนโดยเสด็จไท้        เดือนดาว

ประดับพระภูมิพลพราว                                    สู่ฟ้า

วอนคำฝากลมหนาว   ทูลกราบ

ตรงบาท ทวยข้าฯ    จักใช้คำสอนฯ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

ข้าพสกนิกรใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทในร่มแผ่นดินแห่ง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

(รุ้ง ลานบงก์ ผู้ประพันธ์)

29 พฤศจิกายน 2559

ถวายอาลัย… ในหลวงรัชกาลที่ 9

ในดงแดน ขุนเขา ลำเนาป่า                            ไกลสุดหล้า สุดแดน สุดแสนเข็ญ

เสด็จถึง เรื่องร้อน ก็ผ่อนเย็น                           ดุจแสงเพ็ญ จากฟ้า ส่องราตรี

ยิ่งไกล ยิ่งชิด สนิทแนบ                              ยิ่งจนแทบ สุดทน ทุกข์ล้นปรี่

ไกลปืนเที่ยง วิปโยค โศกชีวี                          องค์ภูมี เสด็จเยือน ถึงเรือนชาน

ทุกข้อทุกข์ ทรงสดับ รับเอาเรื่อง                     ความขัดเคือง โรมรุก ทุกหย่อมย่าน

ทรงสรุป แนวทาง ทรงวางงาน                       พระราชทาน พระราชดำริ อย่างตริตรอง

นับหลายพัน โครงการ งานในหลวง                   ล้วนลุล่วง สัมฤทธิ์หวัง ไทยทั้งผอง

ทรงดับเข็ญ สร้างสรรค์ ถูกครรลอง                 ทั้งโลกจ้อง โครงการ งานพระองค์

ฤๅจะมี กษัตริย์ใด ในโลกหล้า                         เปล่งบุญญา บารมี ที่สูงส่ง

ได้เทียมเท่า นฤบดี จักรีวงศ์                           ผู้ธำรง เศวตฉัตร กษัตรา

ยินเสียงเปล่งทรงพระเจริญเกินคำกล่าว              สำนึกชาว ไทยแจ้ง ทุกแหล่งหล้า

วันนี้ต้อง สะอื้นร่ำ นองน้ำตา                         ธ เสด็จ สู่ฟ้า สวรรคาลัย

ข้าพระพุทธเจ้า

นายศักดิ์สิทธิ์ วิบูลศิลป์โสภณ

ส่งเสด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ (ร.9)

ฟ้ามืดลับดับลงองค์ที่เก้า                                ต่างโศกเศร้าหมองมัวกันทั่วหล้า

เมื่อในหลวงเสด็จสวรรคาลัยลา                      นองน้ำตาไหลหลั่งทั้งแผ่นดิน

โอ้พระร่มโพธิ์ทองของปวงราษฎร์                   มวลข้าบาทน้อมใจใฝ่ถวิล

ขอภักดีมีอยู่พระภูมินทร์                                สถิตถิ่นสรวงสวรรค์นิรันดร์เทอญ

เสนอ พินิจภารการณ์

297/1 หมู่ 10 .บ้านแหลม .บ้านแหลม .เพชรบุรี 76110

ขอจบตอนนี้ด้วยบทกลอนของ ทวีสิทธิ์ ประคองศิลป์ ศิลปินดีเด่นสาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. 2544 ที่อยู่หลังปกหนังสือนวมมหาราชาลัย ว่า

คือความรักสามัคคีกวีผอง                              คือพี่น้องผู้รังสรรค์วรรณศิลป์

คือสายธารน้ำใจที่ไหลริน                              คือศิลปินสูงส่งแห่งวงวรรณ

ชมรมนักกลอนเมืองเพชรคือเพชรแท้                   สร้างผลงานเผยแพร่ไว้คงมั่น

ด้วยภาษาที่ไพเราะเสนาะกรรณ                      คือนิรันดร์แห่งกวีศรีเมืองเพชร

พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!