ประธานหอการค้า

นายพันธุ์ธัช หิรัญจิรวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผย “เพชรภูมิ” ถึงสถานการณ์โควิด-19 ระลอกสาม กับผลกระทบทางด้านธุรกิจว่าหากเปรียบเทียบผลของโควิดครั้งนี้กับครั้งที่ผ่านมา คงมีความแตกต่างกันระบาดระลอกแรกคนส่วนใหญ่จะตื่นตระหนกเป็นอย่างมากประกอบกับมีการสั่งล็อกดาวน์เกือบทั้งประเทศทำให้เศรษฐกิจเกิดการชะงักงัน ทั้งการวางแผนในการรับมือและการบริหารจัดการด้านสาธารณสุขจึงใช้ระยะเวลานานหลายเดือนจากช่วงต้นปีจนถึงปลายปี แต่การแพร่ระบาดระลอกสองซึ่งมีระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน และตัวเลขการแพร่ระบาดลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเป็นเพราะการแพร่ระบาดอยู่ในกลุ่มคนผู้ใช้แรงงานชาวต่างชาติตามตลาดและโรงงานเป็นส่วนใหญ่จึงไม่กระทบมาก แต่การแพร่ระบาดระลอกที่สามนี้แพร่ระบาดไปในหลายกลุ่มกระจายไปเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศประกอบกับเป็นสายพันธุ์ที่แพร่กระจายได้ง่ายจึงทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูง อย่างไรก็ดีครั้งนี้ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มคุ้นเคยกับการป้องกันและรัฐบาลมิได้ประกาศล็อกดาวน์ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจึงทำให้เศรษฐกิจการค้าการขายไม่สะดุดมากนักหากเปรียบเทียบกับการแพร่ระบาดครั้งแรกเพียงแต่อาจใช้ระยะเวลานานมากขึ้นกว่าตัวเลขการติดเชื้อจะลดจำนวนลงจนเข้าสู่สภาวะปกติ

                สถานการณ์โควิด-19 ระลอกสามขณะนี้ได้ส่งผลกระทบต่อการค้าภาคธุรกิจเอกชนพอสมควรทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการทำธุรกิจแต่ละรายซึ่งจะกระทบมากน้อยต่างกัน ที่หนักสุดคงจะเป็นด้านการท่องเที่ยว เพราะสถานการณ์ระลอกสามเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงไฮชีซั่นของฤดูการท่องเที่ยวภายในประเทศ เป็นช่วงเทศกาลวันหยุดสำคัญของปี และการหยุดภาคเรียนการศึกษาของนักเรียน ทำให้ภาคธุรกิจโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ร้านของฝาก และธุรกิจที่เกี่ยวข้องท่องเที่ยวได้รับผลกระทบโดยตรง ส่วนในภาคธุรกิจอื่น ๆ อาจจะได้รับผลกระทบบ้างแตกต่างกัน

                นายพันธุ์ธัช กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของ จ.เพชรบุรีที่ไม่ได้มีประกาศล็อกดาวน์ทำให้ยังสามารถทำมาค้าขายได้ ถ้าเทียบกับบางจังหวัดที่จำกัดเวลาในการเปิดขายอาหารหรือจำกัดเวลาและขอบเขตในการให้บริการแต่หากมองภาพรวมในระดับประเทศถือว่าได้รับผลกระทบหนักพอสมควรทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่หายุไปในภาวการณ์แพร่ระบาดของโควิดทั่วโลกและการงดูเดินทางของนักท่องเที่ยวภายในประเทศ การงดงานเลี้ยง งานสังสรรค์ การงดการจัดประชุมสัมมนา ทำให้ขาดเม็ดเงินในการหมุนเวียนเศรษฐกิจโดยรวมและสำหรับในช่วงเดือนหน้าซึ่งจะเป็นการเปิดภาคเรียนใหม่ การจับจ่ายใช้สอยโดยภาพรวมก็จะน้อยลงเป็นภาพปกติของทุกปี

                “อย่างไรก็ตามในบางภาคธุรกิจยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้ เช่น ภาคผลผลิตจากเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนหรือในภาคการขนส่ง หรือการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทการทำหมู่บ้านจัดสรรในจังหวัดเพชรบุรี ทั้งในเขตเมือง ในเขตริมทะเล รวมถึงในพื้นที่เชิงเขาซึ่งมีนักลงทุนทั้งในพื้นที่และจากกรุงเทพ กำลังขยับขยายกว้านซื้อที่ในช่วงราคาไม่แพงตามภาวะเศรษฐกิจ ประกอบกับผู้มีรายได้สูงที่ในภาวะปกติมักเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ช่วงนี้จนอีก๒-๓ปีข้างหน้ายังคงเดินทางไม่ได้จึงหันมาซื้อที่หรือหมู่บ้านในเขตพื้นที่ไม่ไกลจากกรุงเทพไว้ใช้พักผ่อนและเป็นการลงทุนในอนาคต ส่วนในกลุ่มอาชีพอื่นยังมองว่าสามารถพอประคับประคองไปได้”

                นายพันธุ์ธัชยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี ได้พยายามช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยการสื่อสารนโยบายการช่วยเหลือจากภาครัฐให้รับรู้อย่างทั่วถึงให้มากที่สุดของภาคธุรกิจและกลุ่มอาชีพต่างๆในจังหวัด ทั้งด้านการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบหรือการเข้าหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียนเพื่อให้สามารถดำเนินกิจการได้ในสภาวะปัจจุบัน ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ รวมถึงคณะกรรมการหอการค้าซึ่งเป็นตัวแทนจากหลากหลายธุรกิจตลอดจนรับฟังปัญหาของผู้ประกอบการเพื่อนำเสนอต่อภาครัฐทั้งในระดับจังหวัดโดยการเข้าประชุมร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ของจังหวัด และผ่านทางสภาหอการค้าไทยรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจ ได้รับและเข้ารับการจัดสรรการฉีดวัคซีนให้ได้มากและเร็วที่สุดเพราะไม่ใช่แค่เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับสุขภาพร่างกายเท่านั้นแต่ยังหมายถึงเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางด้านเศรษฐกิจการค้าขายเพราะตราบใดที่โควิดยังคงอยู่และยังอาจเกิดการระบาดในระลอกที่สี่หรือระลอกต่อ ๆ ไปย่อมเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการได้รับวัคซีนจะมีผลต่อสภาวะเศรษฐกิจในทางที่ดีอย่างยิ่งในอนาคต.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!