พายุ “เบบินคา” พ่นพิษ สถานการณ์น้ำเพชรบุรีเริ่มวิกฤตรอบ 2

พายุ “เบบินคา” พ่นพิษ สถานการณ์น้ำเพชรบุรีเริ่มวิกฤตรอบ 2 เขื่อนแก่งกระจานเก็บน้ำทะลุ 104.32 % ผวจ.ประชุมด่วนสั่งหน่วยราชการเฝ้าระวังรับมือ ขณะที่เขื่อนเพชรเปิดระบายน้ำเพิ่มถึง 125 ลบ./วินาที คาดมวลน้ำถึงเพชรบุรี 18 ส.ค.นี้


          เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 สิงหาคม ที่ห้องพริบพรี ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผวจ.เพชรบุรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและดินถล่มจังหวัดเพชรบุรี ปี 2561 โดยมี นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รอง ผวจ.เพชรบุรี นายกฤษฎา แก้วสองเมือง ปลัดจังหวัดเพชรบุรี คณะกรรมการศูนย์ฯ ส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เข้าร่วมประชุม นายวิรัช เพ็ญจันทร์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบุรีชี้แจงรายละเอียด

          นางฉัตรพร เปิดเผยว่า  จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีช่วงวันที่ 4 – 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา จังหวัดเพชรบุรีได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจานในพื้นที่ 3 อำเภอ 6 ตำบล 30 หมู่บ้าน และประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในพื้นที่อำเภอท่ายาง, อำเภอแก่งกระจาน, อำเภอบ้านลาด ประชาชนได้รับความเดือนร้อน 1,741 ราย รวม 404 ครัวเรือน เบื้องต้นองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าให้ความช่วยเหลือแล้ว 

          นางฉัตรพร กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดเพชรบุรีได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “เบบินคา” เกิดฝนตกในเทือกเขาตะนาวศรีบริเวณลุ่มน้ำเพชรบุรีเหนือเขื่อนแก่งกระจาน ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่เขื่อนแก่งกระจานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีนำไหลสู่เขื่อนแก่งกระจานจำนวนมาก โดยเมื่อเวลา 6.00น.วันที่17 ส.ค.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ได้รายงานปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำทะลุ 740.701 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 104.32 % เปิดระบายน้ำ 229.44 ลบ.ม/วินาที หรือวันละ 19.8236 ล้านลูกบาศก์เมตร

          มวลน้ำดังกล่าวได้ไหลล้นผ่านสปิลเวย์มากขึ้นจากเดิม 60 ซม.มาอยู่ในระดับ 68 ซม.เขื่อนแก่งกระจานต้องระบายน้ำมายังเขื่อนเพชร 229.44 ลบ.ม./วินาที ทำให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ต้องเปิดการระบายน้ำจากเขื่อนเพชร ลงคลอง 4 สายหลักรวม 63.65 ลบ.ม./วินาที และปล่อยลงสู่ลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี 100 .31 ลบ.ม./วินาที และกำลังจะเพิ่มการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีเป็น 125 ลบ.ม./วินาทีซึ่งปริมาณน้ำดังกล่าว จะไหลผ่านอำเภอท่ายางในคืนวันที่ 17 สิงหาคม จากนั้นจะไหลผ่านอำเภอบ้านลาดและอำเภอเมืองเพชรบุรี ช่วงเช้าวันที่ 18 สิงหาคม ผ่านอำเภอบ้านแหลมช่วงบ่ายวันที่ 18 สิงหาคม ทั้งนี้การระบายน้ำจะส่งผลทำให้มีน้ำเอ่อล้นในพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งและพื้นที่ชุมชนบริเวณ 2 ฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีบางช่วง ให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูง แต่ยังอยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้

          “ขณะนี้สถานการณ์น้ำมีการเปลี่ยนแปลง ปริมาณน้ำในแก่งกระจานเพิ่มสูงขึ้น ทำให้น้ำที่จะไหลไปเขื่อนเพชรมีปริมาณมากขึ้น จึงได้จัดประชุมเพื่อสรุปสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน เพื่อหาทางป้องกันให้เกิดผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ให้น้อยที่สุด เน้นการป้องกันตามอำเภอต่างๆที่เป็นจุดเสี่ยง ถือว่าเป็นการทำงานต่อเนื่องจากสถานการณ์น้ำในช่วงต้นเดือน แต่เน้นให้มีการปรับการทำงานที่เข้มข้นให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ แม้ว่าปริมาณน้ำดังกล่าวจะมีปริมาณมากแต่จะพยายามควบคุมไม่ให้ล้นตลิ่งแม่น้ำเพชรบุรี เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ทั้งนี้การบริหารจัดการน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานยังทำได้ แต่หากมีน้ำจากเขื่อนแม่ประจันต์ หรือ เขื่อนห้วยผากมาเพิ่มเติมก็เป็นเรื่องน่าห่วง และต้องมีการปรับแผนเพิ่มขึ้น ขณะนี้เป็นเพียงต้นฤดูฝน จึงขอเตือนประชาชนที่นำกระสอบทราย หรือก่ออิฐป้องกันน้ำไว้อย่าเพิ่งนำออก ขอให้เฝ้าระมัดระวังสถานการณ์น้ำ และติดตามข้อมูลข่าวสารสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด”

          ทั้งนี้ขอให้ประชาชนชาวเพชรบุรี เฝ้าระวัง ติดตามข้อมูลข่าวสารสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด สอบต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและขอรับความช่วยเหลือได้ที่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบุรี โทร.032-426-230 ,มณฑลทหารบกที่ 15 โทร. 032-428-506-10, โรงพยาบาลและสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี โทร. 1669, ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191, กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ โทร.032-425-271, สายด่วนนิรภัยโทร. 1784, ศูนย์บัญชาการณ์เหตุการณ์จังหวัดเพชรบุรี FM 161.475 MHz

 

 

 

ทีมข่าวเพชรภูมิ : รายงาน

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!