นักท่องเที่ยวแห่ “ ใส่ผ้าไทย ขึ้นรถไฟ ไปหนองจอก ชมดอกบัวหลวงพระราชินี”

นักท่องเที่ยวแห่ “ ใส่ผ้าไทย ขึ้นรถไฟ

ไปหนองจอก ชมดอกบัวหลวงพระราชินี”

 

          เมื่อเวลา 16.49 น.วันที่ 7 เมษายน 2561 ที่สถานีรถไฟเพชรบุรี ต.คลองกระแชง อ.เมืองเพชรบุรี กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเพชรบุรี และนักท่องเที่ยวจากจังหวัดต่างๆกว่า 100 คน สวมใส่ชุดไทย เดินทางมารวมตัวขึ้นรถไฟ เดินทางจากสถานีรถไฟเพชรบุรีไปยังสถานีรถไฟหนองจอก ต.หนองจอก อ.ท่ายาง เพื่อร่วมท่องเที่ยวงานเปิดบ้านย่านชุมชนเก่าหนองจอก “ใส่ผ้าไทย ขึ้นรถไฟ ไปหนองจอก ชมดอกบัวหลวงพระราชินี” ซึ่งจัดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ร่วมกับ เทศบาลตำบลหนองจอก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนหนองจอก กลุ่มเยาวชนรักษ์บัวหลวงพระราชินีหนองจอก และชาวบ้านตำบลหนองจอก โดยการสนับสนุนจาก ร้านบอยรถบ้าน บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต และ ธนาคารกรุงเทพ


          บรรยากาศการเดินทางเป็นไปด้วยความสนุกสนาน รถไฟใช้เวลาเดินทางเพียง 20 นาทีเศษ ก็ถึงสถานีหนองจอก ซึ่งมีการเตรียมขบวนแห่กลองยาวต้อนรับอย่างครึกครื้น และนำคณะนักท่องเที่ยวไปยังสระบัวหลวงพระราชินี บริเวณหลังวัดหนองจอก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน โดยได้รับเกียรติจากนายกฤษฎา แก้วสองเมือง ปลัดจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดงาน ผศ. ดร.เสนาะ กลิ่นงาม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นางนฤมล กิจพ่วงสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลท่ายาง นายจรัญ ไม้จันทร์ นายกเทศมนตรีตำบลหนองจอก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ผศ.พจนารถ บัวเขียว รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏฯ นายเลื่อน แสงขำ กำนันตำบลหนองจอก นายธรรมรงค์ ศรีทอง ผู้บริหารร้านบอยรถบ้าน นายอจลวิชญ์ ศรีทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๖ ต.หนองจอก ให้การต้อนรับ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก


          ผศ. ดร.เสนาะ เปิดเผยว่า ชุมชนหนองจอกเป็นชุมชนที่มีต้นทุนทางสังคมสูง มีสถาปัตยกรรมบ้านเรือนเก่าที่มีอายุกว่า 100 ปี มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทรงคุณค่า มีวิถีชีวิตบนความพอเพียงและอยู่กันอย่างมีความสุข นอกจากนี้ย่านชุมชนเก่าหนองจอกเป็นแหล่งกำเนิดบัวหลวงสายพันธุ์ดั้งเดิม มีลักษณะพิเศษคือ ก้านใหญ่ ยาวประมาณ 3 เมตร ใบบัวสีเขียวคราม ลายเส้นใบบัวนับได้ 22 เส้น ดอกบัวมีขนาดใหญ่ กลีบดอกโคนกว้าง ปลายแหลม เมื่อบานเต็มที่จะมีสีชมพูเข้มสวยงามและกลิ่นหอม นาน 3 – 4 วัน จากนั้นจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อน ซึ่งบัวชนิดนี้เป็นที่ทรงโปรดของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 จนได้รับการขนามนามว่า “ ดอกบัวหลวงพระราชินี” ในอดีตเมื่อเสด็จพระราชดำเนินมายังพระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จะทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ข้าราชบริพารมานำดอกบัวในสระบัวแห่งนี้ไปใช้บูชาพระและประกอบพระราชกุศลในพระราชวังอยู่เป็นประจำ และทรงรับสั่งให้เจ้าหน้าที่เก็บต้นพันธุ์บัวจากสระบัวแห่งนี้ ไปปลูกอนุรักษ์ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง ที่ จ.นราธิวาส อีกด้วย

          แต่เมื่อเวลาผ่านไปบึงดอกบัวหลวงพระราชินีมีความทรุดโทรม มีวัชพืชขึ้นเป็นจำนวนมาก ขาดการบำรุงรักษา ทำให้การเจริญเติบโตของบัวไม่เต็มที่ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดงานครั้งนี้จึงได้ร่วมกันพัฒนาบึงบัวหลวงจนมีสภาพที่ดีในปัจจุบัน และเพื่อเป็นการแสดงถึงความภาคภูมิใจที่ชาวตำบลหนองจอกมีต่อดอกบัวหลวงพระราชินี และอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ของชุมชนเก่า จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเปิดบ้านย่านชุมชนเก่าหนองจอก ครั้งที่ 2 ในแนวคิด “ใส่ผ้าไทย ขึ้นรถไฟ ไปหนองจอก ชมดอกบัวหลวงพระราชินี” เพื่อยกระดับชุมชนบ้านหนองจอกสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับประเทศ พัฒนาผลิตภัณฑ์จากดอกบัวหลวงพระราชินีสู่เชิงพาณิชย์ และยังเป็นการสร้างศูนย์เรียนรู้บัวหลวงพระราชินีหนองจอก เพื่อการศึกษาและการท่องเที่ยว

          ทั้งนี้ภายในงานมีการแสดงแสง สี เสียง ในชุด “มณีปทุมสรวง สู่บัวหลวงพระราชินี” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นิทรรศการความเป็นมาของเมืองหนองจอกจากอดีตถึงปัจจุบัน กิจกรรมถ่ายภาพ ความงามของ “สระบัวหลวงพระราชินี” การสาธิตทำอาหารและขนมจากบัวหลวงกว่า 100 ชนิด อาทิ น้ำพริกบัวราชินี, ชากลีบบัว, เมี่ยงกลีบบัว, เปี๊ยะใส้ลูกบัว , การแสดงภาพถ่ายชุมชนหนองจอกในอดีต,การแสดงของชุมชน นักเขียน เครือข่ายของวัฒนธรรม, ตลาดอาหารย้อนยุค, การจำหน่ายสินค้าของดี ต.หนองจอก และของดีเพชรบุรี ตลอดจนผลิตภัณฑ์การแปรรูปสินค้าจากบัว เช่น สบู่ น้ำหอม โลชั่น มากมาย

http://https://www.youtube.com/watch?v=eiz_pYJ177U&feature=youtu.be

ทีมข่าวเพชรภูมิ : รายงาน

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!