พระมหาวิสูตร เปิดใจ เผยสาเหตุโอนชื่อรถวัดเป็นชื่อตัวเองเพื่อลดค่าใช้จ่ายภาษี

พระมหาวิสูตร เปิดใจ เผยสาเหตุโอนชื่อรถวัดเป็นชื่อตัวเองเพื่อลดค่าใช้จ่ายภาษี

เท้าความกรณีถูกร้องเรียนบริหารการเงินไม่โปร่งใสยินดีให้ตรวจสอบ

ยืนยันทุกข้อร้องเรียนทำถูกต้อง

          จากกรณีที่พระใบฏีกาอุดมศักดิ์ รักษาการณ์เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศิริชัย อ.เขาย้อย และนายสุวัฒน์ ชูเทศ อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นไวยาวัจกร ต่อแจ้งความพระมหาวิสูตร จิตตปาโล เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศิริชัย เจ้าคณะตำบลเขาย้อย อ.เขาย้อย ว่ายักยอก รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ Toyota รุ่น Sport Rider สีน้ำตาลหมายเลขทะเบียน กค 5034 เพชรบุรี ทรัพย์สินของวัดพระธาตุศิริชัย เป็นทรัพย์สินของตนเอง โดยมิชอบ และต่อมาวันที่ 26 เมษายนพระมหาวิสูตร ได้เดินทางมาที่ สภ.เขาย้อย เพื่อแสดงตัวรับทราบข้อกล่าวหา โดย ร.ต.อ.ศุภชัยณกร เปี่ยมลาภ ร้อยเวร สภ.เขาย้อย ได้สอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาพระมหาวิสูตร ว่ากระทำความผิด ตาม ประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 147 ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย และประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต แต่เนื่องจากพระมหาวิสูตร ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหมายเรียก และเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง และไม่มีพฤติกรรมหลบหนีหลังสอบสวนจึงได้ปล่อยตัวชั่วคราว ดังที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

          ต่อมาพระมหาวิสูตร เปิดเผย “เพชรภูมิ” ว่าในส่วนของกรณีที่มีการแจ้งว่ายักยอกรถยนต์ของวัด ยินดีที่จะชี้แจงทุกอย่างเพราะมั่นใจได้ว่าอยู่ที่เจตนา ยืนยันไม่มีที่จะมีความคิดยักยอกเบียดเบียนของวัดเป็นของตนเองแต่ที่ทำไปเพื่อต้องการรักษาผลประโยชน์ของวัด เนื่องจากรถคันดังกล่าวเมื่อซื้อมีการลงชื่อเป็นชื่อวัด ทำให้ต้องเสียภาษีในนามของนิติบุคคลในปีแรกถึง 6,800 บาท ต่อมาได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ ว่าให้โอนเป็นชื่อบุคคล จะเสียภาษีลดลดเป็นปกติ จึงโอนเป็นชื่อตนเองซึ่งทำให้ภาษีลดลง เหลือเสียภาษีเพียง 3,400 บาทต่อปี โอนเสร็จก็นำรถมาใช้ภายในวัดไม่ได้เอาไปไหนสามารถตรวจสอบได้ ดำเนินการเพียงคนเดียว เพราะไม่รู้จะปรึกษาใคร กรรมการวัดไม่พูดคุยกับเจ้าอาวาส และหากมรณภาพไปก็ตกเป็นทรัพย์สินของวัดอยู่ดี

