ปรับหลักสูตรแต่คนไม่เปลี่ยน

ตั้งแต่หลักสูตรยุคก่อนกรุงสุโขทัยมาจนถึงหลักสูตรยุคปัจจุบัน  จะพบว่าหลักสูตรการศึกษาของไทยนั้น เดิมเป็นหลักสูตรเพื่อดำรงชีวิตตามบริบทของตน หรือการศึกษาเพื่อชีวิต (Education is Life) และหลักสูตรได้เน้นการสอนให้คนเป็นคนดีมีศีลธรรมตามหลักธรรมทางพุทธศาสนา เพื่อความร่มเย็นของบ้านเมืองและประเทศชาติ มาถึงยุคปัจจุบันหลักสูตร มีการกำหนดและบรรจุเนื้อหากันอย่างกว้างขวาง เพื่อให้ทันกับโลกที่มีการแข่งขันกันเพื่อให้ได้มา ซึ่งผลประโยชน์และค่าตอบแทนที่มากกว่า ดีกว่า จึงมีวิวัฒนาการจากการศึกษาที่เป็นการศึกษาเพื่อชีวิต (Education is Life) มาเป็นการศึกษาเพื่อการแข่งขัน (Education is Competition) หลักสูตรที่กำหนดออกมาจึงมุ่งความเป็นเลิศ เป็นคนเก่ง มากกว่าสร้างผู้เรียนให้เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติตลอดมา

          สำหรับหลักสูตรใหม่ที่เป็นหลักสูตรอิงสมรรถนะอาจถือได้ว่าเป็นหลักสูตรที่เน้นการเปลี่ยนแปลงตนเองของบุคคลตามความสามารถ ให้พึ่งพาตนเองได้ ถือได้ว่าสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แล้วหลักสูตรที่ผ่านมาไม่เหมาะกับยุคสมัยใช่หรือไม่ คำตอบคือไม่น่าใช่ แล้วอะไรเป็นปัจจัยที่เรามักจะได้ยินได้ฟังกันบ่อย ๆ ว่า “ต้องปฏิรูปการศึกษา” ก็เพราะผลผลิตของการศึกษาคือคุณภาพของผู้เรียนที่จบการศึกษาแล้วไม่เป็นไปตามความคาดหวังของสังคม มีความรู้แต่ไม่สามารถลงมือทำได้ ขาดคุณลักษณะที่สำคัญ เช่น ความอดทน ความซื่อสัตย์ ฯลฯ ซึ่งในความเป็นจริงทุกหลักสูตรที่ผ่านมาคุณลักษณะที่สำคัญดังกล่าวเป็นจุดเน้นที่สำคัญด้วยซ้ำไป จากหลักสูตรไปสู่การสอนเป็นสาเหตุสำคัญที่สุด คือมีปรับหลักสูตรแต่ผู้ปฏิบัติที่จะนำหลักสูตรไปสู่ห้องเรียน คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอนและการจัดการและของผู้บริหารโรงเรียน

          การสอนคือการบอกความรู้ให้ผู้เรียน ดีขึ้นมาจากบอกความรู้ก็คือ มอบหมายให้นักเรียนไปค้นคว้าหาความรู้แล้วบันทึกมาส่งครูในรูปรายงาน วัดผลด้วยข้อสอบแบบเลือกตอบ วิธีนี้เป็นที่นิยมของผู้สอนตั้งแต่ประถม มัธยมจนถึงอุดมศึกษา วิธีนี้จะปรับหลักสูตรเป็นแบบไหนก็ใช้ได้หมด ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมีแบบเรียน ก็ใช้แบบเรียนเป็นหลัก ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย สะดวกสบายที่สุด

                ส่วนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผู้สอนต้องเตรียมการให้ผู้เรียนได้ทำกิจกรรมคือมีการปฏิบัติการต่าง ๆ ครูจะต้องแนะนำแทนการบอกต้องศึกษารูปแบบการเรียนรู้ (Learning Style) ของผู้เรียน เตรียมสื่อที่เหมาะสม ใช้การวัดผลหลายแบบเพื่อให้ครอบคลุมพฤติกรรมที่ต้องการวัด ผู้สอนจึงต้องใช้ความสามารถมาก ต่างจากการสอนที่กล่าวแล้ว นอกจากนั้นต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเพียงพอจากผู้บริหารข้อจำกัดอีกอย่างหนึ่งจำนวนนักเรียนในห้องเรียน ห้องเรียนที่มีนักเรียนเกิน 25 คน โอกาสที่จะจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ดีทำได้ยาก ดังนั้นไม่ว่าจะมีการปรับหลักสูตรให้เลิศเลอปานใดหากไม่ได้จัดบริบทของโรงเรียนให้เหมาะสม เช่น จำนวนนักเรียนต่อห้อง ชั่วโมงการสอนของครู ทรัพยากรสนับสนุนที่พอเพียง เป็นต้น แต่ที่สำคัญคือผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนต้องมุ่งมั่นที่จะจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่เปลี่ยนแปลงไปตามความเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!