มุมมอง “รศ.ดร.กาญจนา บุญส่ง” คณบดีคณะครุศาสตร์ โควิดยืดเยื้อเลื่อนวันเปิดเรียนหลายรอบ นักศึกษาสายครูรอฉีดวัคซีนก่อนฝึกสอน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือ “โควิด-๑๙” ยังพบการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องทั้งประเทศ รวมถึงจังหวัดเพชรบุรีที่ยังพบผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙ รายใหม่ทุกวัน แม้จะไม่ได้มากเป็นหลักร้อยหลักพันเหมือนในช่วงเดือนพฤษภาคมต่อเนื่องมาถึงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีประกาศกำหนดแนวปฏิบัติการภาคเรียนที่ ๑ ประจำปี ๒๕๖๔ ยังไม่อนุญาตให้จัดการเรียนการสอนรูปแบบปกติ On Site แต่สามารถจัดการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ หรือรูปแบบอื่น ๆ ที่เหมาะสม

เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพชรบุรี นำโดย นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้มีคำสั่งจังหวัดเพชรบุรีให้ขยายระยะเวลาการจัดการเรียนการสอนรูปแบบตามปกติ On Site ออกไปอีกเป็นวันที่ ๑๒กรกฎาคม ๒๕๖๔ ตามที่ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรีได้ประชุมคณะผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา กลุ่มโรงเรียนเอกชน ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา คำนึงถึงความปลอดภัยทางสุขภาพของนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียน และสถานศึกษาเป็นสำคัญ

แม้ขณะนี้โรงเรียนและสถานศึกษาทุกแห่งได้จัดการเรียนการสอนช่วงเปิดเทอมภาคเรียนที่ ๑ ประจำการศึกษา ๒๕๖๔ ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์หรือรูปแบบอื่น ๆ ไปแล้วนั้น แต่การให้เด็กนักเรียนมาโรงเรียนในทางปฏิบัติก็ยังไม่เกิดขึ้นจริงเสียที มีการประกาศเลื่อนวันมาเรียนถึง ๔ ครั้งจากกำหนดเดิมในวันที่ ๑๗ พฤษภาคม โดยมีแนวโน้มที่ยืดเยื้อออกไปถ้ายังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจังหวัดเพชรบุรี สถานการณ์เช่นนี้จะมีผลกระทบกับการจัดการศึกษาของโรงเรียนอย่างไร มุมมองของ รองศาสตราจารย์ ดร.กาญจนา บุญส่ง คณบดีคณะครุศาสตร์ ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่หมาด ๆ มองเรื่องนี้อย่างไร คอลัมน์ “เจาะการศึกษา” มีคำตอบ

รศ.ดร.กาญจนา กล่าวว่า การที่โรงเรียนและสถานศึกษาจะเปิดให้นักเรียนมาเรียนหนังสือได้หรือไม่ ต้องฟังประกาศจากจังหวัดหรือคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ว่าท่านมองสถานการณ์ในขณะนี้เป็นอย่างไร ในเมื่อนักเรียนเรียนหนังสือที่โรงเรียนไม่ได้ ก็ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนในชั้นเรียนเป็นการเรียนออนไลน์ ที่ผ่านมาเราพบว่าไม่ค่อยมีปัญหาสำหรับนักศึกษาหรือนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา แต่อาจจะติดขัดบ้างในกลุ่มเด็กเล็ก เด็กอนุบาล และนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ต้องอาศัยพ่อแม่ผู้ปกครองคอยติดตามดูแล ขณะเดียวกันถ้าเปรียบเทียบกับประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา อาจจะไม่เต็มร้อยเหมือนกับการเรียนการสอนในชั้นเรียนโดยเฉพาะในรายวิชาปฏิบัติ รายวิชาที่ต้องสอนทักษะเฉพาะ อย่างเช่นวิชาพลศึกษาที่เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ กีฬาฟุตบอล ตะกร้อ บาสเกตบอล ว่ายน้ำ กระบี่กระบอง ถ้าระบบการควบคุมโรคไม่สามารถจำกัดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้ เด็กนักเรียนก็อาจจะเรียนรู้แต่ทฤษฎีอย่างเดียว

   รศ.ดร.กาญจนา กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของมหาวิทยาลัยกับโรงเรียนและสถานศึกษา นักศึกษาที่เรียนสายครูจะต้องฝึกประสบการณ์ในโรงเรียน ทั้งฝึกสังเกตการณ์และฝึกประสบการณ์สอน นักศึกษาสายครูทุกสาขาทุกชั้นปีจะต้องฝึกสังเกตการณ์เป็นเวลา ๑๕ วัน ถ้าสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปอีก ทางมหาวิทยาลัยมีแนวทางร่วมกับผู้บริหารสถานศึกษาขอให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดชั้นเรียน รวมถึงการมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ On Line หรือออนแฮนด์ On Hand คือการช่วยคุณครูจัดเตรียมเอกสาร ใบงาน แบบฝึกหัด บทเรียน หรือคู่มือต่าง ๆ นำส่งตามบ้านของนักเรียน หรือให้ผู้ปกครองมารับเอกสารที่โรงเรียน

