‘พระปลัดบุญมี’ เล่าเรื่องราว ‘โบสถ์เมียหลวง-วิหารเมียน้อย’ ตำนานเก่าแก่-ปริศนาธรรมแห่งวัดเขาบันไดอิฐ จ.เพชรบุรี

                เรื่อง “เมียน้อย-เมียหลวง” เป็นจุดหนึ่งของวิถีชีวิตมนุษย์ซึ่งเกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย จากอดีตอันไกลโพ้นและในปัจจุบันก็ยังมีเช่นกัน แม้ว่าจะเป็นเพียงสะเก็ดเล็ก ๆ ในแต่ละกลุ่มชน มันก็มีพลานุภาพที่สามารถให้สังคมสั่นสะเทือนได้เช่นกัน เรื่องราวของ “เมียน้อย-เมียหลวง” ก็มิใช่จะเกิดขึ้นในโลกแคบ เรื่องราวของเทพเจ้าหรือตำนานเทพก็มีบันทึกข้องเกี่ยว แม้แต่ในวัดวาอารามทางพุทธศาสนาก็มีเข้าสอดแทรกดังเช่นที่ “วัดเขาบันไดอิฐ” จ.เพชรบุรี

พระปลัดบุญมี ปุญญภาโค เจ้าอาวาสวัดเขาบันไดอิฐ

                พระปลัดบุญมี ปุญญภาโค เจ้าอาวาสวัดเขาบันไดอิฐ เปิดเผยว่า “เพชรภูมิ” ว่า วัดบันไดอิฐ เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของเมืองเพชรบุรี ตั้งอยู่บนภูเขา ไม่มีประวัติหลักฐานว่าสร้างขึ้นแต่เมื่อใด แต่จากการบอกเล่าสืบต่อกันมาว่าเป็นวัดที่สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ในอดีตทางเดินขึ้นวัดทำเป็นบันไดปูลาดด้วยอิฐแดง ชาวบ้านจึงเรียกชื่อวัดแห่งนี้ว่า “วัดเขาบันไดอิฐ” จนถึงปัจจุบัน

                วัดเขาบันไดอิฐมีหลักฐานทางโบราณสถานและโบราณวัตถุหลายอย่างที่แสดงถึงความเป็นวัดเก่าแก่ อย่างเช่นงานปูนปั้นสกุลช่างเมืองเพชรที่หน้าบันโบสถ์และวิหาร หรือที่เรียกกันว่า “โบสถ์เมียน้อย -โบสถ์เมียหลวง” เพราะชาวบ้านคิดว่าวัดมีโบสถ์ ๒ หลัง แต่แท้จริงแล้วโบสถ์หรืออุโบสถของวัดเขาบันไดอิฐที่ผูกพัทธสีมาและใช้เป็นที่ทำสังฆกรรมของพระสงฆ์นั้นมีเพียงหลังเดียว คือหลังที่มีซุ้มสีมาล้อมรอบทั้งแปดทิศ ตั้งอยู่ด้านขวามือภายในกำแพงแก้วหรือทิศตะวันตก ส่วนอีกหลังหนึ่งที่เรียกว่า “โบสถ์เมียน้อย” ตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันออก มีองค์เจดีย์ตั้งขนาบกลางอยู่นั้นคือ “วิหาร” ซึ่งหากดูกันอย่างผิวเผินจะเห็นว่าศาสนสถานทั้ง ๒ หลังนี้มีขนาดและลักษณะเหมือนกันทุกอย่าง

                พระอุโบสถกับวิหารสร้างขึ้นเมื่อปีใดไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด เนื่องจากมีการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยตลอด จึงมิสามารถคำนวณอายุความเก่าแก่ของวัสดุได้ แต่มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาตั้งแต่ก่อนว่า ในอดีตมีเศรษฐีผู้หนึ่งมีภรรยา ๒ คน ซึ่งรักใคร่กันดี เมื่อเศรษฐีใกล้เสียชีวิตได้สร้างเจดีย์ไว้บนยอดเขาบันไดอิฐ โดยสั่งเสียภรรยาทั้ง ๒ คนว่าหากตนเองเสียชีวิตให้เอาอัฐิบรรจุไว้ในเจดีย์

                หลังเศรษฐีผู้นั้นเสียชีวิตแล้ว ภรรยาทั้งสองก็ปฏิบัติตามคำสั่งสามีทุกประการ และเพื่อเสริมบารมีให้สามีผู้มั่งคั่ง ภรรยาทั้ง ๒ คนจึงได้สร้างอุโบสถขึ้นคนละหลังประกบเจดีย์ของสามีไว้ โดยกำหนดกันว่าเมียหลวงนั้นมาก่อนอยู่นานเปรียบเสมือนตะวันที่บ่ายคล้อยให้อยู่ทางตะวันตก ส่วนเมียน้อยมาทีหลังเหมือนอรุณรุ่งจึงอยู่ทางพระอาทิตย์ขึ้น

                เมื่อสร้างแล้วเสร็จก็เกิดปัญหาถกเถียงกันว่าสามีรักใครมากกว่ากัน ทั้งคู่จึงตั้งจิตอธิษฐานว่าหากสามีรักใครยิ่งกว่าก็ขอให้ยอดเจดีย์เอนยอดไปหา ผลปรากฏว่ายอดเจดีย์ได้หันไปทางโบสถ์ของเมียน้อย

                ด้วยจิตใต้สำนึกที่ดีของเมียน้อย ถึงจะรู้ว่าสามีรักตนเองมากกว่าเมียหลวง ก็ต้องยอมเสียสละเพื่อให้เกิดความสงบสุขในครอบครัว โดยยอมลดระดับความสำคัญของโบสถ์ที่ตนเองสร้างให้เป็นวิหาร เพราะวัดหนึ่งมีพระอุโบสถได้เพียงหลังเดียว จึงเป็นที่มาของคำว่า “โบสถ์เมียหลวง วิหารเมียน้อย” แต่ชาวบ้านก็ยังเรียก ว่า “โบสถ์เมียหลวง โบสถ์เมียน้อย” กันอยู่ถึงปัจจุบัน

                ปัจจุบันโบสถ์และวิหารคู่นี้ได้เป็นแรงกระตุ้นจิตใต้สำนึกคนเพชรบุรี ให้ตระหนักถึงการเสียสละ รักใคร่ปรองดองกัน และปริศนาธรรมบทนี้จึงเป็นอนุสรณ์คงอยู่คู่กับ “วัดเขาบันไดอิฐ” ไปชั่วกาลนาน

                ขอเชิญชวนมาเยี่ยมชมความสวยงามและไขปริศนาธรรมของ “โบสถ์เมียหลวง-วิหารเมียน้อย” และกราบนมัสการสรีระสังขาร ‘หลวงพ่อแดง’ พระครูญาณวิลาศ (แดง รตฺโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาบันไดอิฐ พระเกจิชื่อดังระดับประเทศ ได้ที่ วัดเขาบันไดอิฐ ต.ไร่ส้ม อ.เมือง จ.เพชรบุรี สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.๐๖๒-๒๕๑-๕๓๙๙

สภากาแฟเพชรภูมิ ๑๖ มี.ค. ๖๔

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!