ยาอายุวัฒนะ

ในยุคสมัยที่โรคภัยคุกคามคนทั้งโลกเช่นทุกวันนี้ การมีอายุยืน และสุขภาพดี ย่อมยิ่งเป็นที่ปรารถนาของทุกคน และจะว่าไปแล้ว แต่ก่อนร่อนชะไรมา เรื่องเช่นนี้ก็เป็นความใฝ่ฝันของคนทุกยุคทุกสมัย จนกระทั่งทำให้เราได้ยินได้ฟัง เรื่องราวของการดั้นด้นไปหายาอายุวัฒนะในป่าในเขา ในแดนไกลแสนไกล กันมานักต่อนัก มาสมัยนี้ มีการวิจัยค้นคว้า โดยอาศัยแนวทางวิทยาศาสตร์และสถิติเป็นหลักในการศึกษา พบว่า เอาเข้าจริง การจะมีอายุยืน มีสุขภาพดี ไม่ได้อยู่ที่ต้องไปหาหยูกยาวิเศษพิสดารอะไรมากินเลย หากแต่อยู่ที่การปฏิบัติตัวของเราเองเท่านั้น ในเรื่องนี้ โดยทั่วไปเรามักจะนึกถึงการปฏิบัติในชีวิตประจำวันที่ยึดการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารดี ๆ เป็นเรื่องสำคัญ ครั้นเมื่อศึกษาวิจัยเข้าจริง ๆ แล้ว ปรากฏว่า เรื่องเหล่านั้นก็จำเป็น – เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ แต่เรื่องสำคัญที่สุด ซึ่งจะทำให้ผู้คนทั้งหลายอายุยืนยาว และสุขภาพดีอันดับแรก คือ อารมณ์ หรือสุขภาพจิต นั่นเอง

         ย้อนกลับไปเรื่องการออกกำลังกายกันหน่อย : การออกกำลังกายที่ดี ต้องให้กล้ามเนื้อทั้งร่างกายได้บริหารอย่างทั่วถึง ถ้าทำได้สักครั้งละครึ่งชั่วโมงให้เริ่มรู้สึกเหนื่อยได้ ยิ่งดี และควรทำทุกวัน ปัญหาของการออกกำลังกายมักจะอยู่ที่ “ขี้เกียจ” และ “ไม่มีเวลา” ซึ่งก็ต้องคิดเอาว่า ถ้าขี้เกียจแล้วตายเร็ว และขยันแล้วตายช้า จะเลือกอะไร (เข้าข่าย “ขี้เกียจอายุสั้น ขยันอายุยืน”) ส่วนเรื่องไม่มีเวลา ก็มีคนตั้งข้อสังเกตไว้อย่างคมคายว่า ถ้าตอนนี้ไม่มีเวลาออกกำลังกาย แล้วทำไมตอนป่วยเรามีเวลาไปเข้าคิวยาว ๆ รอพบหมอ?

         เรื่องอาหารที่ดีก็ต้องไตร่ตรองด้วยเหมือนกัน เพราะทุกวันนี้ บ่อยครั้งที่เราเสียเงินมากมายเพื่อซื้ออาหารแพง ๆ หรือซื้อขนมขบเคี้ยว ซึ่งโฆษณากันมากเหลือเกิน แต่เมื่อรับประทานเข้าไปก็ทำให้อ้วนและทำลายไตด้วยสารปรุงรสต่าง ๆ จะว่าไปแล้ว คุณค่าทางอาหารของอาหารเหล่านี้ สู้ยอดกระถินฟรีตามข้างถนนก็ไม่ได้ การมีอาหารดี มีคุณค่า รับประทานทุกวัน ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเสียเงินแพงเลย

         อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญที่สุด และจำเป็นยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการมีสุขภาพดีอายุยืนทุกคน คือ เรื่องของอารมณ์ จากการศึกษาอย่างเป็นระบบ พบว่า อารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้อายุยืนและสุขภาพดีแน่นอน อารมณ์ดี แจ่มใส ทำให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานดี ทำให้ภูมิคุ้มกันดี ไม่เจ็บป่วยง่าย (สังเกตดูซิครับ คนที่สติไม่ดี มีอาการหลุดโลก ไม่รู้จักทุกข์ร้อนเรื่องอะไร จะไม่ค่อยเจ็บป่วย และแข็งแรงอายุยืนเป็นส่วนใหญ่ – แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าผู้เขียนอยากให้ท่านสติเฟื่องหรือเป็นบ้าหลุดโลกดอกนะเพียงแต่อยากแนะนำให้หมั่นปรับอารมณ์ให้สงบเยือกเย็น สบาย ๆ เป็นคนสุขภาพจิตดี เท่านั้น)

          การปรับอารมณ์ให้สงบ ให้สุขภาพจิตดีนั้นไม่ยาก แม้แต่ในเวลาที่เรารู้สึกว่าประสบปัญหาวุ่นวาย ยุ่งยาก ถ้าเราหลับตา แล้วใช้กล้ามเนื้อแก้มดึงมุมปากขึ้นมาทำท่ายิ้ม สมองเราจะรู้สึกสบายขึ้น ทุกอย่างผ่อนคลายลง ภายในไม่กี่วินาที ถ้ายิ้มให้เป็นนิสัยไว้เรื่อย ๆ อารมณ์จะดี สุขภาพจิตจะดีขึ้น อย่างแน่นอน หลังจากนั้น ก็พยายามมองทุกอย่างในแง่บวก (จริงอยู่ ที่ผู้เขียนเองยังทำไม่ได้เต็มร้อย แต่พยายามทำ และเห็นว่าเป็นเรื่องดีจริง ๆ จึงอยากชักชวนทุกคนให้มองโลกในแง่บวกด้วย) การคิดเชิงบวกเป็นทักษะ เป็นความชำนาญอย่างหนึ่งเหมือนกับการคิดเชิงลบ ถ้าทำบ่อย ๆ ต่อไปจะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติได้ง่าย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่ในโลกจริง ๆ ทุกสถานการณ์มีมุมบวกอยู่เสมอ เศรษฐีมากมายหลายคนตั้งตัวมาได้เพราะวิกฤตการณ์ คู่รักมากมายที่พบกัน (รวมทั้งอาของผู้เขียนเอง) เกิดเป็นความรักหวานชื่นเพราะมีสงคราม บุคคลตัวอย่างหลายคน เป็นแบบอย่างของผู้คนได้ เพราะเมื่อเด็ก ๆ ผจญความลำบากยากจนอย่างแสนสาหัส ฯลฯ

                แม้ในภาวะวิกฤติโควิด-19 คิดบวก รักษาอารมณ์ให้แจ่มใสไว้เถอะ จะอายุยืน สุขภาพดีได้แน่

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!