“ในส่วนของนักศึกษาที่ฝึกประสบการณ์เต็มรูปแบบระยะเวลา ๑ ปีในสถานศึกษา เปรียบเสมือนปฏิบัติหน้าที่คุณครูในโรงเรียนคนหนึ่ง ภายใต้การดูแลของผู้อำนวยการโรงเรียน และมีครูพี่เลี้ยงคอยกำกับติดตามเรื่องการจัดการเรียนการสอน ถ้าโรงเรียนมีนโยบายสอนออนไลน์ นักศึกษาฝึกประสบการณ์ก็ต้องสอนออนไลน์ในรายวิชาที่รับผิดชอบ ถ้าโรงเรียนมีนโยบายสอนออนแฮนด์ก็ต้องเตรียมเนื้อหา แบบฝึกหัด ใบงานต่าง ๆ เช่นกัน นักศึกษาต้องมีแผนการจัดการเรียนการสอนและชั่วโมงการสอนที่ชัดเจนซึ่งเป็นเงื่อนไขของคุรุสภา ขณะนี้ยังมีปัญหาว่าโรงเรียนยังไม่เปิดให้ On Site ได้เลย ถ้าโรงเรียนเปิดให้เด็กมาโรงเรียน ตัวนักศึกษาฝึกประสบการณ์ก็ยังมาสอนไม่ได้ถ้ายังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-๑๙ เนื่องจากเป็นมาตรการหนึ่งของสถานศึกษาเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองและนักเรียน ขณะนี้ทาง ผศ.ดร.เสนาะ กลิ่นงาม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี กำลังประสานงานกับทางจังหวัดเพชรบุรีเพื่อขอโควตาให้นักศึกษาสายครูทั้งหมด ๑๔ สาขาวิชา จำนวนประมาณ ๕๐๐ คน ได้รับการฉีดวัคซีนก่อนไปฝึกประสบการณ์ยังโรงเรียนต่าง ๆ” รศ.ดร.กาญจนา กล่าว

คณบดีคณะครุศาสตร์ กล่าวต่ออีกว่า ถ้าสถานการณ์โควิด-๑๙ ยังยืดเยื้อออกไปอีก จนไม่สามารถเปิดเรียนในชั้นเรียนได้ตามปกตินั้น ย่อมจะส่งผลต่อรูปแบบการจัดการเรียนการสอนบนพื้นฐานความพร้อมของนักเรียนที่แตกต่างกัน เด็กนักเรียนในตัวเมืองผู้ปกครองจะมีความพร้อมในเรื่องอุปกรณ์การเรียนรวมถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตในการต่อเชื่อมรูปแบบการสอนแบบออนไลน์ แต่ถ้าเป็นโรงเรียนหรือนักเรียนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือขาดความพร้อมเรื่องเครื่องมือสื่อสาร ก็ต้องอาศัยการเรียนแบบออนแฮนด์ แม้ว่าอาจจะไม่ดีเท่ากับการเรียนในชั้นเรียน แต่ในสถานการณ์เช่นนี้เชื่อว่าผู้บริหารและคณะครูย่อมต้องดำเนินการให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้ได้มากที่สุด

“การเรียนการสอนในสถานการณ์โควิด-๑๙ นอกจากครูผู้สอนต้องปรับวิธีการสอนรูปแบบใหม่แล้ว บุคคลที่ใกล้ชิดตัวเด็กต้องมีส่วน
ช่วยค่อนข้างมาก พ่อแม่ผู้ปกครองควรมีส่วนช่วยในการเตรียมอุปกรณ์สื่อการสอน หรือการอธิบายใบงานแบบฝึก เท่าที่ทราบมีการใช้
แอปพลิเคชันไลน์ในการสื่อสารข้อมูลต่าง ๆ ในกลุ่มผู้ปกครองกับคุณครู แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือ กลุ่มเด็กเล็ก เด็กปฐมวัยที่มีช่วงวัยเจริญเติบโตและมีพัฒนาในทุกด้านที่พัฒนาอย่างรวดเร็วมาก แม้คุณครูจะพยายามหรือผู้ปกครองจะมีส่วนช่วย แต่ก็ไม่เหมือนกับทางโรงเรียนจะกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนที่ชัดเจนในการพัฒนาการด้านต่าง ๆ ที่เหมาะสมแต่ละช่วงวัย แต่ก็เชื่อมั่นว่าคุณครูซึ่งส่วนมากค่อนข้างเป็นครูยุคใหม่จะผลิตสื่อการสอนหรือการจัดการสอนที่สนับสนุนพัฒนาการของนักเรียนแม้ว่าจะเรียนที่บ้านก็ตาม”

รศ.ดร.กาญจนา กล่าวเสริมอีกว่า จะด้วยรูปแบบวิธีการสอนออนไลน์ ออนแฮนด์ หรือวิธีใดก็ตามแต่ อยากให้คุณครูคำนึงถึงเรื่องการประเมินผลการเรียนรู้ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ อาจมีปัญหาเรื่องการประเมินผลการเรียนเช่นเดียวกัน ส่วนคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานที่บ้าน ขอให้ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลผู้สนับสนุน และขอให้เด็กทำกิจกรรม หรือทำใบงานด้วยตัวเอง พ่อแม่ไม่ควรทำการบ้านให้ เพื่อให้เด็กได้พัฒนาและมีทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ถ้าพ่อแม่ใจร้อนทำงานให้เพื่อให้มีงานส่งคุณครู การเรียนรู้ย่อมจะไม่เกิดขึ้นกับตัวเด็กนักเรียน.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!