ปิด รพ.สนาม

สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ในพื้นที่ จ.เพชรบุรีช่วงระหว่างวันที่ 15-30 มิถุนายนที่ผ่านมา บุคลากรทางการแพทย์ อสม.ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้และได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยเพื่อตรวจหาเชื้อเชิงรุกในการคัดกรองผู้สัมผัสผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยง ทั้งในบริษัท แคล-คอมพ์อิเล็คโทรนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) และในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในเขต อ.เขาย้อยและทุกชุมชนในพื้นที่พบมีค่าเฉลี่ยผู้ติดเชื้อที่ตรวจเจอจำนวนลดน้อยลงและมีแนวโน้มสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคจะดีขึ้นเรื่อย ๆ

                ในส่วนของผู้ติดเชื้อ พนักงานชาวไทยและแรงงานชาวต่างด้าวที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนามอาคารโรงงานที่ 11 และ 12 ในโรงงานแคลคอมพ์ รวมกว่า 5,000 คน ได้รับการรักษาหายอย่างต่อเนื่อง วันที่ 17 มิถุนายนยอดผู้ติดเชื้อ รวม 5,364 รายได้รับการรักษาหายแล้วเป็นส่วนใหญ่ คงเหลือผู้ป่วย 29 ราย คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพชรบุรี  จึงมีมติให้ปิดโรงพยาบาลสนามแคล-คอมพ์ และย้ายผู้ป่วยที่เหลือไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าฯ โดยให้โรงงานแคลคอมพ์ปฏิบัติการตามมาตรการควบคุมโรค Bubble and Seal เพื่อให้กิจการได้ดำเนินการต่อไปโดยไม่ต้องหยุดกิจการ และป้องกันการตกงานของพนักงาน โดยนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์  ผวจ.เพชรบุรี กล่าวแสดงความขอบคุณคณะแพทย์-พยาบาลบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ที่ร่วมทำงานกันอย่างหนักตลอด 29 วันที่ผ่านมาโดยปฏิบัติหน้าที่เกือบ 24 ชั่วโมงต่อวัน นายคงสิทธิ์ โจวกิจเจริญ กรรมการบริษัทแคล-คอมพ์ กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือและขออภัยที่เกิดเหตุจากการแพร่ระบาดจากโรงงานจนทำให้ทุกคนเดือดร้อน

                วันที่ 18 มิถุนายน คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพชรบุรี มีคำสั่งห้ามบุคคลใดเข้าไปหรือออกจาก บริษัท เอ็มเมอรัลด์นอนวูเว่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตั้งอยู่หมู่ 2 ต.หนองชุมพลเหนือ อ.เขาย้อย หลังมีการตรวจคัดกรองเชิงรุกเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. พบผู้ติดเชื้อจำนวน 5 ราย และวันที่ 15 มิ.ย. พบผู้ติดเชื้ออีกจำนวน 49 ราย รวมทั้งหมด 54 ราย ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนพนักงานลูกจ้างหรือแรงงานในสถานประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมให้พนักงานกลุ่มเสี่ยงกักตัว 14 วัน และให้โรงงานปฏิบัติการตามมาตรการควบคุมโรค Bubble and Seal

                ในส่วนการเฝ้าระวังการแพร่ระบาด ผวจ.เพชรบุรีได้กำชับทุกหน่วยงานควบคุมเข้มทุกมาตรการ และเฝ้าระวังป้องกันเหตุจากปัจจัยทุกด้านที่อาจส่งผลต่อการแพร่ระบาด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนการ์ดอย่าตก และสร้างโรงพยาบาลสนาม ณ สนามกีฬาในพื้นที่ อบต.หนองชุมพล จำนวน 225 เตียง เพื่อรองรับคนงานผู้ติดเชื้อโควิด–19 จากบริษัทต่าง ๆ ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี โดยนายชัยยะ อังกินันทน์ นายก อบจ.เพชรบุรี สนับสนุนงบประมาณของ อบจ.เพชรบุรี จำนวน 3,979,000 บาท สนับสนุนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม

