รมช.กระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ เผยปริมาณนำ้อ่างแก่งลดลง สรุปแผนป้องกันนำ้ท่วมเพชรบุรีระยะสั้น ระยะยาว

รมช.กระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ เผยปริมาณนำ้อ่างแก่งลดลง

สรุปแผนป้องกันนำ้ท่วมเพชรบุรีระยะสั้น ระยะยาว

          เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 10 สิงหาคม ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเพชรบุรี โดยมี นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ให้การต้อนรับ ณ เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

          ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน(10 ส.ค.61) เขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำในอ่างฯ 734 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)คิดเป็นร้อยละ 103 องความจุอ่างฯ มีการระบายน้ำรวม 196 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำที่ระบายผ่านเขื่อนแก่งกระจาน ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในเกณฑ์ 210 ลบ.ม./วินาที เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2561 ซึ่งเป็นไปตามที่กรมชลประทานคาดการณ์ไว้ แนวโน้มปริมาณน้ำเริ่มลดลง

          สำหรับระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนแก่งกระจานที่สถานี B.3 A บ้านสองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 0.83 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 175.15 ลบ.ม./วินาที สถานี B.9 บ้านสารเห็ด อ.แก่งกระจาน ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.89 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 187.10 ลบ.ม./วินาที สถานี B.10 อำเภอท่ายาง ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 3.79 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 130.50 ลบ.ม./ต่อวินาที สถานี B.16 อำเภอบ้านลาด ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.05 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 118.75 ลบ.ม./วินาที และสถานี B.15 อำเภอเมืองเพชรบุรี ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 0.67 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 100.48 ลบ.ม./วินาที

          ส่วนสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเพชร ปัจจุบันบริเวณหน้าเขื่อนเพชรมีน้ำไหลผ่านประมาณ 184 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำโดยตัดยอดน้ำบริเวณหน้าเขื่อนเพชรเข้าระบบชลประทานฝั่งซ้าย – ฝั่งขวาและ คลองระบายน้ำ D.9 รวมทั้งสิ้น 70 ลบ.ม./วินาที คงเหลือปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเพชรลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี 114 ลบ.ม./วินาที ซึ่งปริมาณน้ำนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อ อ.ท่ายาง และ อ.บ้านลาด ส่วนบริเวณ อ.เมืองเพชรบุรี จะควบคุมไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนเมืองในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี

          กรมชลประทาน ได้วางมาตรการในการช่วยเหลือและเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี โดยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยงที่อาจจะมีน้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน จำนวน 31 เครื่อง (สำรองไว้ 5 เครื่อง) ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี จำนวน 7 เครื่อง อำเภอเมืองรอบนอกจำนวน 19 เครื่อง และอำเภอบ้านแหลม จำนวน 5 เครื่อง และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี เพื่อเร่งระบายน้ำในจุดที่มีการระบายน้ำได้ช้า จำนวน 38 เครื่อง (สำรองไว้ 8 เครื่อง) บริเวณวัดเขาตะเคราจำนวน 14 เครื่อง และบริเวณปากคลองระบายน้ำ จำนวน 24 เครื่อง นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำ จากกองทัพเรือ จำนวน 20 ลำ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อีก 6 ลำ ติดตั้งในแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณวัดคุ้งตำหนัก อ.บ้านแหลม ช่วยระบายน้ำลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น พร้อมกันนี้ ยังได้เตรียมยานพาหนะและเครื่องจักรกลต่างๆ เช่น รถบรรทุก รถขุดตัก จำนวน 20 คัน ประจำอยู่ในพื้นที่ เพื่อขุดเปิดทางน้ำอีกด้วย

          สำหรับมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีระยะยาว นั้น กรมชลประทาน ได้ดำเนินการขุดลอกและขยายคลอง เพื่อใช้ในการระบายน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีออกสู่ทะเลอ่าวไทยให้เร็วที่สุด โดยการปรับปรุงคลอง RMC3 เชื่อมคลองระบาย D.9 ความยาว 27 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง มีผลงานคืบหน้าร้อยละ 30 และอยู่ระหว่างสำรวจออกแบบโครงการขุดลอกคลองอีก 2 เส้นทาง คือคลอง D.1 ความยาว 23 กิโลเมตร และ คลอง D.18 ความยาว 28 กิโลเมตร โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2562

http://https://www.youtube.com/watch?v=svIs1DH-KZk&feature=youtu.be

ทีมข่าวเพชรภูมิ : รายงาน

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!