น้ำท่วมเมืองเพชรลามไป 5 อำเภอ ฝนกระหน่ำ

เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 9 พฤศจิกายนเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ จ.เพชรบุรี หลายพื้นที่เกิดภาวะน้ำป่าไหลหลากอย่างรวดเร็วทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน หมู่ที่ 11 บ้านห้วยสาริกา หมู่ที่  3 บ้านพุพลู และหมู่ที่  2 บ้านโปร่งวิเชียร ต.ยางน้ำกลัดใต้ อ.หนองหญ้าปล้อง และพื้นที่ใกล้เคียง โดยกระแสน้ำไหลเชี่ยวและรุนแรง ปริมาณน้ำสูงประมาณ  30 ซม. –  2 เมตร ส่งผลให้ทรัพย์สินของประชาชน พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายสะพานข้ามลำห้วยหินเพลิง บ้านลิ้นช้าง และถนนเส้นทางหลักที่ประชาชนในพื้นที่ใช้สัญจรเข้า-ออก หมู่บ้านหมู่  6 บ้านห้วยรางโพธิ์ ต.ยางน้ำกลัดใต้ถูกกระแสน้ำท่วมรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้ นอกจากนี้อ่างเก็บน้ำห้วยกวางโจน หมู่  3 บ้านพุพลูล่าง ต.ยางน้ำกลัดใต้ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำดินขนาดกลาง แนวสันเขื่อนเกิดแตก เป็นแนวกว้างกว่า  20 เมตร ลึกกว่า 9 เมตร ทำให้น้ำไหลบ่าทะลักลงมาเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่เกษตรที่อยู่ใต้อ่างเก็บน้ำดังกล่าวก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

            ปริมาณน้ำจำนวนมากได้ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำหลัก  3 แห่งของ จ.เพชรบุรี อย่างต่อเนื่องจำนวนมาก ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำมีระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อ่างเก็บน้ำแก่งกระจานมีปริมาณน้ำกว่า 90% อ่างแม่ประจันต์ และอ่างห้วยผาก ปริมาณน้ำเกินกว่า  100% ทำให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี มีความจำเป็นที่จะต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเพชรออกท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และประกาศเตือนพื้นที่ อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมือง และ อ.บ้านแหลม เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำเร่งนำกระสอบทรายเสริมแนวตลิ่งตลอดจุดเสี่ยง

            เวลา 0 6.00 น. วันที่  10 พฤศจิกายน มีอัตราการปล่อยน้ำจากเขื่อนเพชรสูงสุด กว่า  513 ลบ.ม./วินาที ผลักดันระบายลงคลอง D9 และคลองสายใหญ่  4 สาย ได้ประมาณ  150 ลบ.ม./วินาที และปล่อยลงแม่น้ำเพชรบุรี มากกว่า  362 ลบ.ม./วินาทีส่งผลให้น้ำในแม่น้ำเพชรบุรีล้นตลิ่ง และไหลเข้าท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำอ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมือง และ อ.บ้านแหลม

            ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี เวลา  17.30 น. วันที่  10 พฤศจิกายน น้ำในแม่น้ำเพชรบุรีเริ่มทะลักขึ้นมาจากท่อระบายน้ำท่วมบนถนนดำเนินเกษม ถ.พานิชเจริญ ถ.มาตยาวงศ์ ถ.สุรินทรฦๅไชย สูงประมาณ  10 – 20 ซม. รถจักรยานยนต์และรถยนต์ยังคงสามารถสัญจรผ่านได้ขณะที่พื้นที่ชุมชนนามอญน้ำทะลักขึ้นมาจากท่อระบายน้ำท่วมบางพื้นที่ส่วน หมู่  3 ต.บ้านกุ่มน้ำล้นตลิ่งทะลักเข้าบ้านเรือนประชาชน ในส่วน ถ.เพชรเกษมจุดทางลอดอุโมงค์กลับรถทุกแห่งไม่สามารถใช้งานได้