                ขณะเดียวกันได้ดำเนินการควบคุมป้องกันการเข้าประเทศจากประเทศเพื่อนบ้านโดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อ.แก่งกระจาน และ อ.หนองหญ้าปล้อง จัดกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนและประจำฐานปฏิบัติการบริเวณช่องทางติดต่อแนวชายแดนด้านเมียนมา ตรวจสอบบุคคลที่เดินลักลอบเดินทางเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ เข้มงวดในการเดินทางเข้า-ออกในพื้นที่ มาตรการด้านโรงงานวางมาตรการเฝ้าระวังมิให้มีการลักลอบออกนอกพื้นที่ ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงาน ส่วนมาตรการด้านร้านอาหาร ให้มีมาตรการคัดกรอง เว้นระยะห่าง งดการรวมกลุ่มหรือจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ รวมทั้งห้ามดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน และดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

                ต่อมาเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในแคมป์คนงานเป็นจำนวนมากทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล วันที่ 27 มิ.ย.จังหวัดเพชรบุรีจึงมีคำสั่งจัดตั้งจุดคัดกรองการเดินทางข้ามเขตพื้นที่ อ.เขาย้อย และ อ.บ้านแหลม เพื่อเฝ้าระวังและตรวจคัดกรองตามมาตรการทางด้านสาธารณสุข เป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ของแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี

                ส่วนมาตรการป้องกันโดยวัคซีนนอกเหนือจากการลงทะเบียนเข้ารับวัคซีนโควิด-19 ในระบบกระทรวงสาธารณสุขผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อม อสม. และโรงพยาบาลแล้ว ในส่วนขององค์กรส่วนท้องถิ่น นางนฤมล กิจพ่วงสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลท่ายางได้แจ้งความประสงค์จัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 ยี่ห้อซิโนฟาร์ม ซึ่งเป็นวัคซีนทางเลือก จำนวน 15,000 โดส จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ด้วยงบประมาณของเทศบาลตำบลท่ายางด้านนายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ ได้ขออนุมัติงบประมาณ 13,320,000 บาท ของเทศบาลฯ จัดซื้อวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” จำนวน 15,000 โดส จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อนำมาบริการฉีดให้ประชาชนในพื้นที่ อ.ชะอำ เช่นกัน

                ในส่วนของการป้องกันในสถาบันการศึกษา เดิมจังหวัดเพชรบุรีมีมติเห็นชอบให้จัดการเรียนการสอนตามปกติ (On Site) ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิดของจังหวัดเพชรบุรี ยังไม่คลี่คลาย คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพชรบุรี หารือกับศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี เห็นชอบเลื่อนการจัดการเรียนการสอนตามปกติ On-Site ไปเป็นวันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม 2564

                ด้านการช่วยเหลือจากประชาชนหน่วยงาน กลุ่มคนองค์กรเอกชนจำนวนมาก ยังคงร่วมบริจาคอาหารเครื่องใช้ และอุปกรณ์การแพทย์ จำนวนมากให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อใช้ในการป้องกันบุคลากร และช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ส่วนการช่วยเหลือจากภาครัฐ ครม.เห็นชอบปรับลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมของผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ซึ่งเป็นแรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เหลือร้อยละ 60 ของเงินสมทบ เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 โดยให้ผู้ประกันตนมาตรา 40
จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในอัตราใหม่ 3 ทางเลือก คือ 1. คุ้มครองประโยชน์ทดแทน 3 กรณี จ่ายอัตราใหม่ 42 บาท/เดือน (จากเดิม 70 บาท/เดือน) 2.  คุ้มครองประโยชน์ทดแทน 4 กรณี จ่ายอัตราใหม่ 60 บาท/เดือน (จากเดิม 100 บาท/เดือน) และ 3. คุ้มครองประโยชน์ทดแทน 5 กรณี จ่ายอัตราใหม่ 180 บาท/เดือน (จากเดิม 300 บาท/เดือน)

                ล่าสุด จ.เพชรบุรี ประกาศห้ามเข้าออกโรงงานอุตสาหกรรม บริษัท สตาร์ซัน ฟู้ดส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ต.สระพัง อ.เขาย้อย โดยให้ปฏิบัติการตามมาตรการควบคุมโรค Bubble and Seal ตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง และให้พนักงานกลุ่มเสี่ยงกักตัว 14 วัน

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!