ประโยชน์ สุนทรวาทะ ดอกไม้เหล็กผู้งามสง่า..บนแผ่นดินเมืองเพชร

ประโยชน์ สุนทรวาทะ

ดอกไม้เหล็กผู้งามสง่า..บนแผ่นดินเมืองเพชร

          ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ ๔๐-๕๐ ปีที่ผ่านมาชื่อ ประโยชน์ สุนทรวาทะ” เป็นที่รู้จักในฐานะเป็นหญิงเก่งและแกร่งบนเส้นทางสู้ชีวิต เป็นคุณครู เป็นยอดฝีมือตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี เป็นเจ้าของกิจการสิ่งพิมพ์และเป็นสื่อสารมวลชนระดับนำของจังหวัดเพชรบุรีที่มีตำแหน่งเป็น บรรณธิการหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ” และ นายกสมาคมสื่อมวลชนเพชรบุรี” ทั้งยังมีตำแหน่งทางสังคมที่ได้รับการยอมรับนับถือจากชาวเมืองเพชร 

          เส้นทางชีวิต” ฉบับนี้ขอร้อยเรียงเรื่องราวประวัติ นางประโยชน์ สุนทรวาทะ มารดาของ นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบีกริม เพาเวอร์ (มหาชน) จำกัด นางปรียนุช พร้อมสันติชน (สุนทรวาทะ) อดีตพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลกลาง กรุงเทพฯ นางปรียนันทน์ สุนทรวาทะ ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต ๑ และ นายปริญญา สุนทรวาทะ ประธานกรรมการบริษัท เพชรภูมิการพิมพ์ จำกัด และ บริษัท หนังสือพิมพ์เพชรภูมิ จำกัด ผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเพชรบุรี

          ผู้เขียนได้คัดย่อข้อมูลจากการบันทึกของ นายปริญญา สุนทรวาทะ ผู้เป็นบุตรชาย ที่เขียนขึ้นเพื่อจัดพิมพ์ลงในหนังสือ แม่…เพชรแห่งภูมิเพชรบุรี” ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ คุณแม่ประโยชน์ สุนทรวาทะ ณ เมรุวัดคงคารามวรวิหาร ต.คลองกระแชง อ.เมือง จ.เพชรบุรี ในวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๑

           นางประโยชน์ สุนทรวาทะ (ชาญใช้จักร) เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๔๗๙ ที่บ้านตรอกต้นจันทน์ ริมแม่น้ำเพชรบุรี ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี เป็นธิดาของ ร.อ.(เรือเอก) ชาญ ชาญใช้จักร หรือ ขุนชาญใช้จักร ร.น. อดีตข้าหลวงประจำจังหวัดเพชรบุรี” (ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี) กับนางเปื่อม ชาญใช้จักร (ชาติรุ่งเรือง)

          ในวัยเยาว์ ด.ญ.ประโยชน์ เป็นเด็กค่อนข้างแก่นแก้วพอตัว เพื่อนส่วนใหญ่ที่คบจะเป็นผู้ชาย โดยเฉพาะนายสมชาย สำเภาเงิน จะเป็นเพื่อนที่รักและสนิทกันมาก นอกจากนี้ ด.ญ.ประโยชน์ ยังมีบุคลิกความเป็นผู้นำ มุ่งมั่น ทระนงในตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต ทั้งในคำพูดและการกระทำมาตั้งแต่เด็ก

          ในขณะนั้น ขุนชาญใช้จักร ผู้เป็นบิดา ต้องเดินทางไปราชการต่างจังหวัดอยู่เป็นประจำ ทำให้ไม่ค่อยได้พบเจอบุตรสาวบ่อยนัก นางเปื่อม ชาญใช้จักร ผู้เป็นมารดาจึงต้องคอยเลี้ยงดู ด.ญ.ประโยชน์อย่างทะนุถนอม และให้การช่วยเหลือในทุกๆ เรื่อง โดยเฉพาะด้านการศึกษา ได้ส่งให้เข้าเรียนที่โรงเรียนอรุณสตรี (ปัจจุบันคือโรงเรียนอรุณประดิษฐ) โรงเรียนสตรีเพชรบุรีเบ็ญจมเทพอุทิศ (ปัจจุบันคือโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศฯ) และ โรงเรียนการช่างสตรีเพชรบุรี (ปัจจุบันคือวิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี) ตามลำดับ

