นายแพทย์

                นพ.เพชรฤกษ์ แทนสวัสดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผย “เพชรภูมิ” ว่า สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังเกิดคลัสเตอร์ใหญ่ที่โรงงานของบริษัท แคลคอมพ์ อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี และโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งในพื้นที่ตำบลใกล้เคียง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี ได้จัดเจ้าหน้าที่ในระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จ.ราชบุรี ไปดำเนินการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งในโรงงานและชุมชนรอบ ๆ โรงงาน รวมถึง การตรวจค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเพื่อ Swab หาเชื้อโควิด-19  ถ้าพบว่ามีเชื้อก็จะนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลทุกคน ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงหากตรวจไม่พบเชื้อก็ต้องให้กักตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน จากนั้นก็จะตรวจ Swab หาเชื้ออีกครั้ง ขณะนี้ได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิดในโรงงานแคลคอมพ์

                นพ.เพชรฤกษ์กล่าวต่อไปว่า การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นในโรงงานต่าง ๆ ของ อ.เขาย้อย ขณะนี้ เชื่อว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะได้สนธิกำลังกันจัดตั้งทีมเฝ้าระวัง กันอย่างเต็มที่ แรงงานที่ทำงานในโรงงานแคลคอมพ์และอีกหลายโรงงานส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมาร์ ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าฯ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานสาธารณสุข องค์กรในท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานต่าง ๆ ได้ระดมกำลังกันมาช่วยพร้อมสนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์และสิ่งจำเป็นต่าง ๆ ภาคเอกชนก็มาร่วมด้วยช่วยกันอย่างอบอุ่น ขณะเดียวกันก็มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนอยู่บ้าน ไม่รวมกลุ่ม แม้อยู่ในบ้านก็ต้องใส่หน้ากากอนามัย ถ้าคิดว่าตัวเองสัมผัสกับผู้เสี่ยงสูงก็ขอให้กักตัวอยู่กับบ้านดูอาการ 14 วัน หรือไป Swab หาเชื้อที่โรงพยาบาลหรือรถเคลื่อนที่ที่มาให้บริการ

                “ส่วนการฉีดวัคซีนในพื้นที่ อ.เขาย้อย ขณะนี้ได้จัดสรรให้แก่กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ อสม. และเจ้าหน้าที่ด่านหน้า รวมจำนวน 1,251 โดส ฉีด 1 เข็มครบแล้ว รอเข็ม 2 อีกจำนวน 706 คน ได้รับวัคซีนมาที่นี่ 3,000 โดสฉีดเข็ม 1 ครบหมดแล้ว โดยเริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 23 – 28 พ.ค.ที่ผ่านมา กำลังรอเข็มที่ 2”

                ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูเหมือนวัคซีนที่จัดสรรให้ จ.เพชรบุรี ยังได้รับไม่มากเท่าที่ควร จะเพิ่มโควตาวัคซีนให้แก่ จ.เพชรบุรี หรือไม่ เนื่องจากเกิดการระบาดหนักในช่วงนี้ นพ.เพชรฤกษ์ชี้แจงว่า ศบค.จะเป็นผู้จัดสรรวัคซีน เนื่องจากมีหลายจังหวัดหลายพื้นที่มีผู้ป่วยเพิ่มจำนวนมาก  จ.เพชรบุรีในช่วงนี้ก็มีผู้ติดเชื้อมากขึ้น ก็กำลังรอ ศบค.พิจารณาจัดสรรวัคซีนมาให้ตามสถานการณ์ความจำเป็น สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วก็ไม่ควรประมาท ต้องปฏิบัติตนตามมาตรการ D-M-H-T-T ของสาธารณสุข

                “หลายคนกังวลว่าฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มแรกไปแล้ว จะได้ฉีดเข็ม 2 ตามกำหนดหรือไม่ ขอยืนยันว่าจะได้ฉีดเข็มที่ 2 กันทุกคน กระทรวงสาธารณสุขแจ้งมาแล้วว่าจะมีวัคซีนซิโนแวคจัดสรรมาให้พร้อมกับวัคซีนแอสตร้าซิเนก้า ซึ่งผู้ลงทะเบียนฉีดแอสตร้าเซเนก้าไว้ในเดือนมิถุนายนนี้ จะได้รับการฉีดตามกำหนดอย่างแน่นอน” นพ.เพชรฤกษ์กล่าว

                ด้าน นายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผย “เพชรภูมิ” ว่า เดิม จ.เพชรบุรี ได้โควตาวัคซีนโควิด-19 ประมาณ 26,000 โดส แต่เมื่อเกิดคลาสเตอร์แคลคอมพ์ขึ้น ทำให้ปัจจุบันผู้ติดเชื้อใน จ.เพชรบุรี มีมากกว่า 5,000 คน และติดอันดับผู้ป่วยสะสมสูงในกลุ่ม 1 ใน 5 ของประเทศ แต่กลับได้วัคซีนลำดับที่ 50 ของประเทศ ซึ่งตนมองว่าไม่เป็นธรรม ตนพร้อม นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี เขต 1 นายสาธิต อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี เขต 2 ร่วมกับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จ.ชลบุรี จ.สมุทรปราการ และ จ.สงขลา ซึ่งเป็นกลุ่มจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดงมีการระบาดของโควิด-19 สูง แถลงข้อเรียกร้อง ซึ่งวันต่อมา ศบค.ได้มีมติปรับโควตาวัคซีนใหม่ โดยใช้เกณฑ์พื้นที่การระบาดสูงสุดเป็นลำดับแรก เมืองเศรษฐกิจท่องเที่ยว เป็นลำดับ 2 และความหนาแน่นของประชากรเป็นลำดับ 3 ทำให้การปรับเกณฑ์โควตาวัคซีนใหม่ จ.เพชรบุรีจะได้มากกว่าเดิมแน่นอน

                “เบื้องต้นขณะนี้ผมได้ทำเรื่องขอเพิ่มจำนวนวัคซีน เสนอ ศบค.ผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี จาก 26,000 โดส เป็นจำนวน 100,000 โดส ซึ่งจำนวนนี้ จะสามารถฉีดให้ชาวเพชรบุรีได้ 50,000 คน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทราบเรื่องแล้วแต่ยังไม่สามารถระบุว่า จ.เพชรบุรีจะได้โควตาเท่าไหร่ เพราะจะต้องรู้จำนวนวัคซีนที่ประเทศไทยจะได้ในครั้งต่อไปก่อนจึงจะสามารถจัดสรรตามลำดับความสำคัญได้” นายสุชาติกล่าว.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!