“บิ๊กตู่” นำคณะติดตามสถานการณ์น้ำ จ.เพชรบุรี ย้ำมาทำการบ้าน ไม่ใช่การเมือง

“บิ๊กตู่” นำคณะติดตามสถานการณ์น้ำ จ.เพชรบุรี ย้ำมาทำการบ้าน ไม่ใช่การเมือง กำชับทุกหน่วยงานรับมือสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเพชรบุรี ด้านกรมชลประทานเร่งขุดขยายคลองชลประทานสาย 3 เชื่อมต่อประตูระบายน้ำคลอง D9 ตัดน้ำลงทะเลอ่าวไทย

          เมื่อเวลา 08.20 น.วันที่ 8 สิงหาคม 2561 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางมายังห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี(เขื่อนเพชร) ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เพื่อประชุมสรุปผลการบริหารจัดการน้ำแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดเพชรบุรี และรับฟังบรรยายสรุปภาพรวมการบริหารน้ำของจังหวัดเพชรบุรี โดยมีนางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผวจ.เพชรบุรี นายสมเกียรติ ประจักษ์วงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมเจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี (เขื่อนเพชร) ให้การต้อนรับและชี้แจงข้อมูลการบริหารจัดการน้ำ และแผนการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน


          คณะนายกฯ ได้ตรวจเยี่ยมประตูระบายน้ำเขื่อนเพชร เสร็จแล้วเดินทางต่อไปยังประตูระบายน้ำคลอง D9 เพื่อติดตามการขุดขยายคลองชลประทานเชื่อมต่อกับคลองระบายน้ำ D12 และ D9 เพื่อตัดปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเพชรไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย ช่วยให้ตัวเมืองเพชรบุรีซึ่งเป็นชุมชนเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบน้อยที่สุด จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยังวัดคุ้งตำหนัก ต.บางตะบูน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เพื่อเยี่ยมชมการทำงานของเรือผลักดันน้ำ และรับฟังบรรยายสรุป ก่อนเข้าเยี่ยมทักทายประชาชนที่มาร่วมให้การต้อนรับ

          พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า สถานการณ์น้ำขณะนี้ไม่ถึงกับวิกฤติตามที่บางสื่อรายงานจนประชาชนตื่นตระหนกและสร้างผลกระทบด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ขอให้มั่นใจในการแผนการบริหารจัดการน้ำ แผนป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่ จังหวัดเพชรบุรี ชลประทานจังหวัดเพชรบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลได้สั่งให้ทุกหน่วยงานระดมกำลังเจ้าหน้าที่ และอุปกรณ์ต่างๆในการสนับสนุนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามได้กำชับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างดีที่สุด โดยขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ ไม่ตกวิตกกังวลกับสถานการณ์น้ำจนเกิดเหตุ และเชื่อมั่นว่าชาวเพชรบุรีผ่านสถานการณ์นี้ได้ไปด้วยดี และชื่นชมทีมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดเพชรบุรีว่า สามารถแก้ไขสถานการณ์จนประชาชนได้รับผลกระทบกับสภาวะในครั้งนี้ไม่มากนัก

 



          เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการลงพื้นที่ในครั้งนี้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบกลับอย่างมีอารมณ์ว่า ตนมาทำการบ้าน ยืนยันว่าไม่ใช่การเมือง นักข่าวชอบถามหาเรื่องอยู่เป็นประจำ

          ด้านนายทองเปลว กล่าวว่า สถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องทำให้ยังคงมีปริมาณน้ำหลากไหลลงเขื่อนแก่งกระจาน ทำให้มีปริมาณน้ำไหลล้นทางระบายน้ำสูง 33 เซนติเมตรลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจาน จะมีปริมาณน้ำล้นสปิงเวย์สูงสุดในวันที่ 10 สิงหาคม 61 โดยจะมีความสูงเหนือสปิลเวย์ ประมาณ 0.65 เมตร มีอัตราการไหลจำนวน 106 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีปริมาณน้ำไหลผ่าน เอ้าเลท + เครื่องสูบน้ำ + กาลักน้ำ รวม 110 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเมื่อรวมกับปริมาณน้ำไหลล้นข้ามสปิลเวย์ จะทำให้มีปริมาณน้ำผ่านท้ายเขื่อนแก่งกระจานสูงสุด 216-224 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

          จากนั้นเขื่อนเพชร จะตัดน้ำเข้าระบบคลองชลประทาน 4 สาย และคลองระบายน้ำ D 9 รวม 90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือระบายลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี 140-160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้น้ำไหลลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีผ่าน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาดโดยไม่มีผลกระทบ และเมื่อไหลผ่านเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี และ อ.บ้านแหลม จะส่งผลทำให้มีน้ำเอ่อล้นในพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งและพื้นที่ชุมชนเป็นบางช่วง แต่จะไม่ส่งผลกระทบที่รุนเเรง

ทีมข่าวเพชรภูมิ : รายงาน