ภายหลังสำเร็จการศึกษา นางประโยชน์ได้ประกอบอาชีพเป็นครูสอนที่ โรงเรียนบุญเลี่ยมวิทยา จ.เพชรบุรี ๓ ปี และ โรงเรียนศึกษาปัญญา จ.เพชรบุรี อีก ๑๐ ปี

          ต่อมาได้มาพบรักและเข้าสู่ประตูวิวาห์กับ นายปรุง สุนทรวาทะ ครูโรงเรียนปริยัติรังสรรค์และโรงเรียนพรหมานุสรณ์ฯ มีบุตรธิดารวม ๔ คน ได้แก่ ปรียนาถ (หนุ่ย) สุนทรวาทะ, ปรียนุช (นุช) สุนทรวาทะ, ปรียนันทน์ (นันทน์) สุนทรวาทะ และ ปริญญา สุนทรวาทะ

          หลังมีครอบครัวนายปรุงได้ศึกษาต่อและสำเร็จการศึกษาจาก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหันมาประกอบอาชีพเป็นทนายความ ตั้ง สำนักงาน นายปรุง สุนทรวาทะ ทนายความ” อยู่ที่อาคารพาณิชย์ ถ.เทเวศน์ เชิงสะพานจอมเกล้า ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี (ใกล้โรงไม้ซุ่นเฮงหลี) ขณะนั้นนางประโยชน์ได้ลาออกจากอาชีพครูมาดูแลครอบครัว และฝึกเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าจนมีฝีมือดีเป็นที่ยอมรับในการตัดเย็บตกแต่งเสื้อผ้าได้อย่างสวยงาม  มีภริยาของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รวมทั้งคหบดีใน จ.เพชรบุรี มาใช้บริการกันมากมาย

          นายปรุงเป็นทนายความมีชื่อเสียง มีทักษะในการว่าความต่อสู้คดี ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพและใช้วิชาชีพทนายความช่วยเหลือคนยากคนจนที่ถูกข่มเหงรังแกไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคมมาโดยตลอด ทำให้มีลูกความที่เดือดร้อนเข้ามาพึ่งพาอย่างต่อเนื่อง

          ขณะเดียวกันก็มีหน่วยงานราชการและบุคคลทั่วไปเข้ามาพบ ขุนชาญใช้จักร” ในช่วงเกษียณอายุราชการ เพื่อมาปรึกษาหาความรู้ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา การเมือง การปกครองกันอยู่มิขาด

          ต่อมานายปรุงและนางประโยชน์ได้พาครอบครัวมาตั้งหลักปักฐานปลูกสร้างบ้านพักอาศัยและตั้งสำนักงานทนายความในที่แห่งใหม่ อยู่ริม ถ.ดำเนินเกษม ต.คลองกระแชง อ.เมือง จ.เพชรบุรี (อยู่ระหว่างวัดพลับพลาชัยและวัดมหาธาตุวรวิหาร)

          ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นช่วงปฏิวัติรัฐประหาร นายปรุงได้ร่วมกับเพื่อนออกหนังสือพิมพ์ชื่อ เพชรภูมิ” เพื่อต้องการให้เป็นปากเสียงแก่คนจังหวัดเพชรบุรี เป็นหนังสือท้องถิ่นแนววิพากษ์วิจารณ์สังคมและการทำงานของหน่วยงานราชการต่าง ๆ กระทั่งหลังเหตุการณ์ยึดอำนาจของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินที่นำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ และมี รมว.กระทรวงมหาดไทย ชื่อ สมัคร สุนทรเวช ได้ใช้อำนาจเผด็จการสั่งปิดหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ

