ม็อบกับประชาธิปไตย

จากต้นเดือนถึงกลางเดือนกรกฎาคม 2564 นี้ประเทศไทยเรามีม็อบหรือการประท้วงมากมายหลายหนโดยเฉพาะในกรุงเทพฯหลายคนเบื่อระอากับการประท้วงอย่างนี้เต็มทีหลากคนหลากกลุ่มไม่พอใจที่แกนนำและผู้เกี่ยวข้องในการจัดประท้วงบางคนมีประวัติละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างโจ่งแจ้งมาแต่เดิม – แล้วดูเหมือนภาครัฐจะทำได้แค่จับแล้วปล่อยจับแล้วปล่อย … ไม่ทำอะไรให้สะใจบ้างเลย

                จะว่าไปแล้วเรื่องอย่างนี้ต้องทำใจเหมือนกันเพราะเราอยู่ในสังคมประชาธิปไตยซึ่งมาตรฐานหนึ่งของสังคมแบบนี้คือการยอมรับการมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอันที่จริงนั้นธรรมดามนุษย์ก็ต้องมีความคิดเห็นแตกต่างกันมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่สิ่งแวดล้อมและการศึกษาอบรมที่ได้รับมาแม้จะได้รับการศึกษามาแบบเดียวกันแต่บางครั้งมีวิธีคิดมุมมองต่างกันจึงคิดต่างกันไปบ้าง

                อย่างไรก็ตามเมื่อคิดต่างกันแล้วถ้าหากต้องการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันนั้นตามระบอบประชาธิปไตยก็ต้องไม่ให้ผิดกฎหมายต้องเป็นไปตามกฎหมายซึ่งปกติย่อมออกมาตามวิธีการที่สังคมตั้งกติกาไว้เมื่อใด ที่มีการประท้วงหรือคัดค้านกันด้วยวิธีรุนแรงใช้วิธีการอันผิดกฎหมายบ้านเมืองเจ้าหน้าที่ ย่อมต้องจัดการระงับความรุนแรงนั้นตามกฎหมาย

                สำหรับสังคมไทยตอนนี้ในการประท้วงต่างๆมีการใช้วิธีรุนแรงให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ มีตั้งแต่ด่าว่าด้วยถ้อยคำหยาบคายพ่นสีทาสีละเลงสีให้สาธารณสมบัติสกปรกทำลายสิ่งของส่วนกลางที่ใช้ร่วมกันในสังคมใช้ก้อนหินท่อนไม้ ทำร้ายเจ้าหน้าที่ใช้ลูกแก้วน็อตเหล็กเป็นลูกหนังสติ๊กยิงเจ้าหน้าที่ฯลฯและมีเลยไปถึงใช้อาวุธเช่นมีดปืนทำร้ายเจ้าหน้าที่

                แน่นอนการใช้ความรุนแรงเช่นนี้เป็นเรื่องผิดกฎหมายและรุนแรงเกินสมควรบางคนบางท่านโมโหโกรธาแล้วบอกว่าทำไมไม่เอาระเบิดขว้างมันหรือเอาปืนกราดยิงมันไปเสียเลยเรื่องนี้ก็ต้องทำความเข้าใจกันว่าการจะลงโทษใครในสังคมที่ดีต้องพิจารณาตามกฎหมายด้วยระบบศาลเราจะใช้วิธีรุนแรงตามใจตนในการลงโทษไม่ได้และเป็นที่น่ายินดีที่ทุกวันนี้สำหรับผู้ซึ่งละเมิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานขอหมายจากศาลเข้าดำเนินคดีอยู่ตลอดเวลาการชุมนุมแต่ละครั้งจะมีผู้ถูกหมายจับนับสิบๆคนอยู่เสมอยิ่งเมื่อนับการยึดรถจักรยานยนต์อีกมากมายด้วยแล้วเชื่อได้ว่ากระแสการประท้วงรุนแรงอย่างนี้จะค่อยๆหายไปในที่สุดเพราะหมดคนที่ใช้ความรุนแรงและหมดยานพาหนะ

                ส่วนการประท้วงการชุมนุมโดยสันติตามรัฐธรรมนูญจะยังมีต่อไปแน่นอนตามปกติของสังคมเสรีประชาธิปไตยผู้ซึ่งรำคาญก็ต้องทำใจปลงให้ได้ถ้าออกกฎหมายห้ามชุมนุมห้ามประท้วงโดยเด็ดขาดได้ก็จะเข้าข่ายสังคมเผด็จการ! (ตรงนี้เป็นช่องให้ “ม็อบเติมเงิน” หรือ “ม็อบรับจ้าง” ทำงานได้อยู่บ้าง)

                ในส่วนเจ้าหน้าที่เราได้ยินข่าวสืบเนื่องจากการประท้วงว่าเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงเกินเหตุรวมทั้งการใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็แถลงอยู่บ่อยๆว่าได้ดำเนินการโดยสมควรตามขั้นตอนสากลแล้วผู้เขียนคิดว่าถ้าผู้กล่าวหาตำรวจเห็นว่าเจ้าหน้าที่รุนแรงเกินเหตุจริงก็น่าจะรวบรวมหลักฐานฟ้องร้องต่อศาลให้เป็นคดีตัวอย่างต่อไปการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่เป็นสิ่งที่ทำได้และมีเจ้าหน้าที่ราชการต้องออกจากงานต้องถูกลงโทษจนถึงต้องฆ่าตัวตายเพราะเหตุที่ถูกร้องเรียนหรือฟ้องร้องมาแล้วก็ไม่น้อย

                สรุปถ้าเราบังคับใช้กฎหมายให้เข้มแข็งต่อไปกับทั้งทางฝ่ายผู้ชุมนุมและฝ่ายเจ้าหน้าที่ทุกอย่างจะดีขึ้น

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!