          พระมหาวิสูตร กล่าวต่อไปอีกว่า ขณะนี้ถูกร้องเรียนหลายเรื่อง ความจริงปัญหาเริ่มต้นทั้งหมดคือการที่ตนห้ามไม่ให้ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งดื่มเหล้าและห้ามเล่นการพนันภายในวัด ทำให้คนกลุ่มดังกล่าวไม่พอใจพยายามจะหาช่องทางเล่นงานด้านต่างๆ มีการร้องเรียนไปที่ พระเถระชั้นผู้ใหญ่ และส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ เรื่อง ปิดไฟโรงทึม การห้ามบวช การตรวจสอบบัญชี ฯลฯ ซึ่งขอชี้แจงดังนี้ กรณีปิดไฟอาคารประกอบพิธีสวดอภิธรรม หรือโรงทึม เนื่องจากที่ผ่านมาบางครั้งหลังพระสวดอภิธรรมเสร็จมีการเล่นการพนันและดื่มสุรา ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควรกระทำในวัด และผิดกฎหมาย จึงทำป้ายประกาศเตือน และปิดโรงทึมในเวลา 22.00 น.หากแต่หากมีผู้เฝ้าศพก็จะเปิดไฟไว้เพื่อใช้งาน หากไม่มีผู้เฝ้าศพก็จะเปิดไฟหน้าหีบศพทุกครั้ง ไม่ได้ปิดทุกดวงจนมืดสนิท

          กรณีที่วัดห้ามบวชพระ 7 วัน 15 วัน นั้นเป็นกฎของมหาเถรสมาคมที่ต้องการให้ผู้บวชได้ศึกษาพระธรรมพุทธศาสนาอย่างจริงจัง หากแต่ผู้ประสงค์บวชถ้ามีเหตุจำเป็น ก็จะพิจารณาเป็นรายๆไปขอให้ตั้งใจจะบวชก่อน อย่ากำหนดฤกษ์สึกก่อนบวช 
การร้องเรียนว่าวัดไม่มีการพัฒนายืนยันว่ามีการพัฒนาหลายด้าน อาทิ การจัดบวชสามเณรภาคฤดูร้อน การจัดทำการส่งพระในวัดไปเรียนธรรมะ การจัดงานประเพณีเพื่อส่งเสริม อย่าตั้งประเด็นว่าต้องเป็นการก่อสร้าง หรือซ่อมบำรุงศาสนสถานเพียงอย่างเดียว

          ประเด็นเงินที่ได้จากการทอดกฐินตั้งแต่ปี 2553 -2560 ที่มีการกล่าวอ้างว่ามีจำนวนกว่า 10 ล้านบาทแท้จริงมีปี 2557 เพียงปีเดียวที่ได้ประมาณ 1 ล้านนอกนั้นแต่ละปีได้ 200,000-400,000 บาท ในช่วงเวลา ปี 2553 -2560 วัดมีเงินรวมที่ได้จากการทอดกฐินจริงเพียงประมาณ 4 ล้านบาทเศษเท่านั้น
กรณีรายได้จากการเก็บค่าเช่าที่ดินเพื่อให้จัดตลาดนัดภายในวัด วัดไม่ได้มีรายรับมากมาย บางเดือนไม่พอชำระค่าน้ำค่าไฟด้วยซ้ำ ขอให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบ แต่ละครั้งเก็บเงินได้เท่าใด และเงินเข้าวัดจริงเท่าใด เพื่อประกอบรายรับ-รายจ่ายที่แท้จริงของวัดด้วย

          พระมหาวิสูตร กล่าวต่อไปว่า ส่วนประเด็นสำคัญที่มีการกล่าวหาว่าตนมีพฤติกรรมการเงินไม่โปร่งใสและไม่สามารถตรวจสอบบัญชีได้ ชี้แจงว่าความเป็นจริงคณะสงฆ์มีระเบียบในการตรวจสอบบัญชีวัดทุกแห่งอยู่แล้ว วัดพระธาตุศิริชัย มีการยื่นบัญชีรายรับ-รายจ่าย ให้พระเถระชั้นผู้ใหญ่ตรวจสอบเป็นรายปีทุกปีอย่างต่อเนื่อง ผู้ มีส่วนเกี่ยวข้องอยากจะตรวจสอบยินดีที่จะให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา

ทีมข่าวเพชรภูมิ : รายงาน