          แม้ เพชรภูมิ” จะถูกปิดตัวลง แต่นายปรุงกับนางประโยชน์ก็ไม่ท้อถอย กลับมีความคิดที่จะก่อตั้งโรงพิมพ์เพื่อประกอบกิจการงานสิ่งพิมพ์เป็นของตัวเอง จึงไปปรึกษา พระธรรมวรนายก อดีตอธิการบดีมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระอาจารย์ที่เลี้ยงดูนายปรุงมาตั้งแต่ยังเล็ก ซึ่งพระอาจารย์ก็เห็นชอบมิได้คัดค้าน พร้อมให้การสนับสนุน

          นายปรุงกับนางประโยชน์จึงก่อตั้งโรงพิมพ์ขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม  ๒๕๑๘ ใช้ชื่อว่า เพชรภูมิการพิมพ์” เป็นโรงพิมพ์ขนาดเล็ก มีพนักงานไม่ถึง ๑๐ คน และต่อมานายปรุงได้ฟื้นชีวิต หนังสือพิมพ์เพชรภูมิ” ขึ้นมาอีกครั้ง โดยให้นางประโยชน์ขึ้นเป็น บรรณาธิการหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ” นับเป็นบรรณาธิการหญิงคนแรกของ จ.เพชรบุรี เริ่มพิมพ์ครั้งแรกในยุค บก.หญิง ฉบับวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๒๓

          แล้วเหตุการณ์ไม่คาดขวัญก็เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๒๗ ได้มีคนร้ายจำนวน ๒ คน ใช้อาวุธปืนตามประกบยิงนายปรุงขณะขับรถยนต์ส่วนตัวมุ่งหน้าไปทางศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี บริเวณน้ำพุหน้าประตูจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นเหตุให้นายปรุงเสียชีวิตในทันที นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัวสุนทรวาทะและหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ แต่นางประโยชน์ยังยืนยันทำหน้าที่บรรณาธิการหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ ร่วมกับนักเขียนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน อาทิ อ.ล้อม เพ็งแก้ว, นายชลิต(เฮียง้วน) เลาหสถิตย์, นายศักดิ์สิทธิ์ วิบูลศิลป์โสภณ, อ.สุกิจ ปวีณะปกรณ์ และอีกหลายคนร่วมกันสานต่ออุดมการณ์ของนายปรุง มุ่งมั่นที่จะรักษา เพชรภูมิ”  ไว้เป็นสมบัติของคนเมืองเพชร

          ต่อมานางประโยชน์ได้ปรับขนาดรูปเล่มของหนังสือพิมพ์เพชรภูมิจากฉบับเล็กให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเท่ากับหนังสือพิมพ์ส่วนกลาง และมีจำนวนหน้ามากขึ้น วางแนวทางให้กองบรรณาธิการเน้นเนื้อหาข่าวและบทความในทางวิพากษ์วิจารณ์สังคมอย่างตรงไปตรงมา ทั้งเป็นกระบอกเสียงให้แก่ชาวบ้านที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยไม่มีผลประโยชน์ใด ๆ แอบแฝง ทำให้ยอดขายของ เพชรภูมิ” เพิ่มทะยานสูงขึ้นเป็นหนังสือพิมพ์ยอดขายอันดับหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี 

          นางประโยชน์ได้เพิ่มกำลังการผลิตให้เพียงพอต้องความต้องการของชาวเพชรบุรี ประกอบกับธุรกิจงานพิมพ์หนังสือ วารสารต่าง ๆ เพิ่มขึ้นทุกเดือน ในปี พ.ศ.๒๕๓๙ จึงตัดสินใจซื้อที่ดินริมถนนเพชรเกษม ต.บ้านหม้อ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ลงทุนก่อสร้างอาคารสำนักงาน ๔ ชั้น มีการรับสมัครพนักงานและสั่งแท่นพิมพ์ทันสมัยมาเสริมงานธุรกิจการพิมพ์ที่กำลังเติบโต โดยมี นายปริญญา สุนทรวาทะ บุตรชายคนเล็กและเป็นบุตรชายคนเดียวของครอบครัวเป็นกำลังหลักในการพัฒนาธุรกิจงานพิมพ์ร่วมกับคุณแม่

