ยูเนสโกประกาศ “เพชรบุรี” เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร ชูอัตลักษณ์เมือง 3 รส ผลผลิตจากน้ำตาลโตนด-เกลือ-มะนาว

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 เว็บไซต์ของ “ยูเนสโก” ประกาศให้ “เพชรบุรี” เป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร City of Gastronomy” ประจำปี 2564 เป็น 1 ใน 49 เมืองทั่วโลกที่ได้รับการคัดเลือกในปีนี้ โดยเพชรบุรีเป็นเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ลำดับที่ 5 ของประเทศไทยต่อจากเมืองภูเก็ต เมืองเชียงใหม่ เมืองกรุงเทพฯและเมืองสุโขทัย

          นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ “ยูเนสโก” ได้ประกาศให้เพชรบุรีเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (City of Gastronomy) ประจำปี 2564 โดยเป็น 1 ใน 49 เมืองจากทั่วโลก ที่ได้รับการประกาศเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ในปีนี้ สืบเนื่องจากคณะกรรมการระดับ จังหวัดมีความเห็นว่าจังหวัดเพชรบุรีเป็นแหล่งผลิตพืช ผลทางการเกษตรสำคัญ ได้แก่ ข้าว เนื้อสัตว์ ผักผลไม้ รวมถึงมีภูมิปัญญาศิลปะการปรุงอาหารคาวหวาน อีกทั้งยังมีความโดดเด่นในด้านวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อเป็น “เมือง 3 รส” ได้แก่ รสหวานจากน้ำตาลโตนด รสเค็มจากเกลือทะเล และ รสเปรี้ยวจากมะนาวแป้น รวมถึงรสเผ็ดจากพริกกะเหรี่ยง นำมาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวสมัยใหม่ ที่ใช้วัฒนธรรมในการขับเคลื่อนเมืองในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยวด้วยเหตุผลดังกล่าวจังหวัดเพชรบุรีจึงได้สมัครเข้าร่วมเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก เพื่อยกระดับภูมิปัญญาด้านอาหารของคนเมืองเพชรบุรีให้เกิดการพัฒนาต่อยอดสร้างสรรค์ทั้งในด้านเมนูอาหารคาวหวาน การคัดสรร
วัตถุดิบที่ได้คุณภาพ สื่อสารสร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ใช้ผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี อาทิ ข้าว น้ำตาลโตนด มะนาว เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ผสานฝีมือการปรุงอาหารทั้งเมนูอาหารแบบดั้งเดิม และแบบประยุกต์สร้างสรรค์เมนูใหม่

          “เป้าหมายของเพชรบุรีเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร คือการนำวัตถุดิบพืชผลทางการเกษตรในพื้นที่มาพัฒนาต่อยอดสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารคาวหวาน เครื่องดื่มต่าง ๆ ทั้งแบบดั้งเดิม หรือประยุกต์เป็นเมนูอาหารชนิดใหม่ ชูอัตลักษณ์เมือง 3 รส ใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์ด้านอาหารเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น” ขณะเดียวกันทางจังหวัดเพชรบุรีได้ร่วมมือกับ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี วิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี ภาคเอกชน ผู้ประกอบการด้านอาหารในการประชุมจัดทำข้อมูลใบสมัครนำไปสู่การพิจารณาคัดเลือกเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารจากยูเนสโก

          นายณัฐวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า ทางจังหวัดเพชรบุรีได้จัดทำแผนที่นำทาง (Roadmap) เมืองเพชรบุรีสู่เมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ด้าน Gastronomy ระยะ 5 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมนโยบายและมาตรการพัฒนาเมืองเพชรบุรีสู่เมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน สร้างการรับรู้ การมีส่วนร่วม สื่อสารประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์ของอาหารเมืองเพชรผ่านกิจกรรมเมืองสร้างสรรค์ให้กับสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านอาหาร ยกระดับการท่องเที่ยวด้านอาหารโดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชนขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์อย่างบูรณาการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ต่อยอดองค์ความรู้ รวมถึงการประเมินผล งานวิจัย ต่อยอดและพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งในแต่ละปีดำเนินการจัดกิจกรรมต่าง ๆ โดยกิจกรรมแรกที่จะจัดขึ้นคืองาน เพชรบุรี Gastronomy Food festival ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 10 – 12 ธันวาคมนี้ ณ อำเภอชะอำ 

          “การที่เพชรบุรีได้รับการประกาศให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก จะช่วยให้ผลผลิตด้านการเกษตรชนิดต่าง ๆ ทั้งเนื้อสัตว์ พืชผักผลไม้ วัตถุดิบในการทำอาหารได้รับการดูแลเอาใจใส่ รวมถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมาตรฐานและได้คุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารปลอดจากสารเคมี ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค รวมถึงส่งเสริมผู้ประกอบการแปรรูปอาหารจากผลผลิตทางการเกษตร เช่น สับปะรด กล้วยหอมทอง ในช่วงที่มีผลผลิตออกมา เป็นจำนวนมาก เพื่อให้เกษตรกรได้มีช่องทางในการจำหน่ายสินค้าเกษตร ขณะที่ผู้ประกอบการด้านอาหารมีรายได้จากจำหน่ายอาหารแก่นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยมีภาครัฐและภาคเอกชนส่งเสริมด้านการตลาด และปัจจัยอื่น ๆ”

          นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันจังหวัดเพชรบุรีชูสโลแกน “เพชรบุรีเมืองน่าอยู่ น่ากิน น่าเที่ยว” นอกจากมีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่สวยงาม ภูเขา ทะเล วัดวาอาราม โครงการพระราชดำริ โรงแรมที่พักรีสอร์ทที่ได้มาตรฐานแล้ว เพชรบุรียังโดดเด่นเรื่องอาหารการกินนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ศิลปะการทำอาหารของคนเมืองเพชรบุรี ได้รับประทานอาหารเมนูท้องถิ่นเมืองเพชร รวมถึงอุดหนุนสินค้า ของฝาก ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นต่าง ๆ เป็นการท่องเที่ยวแบบครบวงจรครอบคลุมทั้งที่พัก ที่กิน และที่เที่ยว จะส่งผลต่อการสร้างรายได้ และการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยใช้ช่องทางการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียสร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

          รอง ผวจ.เพชรบุรี กล่าวถึงชาวเพชรบุรีในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารว่า ขอให้รักษามาตรฐานและคุณภาพการผลิตวัตถุดิบและกระบวนการปรุงอาหารคำนึงถึงสุขลักษณะที่ดี เป็นไปได้ควรเลือกใช้วัตถุดิบปลอดภัยจากสารเคมี หรือผ่านมาตรฐานการผลิตจากหน่วยงานต่าง ๆ รับรองคุณภาพ สำหรับผู้ประกอบกิจการ พนักงานที่เกี่ยวข้องด้านอาหาร โรงแรมที่พักควรได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้ใช้บริการที่จะไม่เสี่ยงรับเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการบูรณาการ สร้างมาตรฐานด้านอาหารและเป็นกลไกในการขับเคลื่อนหลังจากเพชรบุรีได้รับการประกาศให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!