ปฏิรูปตำรวจ

ตำรวจหรือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่ตรวจตรา รักษาความสงบเรียบร้อย มีอำนาจจับกุมและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย แบ่งภารกิจปฏิบัติการแตกต่างกันไป เช่น ตำรวจประจำสถานีตำรวจ, ตำรวจสันติบาล, ตำรวจกองปราบ, ตำรวจดับเพลิง, ตำรวจน้ำ, ตำรวจรถไฟ, ตำรวจป่าไม้, ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, ตำรวจตระเวนชายแดน ฯลฯ ตำรวจจึงเป็นหน่วยงานดูแลทุกข์สุขและใกล้ชิดประชาชน บุคคลในองค์กรตำรวจจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องเป็นผู้มีความสุจริตต่อหน้าที่ มีวินัย เป็นที่พึ่งพาของประชาชน ปฏิเสธไม่ได้ว่าองค์กรนี้ใกล้ชิดกับผลประโยชน์อันมิชอบ หากจิตใจไม่เข้มแข็งต่อสิ่งยั่วยวนอันมิชอบแล้ว การพิทักษ์สันติราษฎร์ก็ยากจะเกิดความเป็นธรรมในสังคมได้

กรณี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ กับตำรวจในสังกัดจำนวนหนึ่ง ร่วมกันใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนขาดอากาศหายใจและถึงแก่ความตายบนสถานีตำรวจ เป็นคดีสะเทือนขวัญคนทั้งประเทศและฉาวโฉ่ไปทั่วโลก ผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดถูกจับกุมดำเนินคดี ได้ตอกย้ำให้เห็นว่าวิธีการสอบสวนของตำรวจในรูปแบบเก่า ๆ ที่เคยได้ยินมานาน ยังไม่หมดสิ้นไป ก่อนหน้านี้มักได้ยินว่าตำรวจใช้วิธีนำตัวผู้ต้องสงสัยหรือผู้ต้องหาไปเค้นสอบในเซฟเฮ้าท์ ทรมานด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ใช้ไฟลนไข่, บีบขมับ, เอากระแสไฟฟ้าช็อต, จับหัวกดน้ำ ฯลฯ เพื่อให้รับสารภาพตามที่ตำรวจต้องการ

โดยกระบวนการสอบสวน ผู้ต้องหามีสิทธิ์ที่จะไม่ให้ถ้อยคำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองหรือมีสิทธิ์ที่จะไม่ให้การใด ๆ เลยก็ได้ การให้การจะต้องเป็นไปโดยสมัครใจ ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 135 บัญญัติไว้ว่า “ในการถามคำผู้ต้องหา ห้ามมิให้พนักงานสอบสวนทำหรือจัดให้ทำการใด ๆ ซึ่งเป็นการให้คำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง ทรมาน ใช้กำลังบังคับ หรือกระทำโดยมิชอบใด ๆ เพื่อจูงใจให้การใด ๆ ในเรื่องที่ต้องหานั้น” ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานมาโดยตลอดว่าคำรับสารภาพของผู้ต้องหาหากเกิดจากการถูกบังคับ มิอาจใช้รับฟังได้ (ฎีกาที่ 473/2539)

            หลังการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสียงเรียกร้องหนึ่งที่ต้องการให้ คสช.ดำเนินการเร่งด่วน คือ “ปฏิรูปตำรวจ” มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อการนี้ แต่ว่าผ่านไปนานกว่า 7 ปี นายกรัฐมนตรีนับตั้งแต่ยึดอำนาจจนถึงปัจจุบันก็ยังชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มิได้ใส่ใจในการปฏิรูปตำรวจตามเสียงเรียกร้องของประชาชนอย่างจริงจัง ข่าวตำรวจรับส่วย, ซื้อตำแหน่ง, ตั้งด่านรีดไถ, เรียกค่าคุ้มครอง, ใช้อำนาจสอบสวนมิชอบ, สอบเข้าตำรวจต้องวิ่งเต้นเสียเงิน ฯลฯ ก็ยังดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง เมื่อเกิดกรณีที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ ก็ควรถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะหันมาปฏิรูปวงการสีกากีอย่างจริงจัง เพื่อ “เกียรติ วินัย กล้าหาญ มั่นคง” ของตำรวจทั้งประเทศกว่า 2 แสนนายมิใช่เพียงสโลแกนสวยหรูอีกต่อไป.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!