รำลึกถึงครูกลอนสุนทรภู่ ๒

มีเรื่องน่ายินดีเกี่ยวกับวันสุนทรภู่มาเล่าสู่กันฟังนะคะ โครงการสุนทรภู่วัดพลับพลาชัย ที่ดำเนินกิจการมาตั้งแต่สมัย อ.บุญมี พิบูลย์สมบัติ สืบทอดมายัง คุณทวีโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์ และปัจจุบันนี้มี ผศ.แสนประเสริฐ ปานเนียม เป็นผู้ดำเนินการ จัดกิจกรรมตามรอยสุนทรภู่วัดพลับพลาชัย จัดกิจกรรมเสวนาที่วัดเพชรพลี ในงานครั้งนี้ทางผู้จัดเชิญ อ.จตุพร บุญประเสริฐ ในนามประธานชมรมนักกลอนเมืองเพชร ร่วมเสวนาด้วย อ.จตุพร กล่าวถึงแง่งามของการประพันธ์กลอนตลาด ได้อย่างน่าฟัง

          กิจกรรมนี้จัดในช่วงเวลา ๑๗.๐๐ น. – ๑๙.๐๐ น. วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๔ น่าชื่นชมที่มีผู้เข้าร่วมเสวนาหลากหลาย นำเสนอแง่มุมต่าง ๆ มี คุณอุดมเดช เกตุแก้ว ทำหน้าที่พิธีกรได้ลื่นไหลและลงตัวยิ่ง

         ด้านคอลัมน์ของเรายังมีงานต่อจากฉบับที่แล้ว มีกลอนไหว้ครูอีกสี่บท นำลงเป็นกลอนไหว้ครูอีกชุดหนึ่งค่ะ ขอบพระคุณผู้ประพันธ์ทุกท่านนะคะ

“รำลึกถึงครูกลอนสุนทรภู่”

          ยี่สิบหกมิถุนาเคยมาวัด               ถวายภัตตาหารงาน “ท่านภู่”

ชาวชมรมฯ รวมใจมาไหว้ครู                 ศิษย์เรียนรู้หลากล้ำในคำกลอน

        ปีนี้ต้องรักษาระยะห่าง             หลีกไวรัสกวาดล้างให้สิ้นก่อน

น้อมรำลึกรำพันเชิญขวัญพร                 มิได้มานั่งสลอน ณ วัดพลับ

        สัมผัสพราวพรั่งพรู “ครู” แต่งไว้      คำสอนใจไหวหวามยามสดับ

คำดังทองทอทิพย์ระยิบระยับ                สร้างคลังทรัพย์คำคมบ่มตำนาน

        เก็บจำปีจำปามาเรียงร้อย             ลิ่วล่องลอยสาธุสะอธิษฐาน

ขอควันธูปอ่อนช้อยคล้อยวิมาน              น้อมกราบกราน “สุนทรภู่” ครูกวี

นงลักษณ์ ทองล้วน ที่ปรึกษาชมรมนักกลอนเมืองเพชร

ผู้จัดทำคอลัมน์ “กลอนที่รัก วรรคที่ชอบ”

พลังรักอบอวลสวนอักษร

        ตกตะกอนก้อนน้ำตาฝ่าวิกฤติ        ขังชีวิตค้างเรือนเหมือนไร้ค่า

เคยออกปากชวนดอกไม้ไปบูชา              ยี่สิบหกมิถุนาแสนอาวรณ์

        วันเกิดครูแต่ละครั้งเข้มขลังนัก    พลังรักอบอวลสวนอักษร

พระคุณครูสูงค่าเทียบสาคร                 เชลงกลอนกล่อมจิตเป็นมิตรใจ

        โอ้วัดพลับพับพานเพียงม่านโศก       แรงเชื้อโรครบกวนชวนหวั่นไหว

จึงคลายเคลื่อนเหมือนครูอยู่แสนไกล        ทิพย์มาลัยลอยตรงอย่าหลงลม
        อย่าหลงฤทธิ์ติดเชื้อจนเหลือสู้        ขอพรครูสางไข้ล้างใจขม

