มุมมองอาจารย์ฐานิสร์ พรรณรายน์ ผู้เสนอแนวคิด “อาหารผสานศิลป์” เพชรบุรีเตรียมตัวเป็นเมืองสร้างสรรค์

ขณะนี้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้วที่ จังหวัดเพชรบุรี นำโดย นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.เพชรบุรี กำลังยื่นใบสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็น “เครือข่ายสมาชิกเมืองสร้างสรรค์Creative Cityด้านอาหารของยูเนสโกUNESCO” ในปี พ.ศ. 2564 โดยการสนับสนุนจาก องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ บริษัทรักลูก ฮิวแมน แอนด์โซเซียล อินโนเวชั่น จำกัด ที่ปรึกษาโครงการ ในการกรอกรายละเอียดแบบฟอร์มใบสมัครเพื่อยื่นให้ “กระทรวงศึกษาธิการ” เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกเมืองสร้างสรรค์จำนวน 2 เมือง เสนอไปยังคณะกรรมการเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ทราบว่ามีอย่างน้อย 4 จังหวัดที่เตรียมยื่นใบสมัครในปีนี้ ได้แก่ จ.สุพรรณบุรี (ด้านดนตรี) จ.เพชรบุรี (ด้านอาหาร) จ.เชียงราย และ จ.น่าน (ด้านหัตถกรรม และศิลปะพื้นบ้าน) 

                สำหรับ เมืองเพชรบุรีเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ มีอัตลักษณ์และทรัพยากรที่มีคุณค่าหลากหลาย ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรม มีทั้งอาหารการกินและศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่น สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของการเป็นเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก โดยชูแนวคิด “อาหารผสานศิลป์”ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Eat and Art Unlimitedเป็นคำที่ นายฐานิสร์ พรรณรายน์ครูดนตรีไทย รร.วัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) ได้เสนอแนวคิดเรื่องนี้ว่ามีที่มาอย่างไร

                อาจารย์ฐานิสณ์ กล่าวว่า ช่วงเดือนสิงหาคม 2564 ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมการนำเสนอข้อมูลและวิเคราะห์ศักยภาพแนวทางการขับเคลื่อนพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก้ โดยมีผู้แทนจากกลุ่มเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งผู้ประกอบการด้านอาหาร ครูช่างเมืองเพชร อาจารย์ นักวิชาการ ผู้แทนจากภาคเอกชนรวมกันวิเคราะห์ต้นทุนศักยภาพทั้งด้านอาหารคาวหวาน และงานศิลปวัฒนธรรมของเมืองเพชร ในที่ประชุมมองว่า อาหารคาวหวานเมืองเพชรมีความโดดเด่น และแพร่หลายกระจายทั่วจังหวัดเพชรบุรี ขณะที่งานศิลปกรรมสกุลช่างเมืองเพชรแม้ว่าจะมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อน แต่ก็เป็นที่รู้จักในคนเฉพาะกลุ่ม การสื่อสารสร้างการรับรู้ของผู้คนจะน้อยกว่าเรื่องของอาหารการกิน รวมถึงปัจจัยเรื่องการสร้างรายได้จะสร้างประโยชน์ในหลากหลายกลุ่มทั้งผู้ผลิต ผู้แปรรูป และผู้ประกอบด้านอาหารที่กระจายตัวทั้งหมด 8 อำเภอ

            “ข้อกำหนดอย่างหนึ่งในการสมัครสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกคือ การกำหนดประเภทของเมืองตามต้นทุนสินทรัพย์ ต้นทุนด้านวัฒนธรรมมีทั้งหมด 7 ประเภท ในเมื่อจังหวัดเพชรบุรีมีความโดดเด่นทั้งเรื่องของอาหารคาวหวาน และศิลปวัฒนธรรมงานสกุลช่างเมืองเพชร แม้ว่าจะเลือกส่งในด้านอาหาร แต่ก็สามารถนำศิลปวัฒนธรรมมาหนุนเสริมในการขับเคลื่อนให้เป็นเมืองสร้างสรรค์”

                อาจารย์ฐานิสร์ กล่าวว่าในข้อเท็จจริงเราจะพบว่า อาหารนั้นสามารถเชื่อมโยงกับศิลปวัฒนธรรมวิถีชีวิตของคนเมืองเพชร ที่เห็นได้ชัดคือ ร้านอาหาร ตลาด วัดวาอาราม และชุมชนนั้นตั้งอยู่ในละแวกใกล้เคียงกัน วัดเป็นแหล่งรวบรวมศิลปกรรมงานสกุลช่างเมืองเพชร ขณะที่ชุมชนหลายรอบวัดก็เป็นที่ตั้งของร้านอาหาร ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านข้าวแกง ร้านข้าวแช่ ร้านขนมหวานต่าง ๆ แนวคิดของเมืองสร้างสรรค์ คือการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน ท้องถิ่นกับหน่วยงานของรัฐที่จะสื่อสารแสดงความเป็นเมืองสร้างสรรค์โดยใช้อาหารและศิลปะเป็นตัวขับเคลื่อน แตกต่างจากเมืองอื่น ๆ ที่นำเสนออาหาร หรือศิลปวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว

