“ประโยคเชื่อมความ” และ “คำเริ่มต้น”

ประโยค เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เป็นประโยคเชื่อมความยอดนิยม ที่พิธีกรใช้เป็นประโยคเริ่ม พิธีกรหลายคนที่ไม่ค่อยระมัดระวัง บางครั้งก็ลืมตัวติดคำพูดนี้มากเกินไป จนทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่ากิจกรรมที่ทำมาก่อนหน้านั้น หรือกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เสียเวลา

       หากพิจารณาถึงประโยคที่ว่า เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ทำให้ผู้ฟัง (อย่างผมที่คิดมากไป) อาจจะเกิดสิ่งที่ต้องฉุกคิดขึ้นมาชั่วขณะ เพราะประโยคดังกล่าวหากฟังให้ดีแล้วคิดให้ลึกซึ้ง เป็นประโยคที่สะท้อนเจตนาของผู้พูด ที่เราอาจจะอนุมานได้ว่า สิ่งที่ทำนั้นเป็นเรื่องที่เสียเวลาทั้งหมด แม้ว่าผู้พูดอาจจะไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นก็ได้ แต่เมื่อพูดออกมาแล้วก็ชวนให้คนฟังอดคิดไปอย่างนั้นไม่ได้จริง ๆ

       ผมเคยสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ประโยค เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา จากเพื่อนครูอาจารย์หลาย ๆ คน ส่วนใหญ่มีอคติไปถึง
ผู้พูดเลยว่า เขาจะรีบไปไหน ถ้าเขารีบมากก็ให้คนอื่นทำแทนก็ได้  เพราะเห็นพูดบ่อยจริง กับประโยค เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

       เห็นไหมว่า ไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวที่คิดแบบนี้ บางคนได้ฟังแล้วถึงกับอารมณ์ขึ้นก็มีครับ ที่มีอารมณ์คงเพราะรู้สึกรำคาญ และขวางหูกับรูปประโยคที่ใช้นะครับ

       ผมจึงมองว่าประโยค เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ควรจะเปลี่ยนไปใช้ว่า ลำดับต่อไป หรือ ลำดับถัดไป หรือ ต่อจากนี้ ฟังแล้วน่ารื่นหูได้ดีกว่ามาก แถมยังไม่ได้แฝงเจตนาใด ๆ ด้วย ไม่เชื่อลองทดสอบด้วยตัวเองก็ได้

       ไหน ๆ ก็พูดแล้ว

       ขอยกอีกสักคำคือคำว่า ก่อนอื่น คำนี้ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับเริ่มต้นปฏิสันถารกับผู้ฟัง ถ้าเป็นลำตัดเขาเรียกว่า การออกตัว

       คำว่า ก่อนอื่น เป็นคำที่มักนำมากล่าวขึ้นก่อนที่จะเริ่มพูดเรื่องของตนเอง แรก ๆ ที่ได้ฟังก็ไม่ได้คิดอะไร ฟังแล้วก็ผ่านไป แต่พอมาช่วงหลังผมได้ยิน คำนี้บ่อยมาก นักศึกษาเองก็นิยมใช้เป็นคำเริ่มต้นของการแนะนำตัวก่อนเริ่มนำเสนองาน

       คำว่า ก่อนอื่น ผมฟังแล้วเหมือนผู้พูดจะมีเจตนาออกตัว เจตนามีต่าง ๆ กันไป ลองพิจารณาจากตัวอย่างต่อไปนี้ ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวให้ทุกท่านทราบก่อน, ก่อนอื่นผมขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้โอกาสผมมาพูดในวันนี้, ก่อนอื่นขอออกตัวไว้ก่อนว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปนี้ เป็นความคิดเห็นของผมเองที่ไม่ได้พาดพิงถึงใคร เป็นต้น

       หากเราไม่ใช้คำว่า ก่อนอื่น ในการเริ่มต้นประโยค จะเป็นไปได้หรือไม่ที่คนพูดจะพูดเข้าสู่เนื้อหาได้ตรง ๆ เลย เพราะผมมองว่าการที่เราเริ่มพูดอะไรสักอย่างในการสนทนาก็เท่ากับเป็นการเริ่มเรื่องนั้นอยู่นั้น จึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องพูด ก่อนอื่นก็ได้ เพราะสิ่งที่พูดถือว่า ก่อนอื่น อยู่แล้ว แต่ถ้าจะเท้าความเดิมก็มีแต่จะใช้ว่า ก่อนหน้านี้

       หรือคำว่า ก่อนอื่น เป็นคำเริ่มต้นที่ช่วยลดอาการประหม่าของผู้พูด เพราะถ้าพูดเข้าเรื่องเลยจะรู้สึกเหมือนเป็นการจู่โจมทำให้ผู้ฟังไม่ได้ตั้งตัว

                แต่ทั้งหมดนี้เป็นข้อที่ด่วนสรุปจากความเห็นส่วนตัวที่เคยมีประสบการณ์ จึงอยากชวนผู้อ่านทุกท่านลองพิจารณากันดูครับ

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!