ล่องถุนธรรมาสน์วัดพระทรงที่หายไป

วัดพระทรงมีธรรมาสน์บุษบกตั้งอยู่บนศาลาการเปรียญสองหลัง หลังหนึ่งเป็นของเก่ามาแต่เดิม ไม่ทราบว่าใครสร้างเอาไว้ ส่วนอีกหลังหนึ่งเป็นธรรมาสน์ฝีมือคณะช่างของขุนศรีวังยศ คุณลุงมหาพิม ชวนชื่น อุปัฏฐากอาวุโสของวัดลาด เคยเล่าให้ผู้เขียนฟังเกี่ยวกับธรรมาสน์ฝีมือคณะช่างของขุนศรีวังยศว่า

             “ทราบมาว่าธรรมาสน์หลังนี้พ่ออี้ บ้านอยู่เชิงสะพานใหญ่ ฝั่งตะวันออกเป็นผู้ออกทรัพย์สร้างไว้ ขุนศรีวังยศเป็นผู้ออกแบบและรับทำ แต่ช่วงนั้นขุนศรีวังยศอายุมากแล้วและสุขภาพไม่ค่อยดี ท่านไม่ได้ลงมือแกะทั้งหมด ส่วนใหญ่จะควบคุมคณะช่าง แต่เดิมธรรมาสน์หลังนี้ตั้งอยู่ที่ศาลาธรรมสังเวช เป็นศาลาแข็งแรง เสาไม้มะค่าลิง ยกพื้นไม่สูงนัก หลังคาเป็นยอดแหลมแบบมณฑปมีคอสอง ราวปี 2489 – 2491 ช่วงนั้นได้รื้อศาลาหลังนี้ออก จึงได้ย้ายธรรมาสน์ขุนศรีวังยศขึ้นไปตั้งคู่กับธรรมาสน์เดิมบนศาลาการเปรียญ

             ธรรมาสน์หลังนี้ขุนศรีวังยศออกแบบล่องถุนเป็นเรื่องราวในชาดก พระสงฆ์ไม่ค่อยกล้าขึ้นนั่งเทศน์เพราะเป็นเรื่องอดีตชาติของพระพุทธเจ้า ขึ้นไปนั่งบนธรรมาสน์แล้วเหมือนขึ้นไปนั่งเหนือพระพุทธเจ้า สมัยผมเป็นนักเรียนโรงเรียนวัดพระทรง ครูจะสั่งนักเรียนไม่ให้เข้าเคียงธรรมาสน์ คงกลัวนักเรียนไปหักไปแกะของเขาพัง”

             เรื่องพระไม่ค่อยกล้าขึ้นธรรมาสน์ขุนศรีวังยศนี้ สอดคล้องกับที่ท่าน อ.ล้อม เพ็งแก้ว เคยเล่าไว้ว่า

             “ฟังจากคนเก่ามาเล่าต่อว่า พระอาจารย์เป้า วัดพระทรง ซึ่งเป็นพระช่างในวัด เมื่อจะขึ้นเทศน์ท่าน
จะไปขึ้นธรรมาสน์อีกหลังที่อยู่คู่กันไม่ขึ้นหลังขุนศรี-วังยศ ท่านว่าแกะเป็นภาพพระโพธิสัตว์จึงไม่ขึ้นบันไดข้ามไป”

             ปัจจุบันล่องถุนธรรมาสน์ของขุนศรีวังยศที่วัดพระทรงได้สูญไปหมดแล้ว ทราบจากทางวัดว่าถูกโจรกรรมไปเมื่อหลายสิบปีก่อน เรื่องนี้น่าเสียดายมาก

             แต่ยังนับว่าโชคดีที่ได้มีการถ่ายภาพกันไว้ให้ศึกษา เมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียนได้ไปค้นข้อมูลในสำนักวิทยบริการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้พบกับภาพถ่ายล่องถุนธรรมาสน์วัดพระทรงสองภาพ ภาพหนึ่งแกะสลักเป็นเรื่องจันทกุมารชาดก นายช่างแกะขันฑหาลพราหมณ์ถูกประชาชนกลุ้มรุมประชาทัณฑ์ผ้าผ่อนหลุดลุ่ย สังเกตดูอัณฑะของพราหมณ์ที่หลุดออกมานอกผ้าทองหลุดออกไป มีแต่รักดำเลื่อม สงสัยว่าคนที่ขึ้นไปดูคงจะไปลูบเล่นกันจนเป็นเช่นนั้น

             ส่วนอีกภาพเป็นพรหมนารทชาดก

             คิดว่าล่องถุนชุดนี้คงยังอยู่ แต่จะอยู่ที่ใดยังไม่ทราบ การมีภาพไว้อ้างอิงก็เป็นหลักฐานหนึ่งในการติดตาม เชื่อเหลือเกินว่าสักวันหนึ่งเราอาจได้เห็นล่องถุนชุดนี้

             ท่านใดทราบว่าอยู่ที่ใด ช่วยบอกท่านที่ครอบครองนำไปคืนให้วัดพระทรงเถิด จักเป็นกุศลทั้งท่านที่ส่งข่าวและท่านที่ส่งคืน

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!