                ดังนั้นเพื่อให้เกิดการร่วมมือระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการด้านอาหาร และกลุ่มครูช่างเมืองเพชรที่มีฝีมือชั้นเชิงทางด้านศิลปะ ให้เกิดการผสมผสานกันจึงได้เสนอคำว่า Eat and Art Unlimitedในที่ประชุมได้แปลเป็นภาษาไทยว่า “อาหารผสานศิลป์” คำว่า Eat นั้นหมายถึงอาหาร วัฒนธรรมในการกินอาหาร ส่วนคำว่า “Art” หมายถึง ศิลปะ การเสพสุนทรียภาพความงดงามในผลงานศิลปะ ส่วนคำว่า “Unlimited” คือไม่มีขีดจำกัด เพราะการขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ไม่ได้จำกัดอยู่กับเมนูอาหารพื้นถิ่นแบบดั่งเดิม แต่สามารถผสมผสานกับวัตถุดิบใหม่ ๆ รังสรรค์รูปร่างหน้าตาที่ได้แรงบันดาลใจจากงานศิลปะก็ย่อมได้

            “ร้านอาหารที่กระจายตามจุดต่าง ๆ ของเมืองเพชรบุรี เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านขนมจีนทอดมัน สามารถเชื่อมโยงร้อยเรียงกับวัดวาอารามแห่งไหนได้บ้าง ที่ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปทำบุญไหว้พระ และเดินชมงานศิลปกรรมสกุลช่างเมืองเพชร ยกตัวอย่างชุมชนวัดเกาะเป็นย่านทำขนมหวาน บ้านครูปราณีทำขนมอาลัว ใกล้ ๆ กันก็เป็นบ้านป้าเนื่อง แฝงสีคำ ช่างทำทองโบราณ หรือจะเดินเข้ามาเที่ยวชมศิลปกรรมต่าง ๆ ภายในวัดเกาะ”

กรณีนักท่องเที่ยวอยากกินแกงหัวตาลจะสามารถไปหากินได้ที่ไหนบ้าง แล้วในชุมชนนั้นมีศิลปวัฒนธรรมอะไรบ้างที่น่าสนใจ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน แหล่งกำเนิดวัตถุดิบ เช่น พาไปดูการทำตาล การเคี่ยวน้ำตาลโตนด นักท่องเที่ยวจะได้ทราบถึงแหล่งที่มาของอาหารการกิน อาจจะต้องทำแผนที่อาหารและศิลปวัฒนธรรมประจำจังหวัด และประจำอำเภอ เพื่อเป็นข้อมูลให้กับนักท่องเที่ยว

                อาจารย์ฐานิสร์กล่าวเสริมอีกว่า อาหารบ้านเราอร่อยหลากหลายมีรสชาติดีไม่แพ้ที่อื่น ศิลปวัฒนธรรมบ้านเราก็น่าชื่นชม แต่จะทำอย่างไรให้ทั้งสองอย่างไปด้วยกันได้ ไม่ใช่การจัดฉาก แต่ให้เป็นไปตามวิถีของเมืองเพชรบุรี การเป็นเมืองสร้างสรรค์ได้เฉพาะเจาะจงไปที่อาหารเมนูใดเมนูหนึ่ง หรือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่สื่อให้เห็นถึงวัฒนธรรมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมในการกินของคนเมืองเพชร ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแต่ในตัวเมืองเพชรบุรี แต่ละชุมชนควรนำเสนออาหารพื้นถิ่น อาหารกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น อาหารของชาวไทยทรงดำ ชาวกะเหรี่ยง ชาวไทยมุสลิม ชาวมอญ รวมถึงเปิดโอกาสให้นักเที่ยวได้เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนนั้น ๆ ด้วย

                “นอกจากนี้ควรใช้ระบบการศึกษามาสร้างแรงจูงใจหรือการสร้างกับรับรู้ในกลุ่มนักเรียนนักศึกษาทั้งกลุ่มนักเรียนสายสามัญ และสายวิชาชีพ ศึกษาภูมิปัญญาการทำอาหารท้องถิ่นถิ่น โดยการจัดประกวดทำคลิปวิดีโอนำเสนอเมนูอาหารคาวหวานท้องถิ่นของเมืองเพชรบุรีแนะนำเมนูอาหารขั้นตอนวิธีทำ นำเสนอเป็นคลิปวิดีโอส่งเข้าประกวดชิงทุนการศึกษา จะเป็นการสร้างการรับรู้ในเรื่องเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารให้กับประชาชนได้เข้าใจมากที่อีกด้วย” อาจารย์ฐานิสร์ พรรณรายน์ กล่าวท้ายที่สุด.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!