ปัญหาขยะ

เรื่องการจัดการปัญหาขยะของทุกจังหวัดในขณะนี้ นับว่าเป็นปัญหาเรื้อรังมานานและทุกที่ยังหาทางออกไม่ได้ว่าควรจะจัดการปัญหากันอย่างไรจึงจะส่งผลกระทบต่อชุมชนน้อยที่สุด ขยะหรือสิ่งปฏิกูลเป็นศูนย์รวมความสกปรก เน่าเหม็น และเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคนานาชนิด ไปกองทิ้งที่ไหนก็ถูกตั้งข้อชิงชังรังเกียจ หลายหน่วยงานพยายามหาหนทางแก้ไขปัญหาขยะล้นเมือง มีการนำเสนอเทคโนโลยีสมัยใหม่ติดตั้งในโรงงานกำจัดขยะด้วยพลังงานไฟฟ้า นำขยะไปแปรรูปใช้ประโยชน์ แต่ก็แทบไม่มีชุมชนใดยอมให้ก่อสร้าง ส่วนใหญ่หวั่นมลภาวะเป็นพิษขณะขนย้ายและขณะกองอยู่กลางแจ้ง ตามรายทางที่รถขนขยะวิ่งผ่านตำบลหมู่บ้านไปมาวันละหลายเที่ยว ล้วนไม่เป็นที่ปรารถนาไม่ว่าชุมชนใด

ห้วงหลายปีที่ผ่านมา ตัวแทนหน่วยงานรัฐและองค์กรท้องถิ่นสิ้นเปลืองงบประมาณเดินทางไปศึกษาดูงานการจัดการปัญหาขยะถึงต่างประเทศ รวมแล้วเกือบหลายประเทศทั่วโลกที่มีการจัดการปัญหาขยะที่ดี แต่หลังการศึกษาดูงานก็แทบไม่เกิดมรรคผลในการจัดการปัญหา แทบทุกจังหวัดยังคงขนขยะไปทิ้งกลางแจ้งแล้วกลบฝัง ก่อปัญหาเป็นแหล่งพาหะนำโรค ทำลายทัศนียภาพ ส่งกลิ่นเหม็น อากาศเสีย ดินเสีย น้ำเสีย และอาจเกิดเพลิงไหม้บ่อขยะลุกลามไหม้บ้านเรือนใกล้เคียง ถึงวันนี้ขยะในประเทศไทยมีมากกว่า ๘ ล้านตันต่อวันและมีเพิ่มมากขึ้นตามอัตราประชากร ปัญหาขยะจึงควรเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องระดมสมองเร่งแก้ไขปัญหา

เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีข่าวว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประมาณ ๒๐ แห่งของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จะนำขยะวันละประมาณ ๒๐๐ ตันมาทิ้งในพื้นที่บ่อขยะอังรุ่งโรจน์ หมู่ ๒ ต.สระพัง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของ อบต.เขาย้อย ปรากฏว่ามีความเคลื่อนไหวของชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพชรบุรี, เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จังหวัดเพชรบุรี ร่วมคัดค้านการขนขยะข้ามเขตจังหวัดมาทิ้งดังกล่าว น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ประธานชมรมอนุรักษ์ฯ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)จังหวัดเพชรบุรี ได้กล่าวแสดงความเห็นว่าที่ใดทำให้เกิดขยะ ที่นั่นต้องกำจัดเอง มิใช่ผลักภาระให้จังหวัดใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน

ขยะวันละ ๒๐๐ ตันที่วิ่งจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวและชุมชนของ อ.ปราณบุรี อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผ่าน อ.ชะอำ อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมือง และ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี วันละหลายเที่ยวทุกวัน ระยะทางไปกลับเที่ยวละกว่า ๒๐๐ กม. ย่อมสร้างความหวั่นวิตกถึงมลภาวะเน่าเสียต่าง ๆ ที่ติดตามมา ยิ่งกำหนดว่าจะเริ่มนำขยะมาทิ้งในพื้นที่ ต.สระพัง อ.เขาย้อย ในวันที่ ๑ กรกฎาคมนี้ ชาวจังหวัดเพชรบุรีก็ยิ่งรู้สึกรับไม่ได้ที่หน่วยงานองค์กรท้องถิ่นในพื้นที่ทำอะไรไม่ไถ่ถามความพร้อมของชาวบ้าน ไม่คำนึงถึงผลกระทบและความรู้สึกของชาวบ้าน เสียงคัดค้านเมื่อดังกระหึ่ม ก็ต้องจับตาดูว่าจะลงเอยกันอย่างไร.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!