            กลางดึก วันที่  10 พฤศจิกายน คันกั้นน้ำบริเวณหมู่  2 บ้านหนองสัก ต.ท่ายาง อ.ท่ายาง ขาดยาวประมาณ 8 เมตร นอกจากนี้คันกั้นน้ำและน้ำล้นตลิ่งหลายแห่งในพื้นที่ อ.บ้านลาด ทำให้มวลน้ำจำนวนมากจากแม่น้ำเพชรบุรีล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรพื้นที่อำเภอบ้านลาด ในเขตเทศบาลบ้านลาด ต.ตำหรุ ต.สมอพลือ ต.ท่าเสน บางจุดระดับน้ำสูงถึง  1.5 เมตร รถจักรยานยนต์และรถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ประชาชนบางส่วนต้องอาศัยอยู่ชั้น  2 ของบ้าน

            ส่วนในพื้นที่ อ.บ้านแหลม ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่จะระบายมวลน้ำลงสู่ทะเลน้ำได้เอ่อล้นฝั่งเข้าท่วม ต.บางครก ทั้ง  1 2 หมู่บ้าน โดยเฉพาะพื้นที่บ้านใหม่ หมู่ที่  2 คันกั้นน้ำแตก น้ำจำนวนมากไหลเข้าชุมชนประชาชนได้รับผลกระทบกว่า  120 หลังคาเรือน ชาวบ้านบางส่วนต้องอพยพขึ้นไปอยู่ชั้น  2 ของตัวบ้าน บางรายต้องออกมาพักอาศัยนอกพื้นที่ ประกอบกับเกิดน้ำทะเลหนุนทำให้เกิดน้ำขังทุกหมู่บ้าน พื้นที่เกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง

            ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถานฯ, ทหารมณฑลทหารบกที่  15, ทหาร นพค. 13, ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี, ตชด. 144, เทศบาลตำบลท่ายาง, เทศบาลตำบลบ้านลาด, เทศบาลเมืองเพชรบุรี, เทศบาลตำบลบ้านแหลม, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ได้นำกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน เคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ตลอดจนจัดหาทราย ลำเลียงกระสอบทรายทำแนวคันกั้นน้ำ และนำน้ำดื่ม อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค ถุงยังชีพ และยาสามัญประจำบ้าน ลงช่วยเหลือประชาชนทันที

            ขณะเดียวกัน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.กระทรวงเกษตรฯ นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.กระทรวงแรงงาน ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผวจ.เพชรบุรี รักษาราชการแทน ผวจ.เพชรบุรี นายกเทศมนตรีหัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่เพชรบุรีติดตามสถานการณ์น้ำเพชรบุรี วางแผนแก้ปัญหา สนับสนุนและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สถานการณ์น้ำเกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุดและเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตลอดจนใช้เครื่องจักรเครื่องมือเพื่อให้ความช่วยเหลือมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำกว่า  10 ตัว ในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.บ้านแหลม ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี ที่ อ.ท่ายาง อ.เมือง อ.บ้านแหลม 14 เครื่อง และติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล จำนวน 2 เครื่อง ที่ ต.ปึกเตียน อ.ท่ายาง

            ทั้งนี้ตั้งแต่หลังจากวันที่  10 พฤศจิกายน พื้นที่จังหวัดเพชรบุรีไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติมอีก จึงทำให้สถานกรณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย เขื่อนเพชรลดระดับการปล่อยน้ำลงตามลำดับ โดยในเวลา  18.00 น. วันที่  13 พ.ย. ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง  3 แห่ง ลดลงเหลือ 92-95% เขื่อนเพชรระบายน้ำท้ายเขื่อน  108 ลบ.ม./วินาที ระบายลงคลอง  4 สาย และคลอง D9  78 ลบ.ม./วินาทีระบายลงแม่น้ำเพชร  30 ลบ.ม./วินาที พื้นที่โดยรวม จ.เพชรบุรีเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ในพื้นที่ อ.บ้านแหลม ซึ่งยังมีน้ำท่วมขังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรีได้ประสานนำเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยดำเนินการในพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อให้สามารถช่วยระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น จนถึงขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมขังลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!