รองอธิบดีกรมอุทยานฯ เชิญผู้เห็นต่างประชุม ถนนขึ้นเขาพะเนินทุ่ง ยืนยันเป็นการปรับปรุงเส้นทางไม่ตัดทาง ไม่ตัดป่า ไม่กระทบขึ้นทะเบียนมรดกโลก

รองอธิบดีกรมอุทยานฯ เชิญผู้เห็นต่างประชุม ถนนขึ้นเขาพะเนินทุ่ง ยืนยันเป็นการปรับปรุงเส้นทางไม่ตัดทาง ไม่ตัดป่า ไม่กระทบขึ้นทะเบียนมรดกโลก ชี้แจงยิบถึงความจำเป็น ตลอดจนรายละเอียดต่างๆ แต่ชะลอโครงการเพื่อชี้แจงให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริง

 


          เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 5 พฤศจิกายน นายเฉลิมชัย ปาปะทา รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช และคณะเดินทางมาร่วมประชุมหารือการดำเนินการโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กสาย บ้านกร่าง-พะเนินทุ่ง ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อปรับปรุงผิวการจราจรจากถนนลูกรังที่ชำรุดเสียหายเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กบนเส้นทางเดิม ระยะทางประมาณ ๒๑ กม. ตามที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๓ (บ้านโป่ง) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๓ สาขาเพชรบุรี และอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีกำหนดจัดทำขึ้น โดยมี น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และประธานชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพชรบุรี นายสามารถ ม่วงไหมทอง กรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ชาวบ้าน และผู้ประกอบการ ในพื้นที่ร่วมประชุม นายมานะ เพิ่มพูน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ชี้แจงรายละเอียดโครงการ


          ทั้งนี้การปะชุมดังกล่าวจัดขึ้นเนื่องจาก มีกลุ่มผู้อนุรักษ์ และประชาชนบางส่วนแสดงความคิดเห็นว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการฯ และในช่วงเช้าวันนี้มีกลุ่ม 15 องค์กรที่มีความเห็นคัดค้านโครงการดังกล่าว เดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านถึงนายกรัฐมนตรี อ้างว่าหากมีการปรับปรุงถนนจากถนนลูกรัง เป็นถนนคอนกรีต จะทำให้สภาพป่าเปลี่ยนไป สัตว์ป่าอาจถูกรถนักท่องเที่ยวที่วิ่งเร็วขึ้นชนบาดเจ็บล้มตาย และอาจส่งผลกระทบการขึ้นทะเบียนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก ฯลฯซึ่งที่ประชุมได้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง และสรุปได้ว่า ข้อกังวลของกลุ่มผู้อนุรักษ์ที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับโครงการ อาจเกิดจากความไม่เข้าใจในข้อเท็จจริงจนทำให้เกิดความสับสนและความขัดแย้ง โดยข้อเท็จจริงเป็นการปรับปรุงผิวทางเดิมที่ชำรุดเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อการเดินทางเท่านั้น


          นายเฉลิมชัย กล่าวว่า กรณีที่มีกลุ่มผู้เห็นต่างออกมาแสดงความห่วงใยเนื่องอาจเกิดจากความเข้าใจว่าโครงการนี้ฯเป็นการตัดถนนใหม่ ซึ่งในความเป็นจริงโครงการนี้เป็นการปรับปรุง ซ่อมแซมถนนเดิมที่ก่อสร้างมาเมื่อ 30 ปี ซึ่งปัจจุบันมีความชำรุด เสียหายมีลักษณะ ดินถล่ม ถนนยุบตัว น้ำกัดเซาะตลอดเส้นทาง โดยกำหนดปรับปรุงเส้นทางดังกล่าว ๒ โครงการ คือ ๑. โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๔ เมตร ระยะทาง ๓.๔ กม. และถนนน้ำล้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ๓ แห่ง ความยาวรวม ๙๐ เมตร และ ๒.โครงการปรับปรุงเส้นทางเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๔ เมตร ระยะทาง ๑๘.๕๐ กิโลเมตร พร้อมรางระบายน้ำ รวมระยะทางการก่อสร้างและปรับปรุงทั้ง ๒ โครงการฯ ๒๑.๙ กิโลเมตร เป็นเงินงบประมาณ ๘๘,๕๙๐,๐๐๐ บาท รวมเวลาดำเนินการ เป็นเวลา ๕๖๐ วัน แล้วเสร็จวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๓ ทั้งนี้เส้นทางดังกล่าวเป็นการปรับปรุงในเส้นทางเดิมไม่มีการขยายผิวจราจร และไม่มีการเปิดพื้นที่ป่าเพิ่ม หลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีการจำกัดปริมาณรถเข้า-ออก ท่องเที่ยว และพักค้างแรม และกำหนดเวลารถวิ่งเช่นเดิม ติดตั้งเครื่องชะลอความเร็วในเส้นทางตรง พร้อมบังคับใช้กฏหมายอย่างเคร่งครัด