ให้ศิษย์รอดปลอดโรคสิ้นโศกซม             ไม่ต้องจมน้ำตาตายสักรายเลย

ชมพร เพชรอนันต์กุล รองประธานสถาบันสุนทรภู่

ถ้า “สุนทรภู่” ยังมีชีวิตอยู่

        “สุนทรภู่” ครูเฒ่า คงเศร้ามาก      เพราะถ้าหาก ท่านยังมี ชีวิตอยู่

คงต้องนั่ง ก้มหน้า น้ำตาพรู                 “ลูกหลานกู มันไม่เห็น ความเป็นไทย”

        ทั้งภาษา เขียน-พูด ล้วนบูดเน่า      ทั้งงี่เง่า เสื่อมทราม ตามสมัย

ลายมือเหมือน ถั่วงอก บอกอะไร          ครูคนไหน สอนสั่ง ทำดังนั้น

        ถึงคราวพูด ดัดจริต บีบบิดเสียง     เปล่งสำเนียง หวือหวา ช่างน่าขัน

พูดไทยต้อง ไม่ชัด น่าอัศจรรย์             รวบคำสั้น ขยั้นขยอก ออกลำคอ

        อักขระ ภาษาไทย ไม่แจ่มชัด         เหมือนพูดหวัด กลืนไทย ลงใส่หม้อ

คิดว่าเท่ เต็มประดา บ้าให้พอ               ตัว ร ล กระดกคำ ทำไม่เป็น

        ฟังเพลงไทย ยุคไอที ยิ่งชีช้ำ          ไม่รู้ทำ ได้ไง ทำให้เห็น

ต้องไม่ชัด เป็นหลัก โอ้ปลักเวร             เหมือนร้องเล่น แก้บน หม่นฤทัย

        ฟังเพลงจบ งงงัน นั่งสั่นหัว           หรือมันมั่ว ร้องเล่น เป็นไฉน

ไม่รู้เรื่อง เลยน้อง ร้องอะไร                   โปรดร้องให้ ชัดชัด ณ บัดนาว

          ดนตรีไทย รำไทย ไปไหนหมด    เคยงามงด เลื่องชื่อ จนลือฉาว

ศิลปะ ไทยเฟื่อง มีเรื่องราว                  เหมือนราตรี ประดับดาว เพริศพราวพราย

        เอ้อ..ชายไทย ทำไม ใส่ตุ้มหู        บ้างใส่คู่ บ้างใส่เดี่ยว เปรี้ยวเหลือหลาย

จะเป็นแมน หรือเป็นตุ๊ด สุดทำนาย         ยังไม่สาย นะเอ็ง เร่งทบทวน

          “สุนทรภู่” ครูเฒ่า คงเศร้ามาก      เพราะถ้าหาก ท่านต้องมี ชีวิตหวน

ไทยยุคใหม่ หักเห ทรุดเซซวน                ตามกระบวน กากเดน ไม่เป็น “ไทย”

ศักดิ์สิทธิ์ วิบูลศิลป์โสภณ บรรณาธิการ น.ส.พ.เพชรภูมิ

นายกสมาคมสื่อมวลชนเพชรบุรี

“นักเลงกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ”

        ท่องกลอนครูขึ้นใจจำได้มั่น           สัมผัสหลั่นรื่นรสพรพจน์ปลื้ม

ภาษาไทยของไทยไม่หยิบยืม                 เริ่มด่ำดื่มใจนักหลงรักกลอน

        พออ่านออกรู้ความยิ่งงามแท้         ใจแน่วแน่หลงใหลในอักษร

สัมผัสใจจู่จับประดับพร                   ทั้งหวานอ่อนยั่วเย้าคละเคล้าไป

        แสนไพเราะดังพิณระรินเรื่อย         จะแจ้วเจื้อยแฝงคติสร้างนิสัย

“นักเลงกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ”          ครูเขียนไว้ซาบซึ้งถึงวันนี้

        ในวันนี้มีครูอยู่เมืองทิพย์              แสงกะพริบเจิดจรัสรัศมี

เชิญมาลัยสู่สวรรค์ชั้นกวี                     แทนวาทีกราบ “ท่านภู่” ยอดครูกลอน

จำเริญลักษณ์ ทองล้วน สมาชิกชมรมนักกลอนเมืองเพชร

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!