          นางประโยชน์ มีความรักในวิชาชีพสื่อมวลชน ดำรงตนด้วยความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพและจรรยาบรรณ เป็นแบบอย่างสื่อมวลชนที่ดี จนได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนสื่อมวลชนใน จ.เพชรบุรี ให้เป็นแกนนำในการก่อตั้ง “สมาคมสื่อมวลชนเพชรบุรี” เมื่อปี ๒๕๔๕ โดยนางประโยชน์ได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง นายกก่อตั้งสมาคมสื่อมวลชนเพชรบุรี” นับเป็นนายกสมาคมฯคนแรกและเป็นผู้นำสตรีคนแรกของสมาคมฯนี้ ดำรงตำแหน่งในปีบริหาร ๒๕๔๕-๒๕๔๗ 

          จากการเป็นผู้นำด้านสื่อสารมวลชนและดำรงตนในวิชาชีพนี้ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ใช้สื่อหนังสือพิมพ์ช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ในปี พ.ศ.๒๕๔๕ สภาสถาบันราชภัฏเพชรบุรี ที่มี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เป็นนายกสภาสถาบันราชภัฏเพชรบุรี ได้มีมติให้ นางประโยชน์ สุนทรวาทะ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ นายกสมาคมสื่อมวลชนเพชรบุรี ได้รับปริญญา ศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวารสารศาสตร์” ประจำปี พ.ศ.๒๕๔๕

           นางประโยชน์ทำหน้าที่บรรณาธิการ จนอายุย่างเข้า ๗๐ ปี ได้วางมือจากตำแหน่งบรรณาธิการ และต้องการให้ผู้ที่มีความสามารถและมีประสบการณ์เข้ามาทำหน้าที่แทน จึงมอบหมายให้ นายศักดิ์สิทธิ์ วิบูลศิลป์โสภณ ซึ่งเป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการฯในขณะนั้นขึ้นรับตำแหน่ง บรรณาธิการหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ ในปี พ.ศ.๒๕๕๐ ส่วนด้านธุรกิจโรงพิมพ์ได้มอบหมายให้นายปริญญา สุนทรวาทะ ผู้เป็นบุตรชาย เป็นผู้ดูแลสืบมาจนถึงปัจจุบัน แม้นางประโยชน์จะวางมือจากการทำงานแต่ก็ยังมีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริษัท เพชรภูมิการพิมพ์ จำกัด และอุทิศเวลาให้แก่งานสังคมโดยได้รับเชิญให้ไปเป็นกรรมการในองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ 

          ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นางประโยชน์ได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคมมาโดยตลอด จึงได้รับพระราชทานรางวัลและรางวัลต่าง ๆ อันเป็นเครื่องแสดงถึงการดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม อาทิ ได้รับพระราชทานเหรียญสมณาคุณสภากาชาดไทย ชั้น ๓ เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๕, ได้รับพระราชทานเข็มเครื่องหมาย พอ.สว. เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๐, ได้รับโล่เชิดชูเกียรติ “ผู้หญิงเก่ง ระดับเขต ๗ สาขาสื่อมวลชน” ประจำปี พ.ศ.๒๕๔๐, ได้รับโล่เชิดชูเกียรติกัลยาณมิตร ป.ป.ช. จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๔๗, ได้รับการคัดเลือกจากสภาสตรีแห่งชาติ ในพระราชินูปถัมภ์ ให้เป็นสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๔๘, เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติยศจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ได้รับเกียรติบัตรและเข็มคนดีศรีแผ่นดิน ปี ๒๕๔๙ ฯลฯ

          นางประโยชน์ สุนทรวาทะ ถึงแก่กรรมด้วยอาการสงบเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ เวลา ๑๕.๐๖ น. ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี อ.เมือง จ.เพชรบุรี สิริอายุ ๘๒ ปี

 

ทีมข่าวเพชรภูมิ:รายงาน