          “เข้าใจถึงความห่วงใยของกลุ่มนักอนุรักษ์ และประชาชนที่เห็นต่าง แต่ขอชี้แจงว่า ถนนสายบ้านกร่าง-พะเนินทุ่ง มีสภาพภูมิประเทศต่างจาก ถนนเขาใหญ่ที่หลายๆคนนำมาเปรียบเทียบ เนื่องจาก ถนนสายเขาใหญ่เป็นเส้นทางเดินรถระหว่างอำเภอ-จังหวัด สภาพเส้นทางตรงมีมาก ทำให้รถที่ใช้เส้นทางมีความเร็วสูง แต่ถนนบ้านกร่าง-พะเนินทุ่ง เป็นเส้นทางตัน และสภาพภูมิประเทศเป็นทางคดเคี้ยวสูงชัน สลับทางลงลาดชัน ด้านข้างเป็นหุบเหว และมีทางตรงประมาณ 4 จุด รวมแล้วประมาณ 500 เมตร โดยทั่วไปสามารถใช้ความเร็วได้เพียง 30-50 กม./ชั่วโมงเท่านั้น และมีการควบคุมปริมาณรถเข้า-ออก ทางเดียว จึงไม่น่าจะเป็นอันตรายต่อสัตว์ป่ามากนัก ที่สำคัญเส้นทางดังกล่าวใช้มาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 30 ปี ปัจจุบันมีความชำรุด เสียหายมีลักษณะ ดินถล่ม ถนนยุบตัว น้ำกัดเซาะตลอดเส้นทาง อุทยานแก่งฯ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงเพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว และถนนดังกล่าวยังเป็นเส้นยุทธศาสตร์ความมั่นคงหลักในการส่งกำลัง เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอุปกรณ์ เสบียง ในการลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ไปยังพื้นที่ป่าต้นน้ำ และการลาดตระเวนตามแนวชายแดนของเจ้าหน้าที่ ส่วนกรณีคำถามเรื่องการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ขอชี้แจงว่าโครงการนี้เป็นการปรับปรุงเส้นทางเดิม ขนาดเท่าเดิม ไม่มีการตัดเส้นทางใหม่ ไม่ตัดป่า และอยู่ในอำนาจที่เจ้าหน้าที่อุทยานสามารถกระทำได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย และไม่กระทบต่อการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกด้วย เนื่องจากเป็นการปรับปรุงถนนเดิมไม่ได้มีการตัดสร้างขึ้นใหม่แต่อย่างใด”

          นายเฉลิมชัย กล่าวต่อไปว่า การประชุมในวันนี้ ยังไม่ครบทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง จะเชิญผู้ที่มีความเห็นต่างเข้าร่วมประชุมขึ้นอีก ภายใน 2-3 วันนี้ สำหรับปัญหาของผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่รับจองห้องพักจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อมาดูนก และต้องการให้เพิ่มพื้นที่ในการดูนกให้ทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนำไปพิจารณาและหาทางแก้ไขให้ตามข้อเสนอในระยะต่อไป ขณะนี้ทางกรมอุทยานฯได้สั่งชะลอโครงการไว้แล้ว เพราะยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้กับผู้รับจ้างได้ เนื่องจากต้องการชี้แจงข้อข้องใจให้กับผู้เห็นต่างเป็นที่เข้าใจเสียก่อน ซึ่งวันนี้มีบางส่วนที่มาร่วมรับฟัง แต่เราจะจัดประชุมลักษณะเช่นนี้อีกหลายครั้ง จนกว่าทุกฝ่ายที่ห่วงใยจะคลายข้อกังวล ซึ่งคาดว่าคงใช้เวลาอีกไม่นาน

          ขณะที่ น.ส.สุมล  เปิดเผยว่า ในข้อเท็จจริงเป็นการปรับปรุงผิวทางเดิมเท่านั้น ไม่มีการตัดถนนใหม่ หรือไปตัดต้นไม้ใดๆทั้งสิ้น ตนเองอยากให้ผู้ที่เห็นต่างมาคุยกันให้เข้าใจในเหตุและผล เพราะเชื่อว่า การทำโครงการนี้ ได้ทำถูกต้องตามระเบียบและขั้นตอนทางกฏหมายแล้วทุกประการ เราต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของทุกฝ่ายเพราะเรามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ใช้เส้นทางนี้รวมทั้งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเองก็ต้องใช้เส้นทางนี้ในการจัดส่งกำลังเพื่อทำการลาดตระเวน และหากมีอุบัติเหตุหรือภัยพิบัติเกิดขึ้นก็ต้องใช้เส้นทางนี้ในการลำเลียงช่วยเหลือเป็นหลัก

          ด้านนายมานะ เปิดเผยว่า ที่ฝ่ายออกแบบได้ กำหนดให้ผิวทางเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก เนื่องจากเส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางลาดชัน ถนนที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กจะมีความแข็งแรงและมั่นคงกับสภาพทางลาดชันสูง สามารถรองรับแรงตะกุยของล้อรถได้ดี และมีความทนทานกว่าถนนยางมะตอย และคงทนต่อสภาพอากาศ ความชื้น ในภูมิประเทศในอุทยานแก่งได้มากกว่า ส่วนกรณีที่มีการนำภาพสัตว์ป่าถูกรถชนตายมาโพส ในเฟสบุ๊ค และนำไปประกอบกับการแสดงความเห็นต่างการปรับปรุงถนนสายพะเนินทุ่งนั้น ขอยืนยันว่าไม่ใช่สัตว์ที่ตายในพื้นที่อุทยานแก่งกระจาน เบื้องต้นจากการตรวจสอบเป็นสัตว์ที่ถูกรถชนตายที่เขาใหญ่ ในพื้นที่แก่งกระจาน ตั้งแต่ เขาสามยอด-บ้านกร่าง-พะเนินทุ่ง มีสัตว์ถูกรถชนตายครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2559 และหลังจากนั้นอุทยานฯได้วางมาตรการเข้มงวดในการดูแล จนไม่มีการเกิดเหตุดังกล่าวอีก และหากมีการปรับปรุงถนนเสร็จก็จะมีการใช้มาตรการดูแลความปลอดภัย และจำกัดความเร็วด้วยเครื่องชะลอความเร็วไว้อย่างเข้มงวดเพิ่มขึ้น

          ทั้งนี้หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม นายมานะ ได้นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปสำรวจเส้นทางสายบ้านกร่าง-พะเนินทุ่งด้วย เบื้องต้นพบสภาพทางความชำรุด เสียหายมีลักษณะ ดินถล่ม ถนนยุบตัว น้ำกัดเซาะเป็นร่องขนาดใหญ่ ผิวถนนเดิมซึ่งเป็นยางมะตอยมีการหลุดล่อนลอกจนไม่เหลือสภาพการใช้งานได้ตลอดเส้นทาง

http://https://www.youtube.com/watch?v=Ek6iCQs7dxQ

ทีมข่าวเพชรภูมิ : รายงาน

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!