วิเคราะห์สถานการณ์โควิด-19 ผลกระทบภาคธุรกิจเอกชน วัคซีนคือทางรอด-ตั้งสติให้มั่นรอวันเวลาปลอดภัยเผชิญชีวิต

“…..มาตรการล็อกดาวน์ที่ประกาศออกมาครั้งล่าสุด อาจจะใช้เวลา 14 – 28 วัน แต่ผลกระทบนั้นเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ 2 – 3 วันล่วงหน้า และคาดว่าจะลากยาวไปจนถึงเดือนกันยายนกว่าจะฟื้นตัวขึ้นมาบ้าง ทั้งนี้ มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องจับตา เช่น การแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่สามารถควบคุมได้….

นายสุพจน์ เพชราภิรัชต์ เจ้าของร้านบ้านขนมนันทวัน, กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามนิสสันประจวบคีรีขันธ์ จำกัด, อดีตประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี 2 สมัย (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี) นักธุรกิจคนสำคัญของ จ.เพชรบุรี ให้เกียรติแสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจการค้าและภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของ จ.เพชรบุรี โดยใช้หัวข้อว่า เพชรบุรีท่ามกลาง “สงครามโรค”เนื้อหาน่าสนใจยิ่ง กอง บก.เพชรภูมิ ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

“…วิกฤติการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทยที่เริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อต้นปี 2563 เป็นต้นมา ถึงวันนี้แม้รัฐบาลจะยังไม่เรียกว่าเป็นระลอกที่ 4 เพราะส่วนโค้งของเส้นกราฟผู้ติดเชื้อยังไม่ลดลง ก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นระลอก 3/2 ที่ใหญ่และหนักหนาสาหัสกว่าสองระลอกที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่ใกล้จะถึงหลักหมื่น จำนวนผู้ป่วยครองเตียง จำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มมาก นี่ยังไม่นับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงการตรวจและการรักษาอีกเป็นจำนวนมาก อาจจะเรียกได้ว่า วิกฤติครั้งนี้เป็นวิกฤติของคนไทยทั้งชาติ

จังหวัดเพชรบุรี มีประชากรประมาณ 500,000 คน กระจายอยู่ใน 8 อำเภอ ข้อมูลวิชาการทางการแพทย์บอกว่า หากต้องการจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้น ต้องให้ประชากรราวๆ 70%ได้รับวัคซีนครบ หรือประมาณ 350,000 คน แต่จนถึงวันนี้การดำเนินการฉีดวัคซีนในจังหวัดเพชรบุรีก็ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายหรือพันธะสัญญาที่เคยคุยกันไว้ มีการเลื่อนกำหนดนัดครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีน ซึ่งก็ต้องถือโอกาสนี้ขอฝากผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดได้โปรดช่วยเป็นธุระจัดหาให้ได้ตามเป้าหมายด้วย

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั่วประเทศต่างประสบผลพวงจากการเคลื่อนย้ายผู้คนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีการเดินทางทั้งเพื่อการท่องเที่ยวและกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดของแรงงานจนมีเชื้อแพร่ระบาดออกไปตามจังหวัดต่างๆ ทั้งๆ ที่ในช่วงนั้นมีการพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์อัลฟ่า(อังกฤษ)แล้ว

อีกทั้งยังมีการฉวยโอกาสช่วงสงกรานต์ลักลอบนำแรงงานต่างด้าวจำนวนมากเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งแรงงานเหล่านี้ ยังไม่ได้ผ่านการตรวจคัดกรองและกักตัวตามหลักเกณฑ์ของสาธารณสุข เมื่อเข้ามาก็กระจายไปสู่แหล่งงานต่างๆ ที่มีความต้องการแรงงาน ทั้งโรงงาน หน่วยงานก่อสร้าง ตลาดสด และนำพาเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่าสายพันธุ์เดลต้าไปแพร่กระจาย ซึ่งจังหวัดเพชรบุรีก็เผชิญกับปัญหานี้อย่างยาวนานและหนักหนาแสนสาหัส

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ รัฐบาลโดยศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) จึงได้มีประกาศยกระดับการควบคุมพื้นที่ต่างๆ ออกมาจำกัดการเดินทางข้ามจังหวัด ซึ่งนั่นย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จากข้อมูลสถิติในปี 2562 จังหวัดเพชรบุรีมีนักท่องเที่ยวประมาณ 9 ล้านคน และมีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 32,531 ล้านบาท หากนับรวมร้านอาหารร้านค้าของฝากของที่ระลึกและห้างสรรพสินค้าต่างๆ เข้าด้วยก็น่าจะมากกว่า 50 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด โดยนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเราส่วนใหญ่ก็เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยและมีต้นทางมาจากกรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นหลัก

มาตรการล็อกดาวน์ที่ประกาศออกมาครั้งล่าสุด อาจจะใช้เวลา 14 – 28 วัน แต่ผลกระทบนั้นเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ 2 – 3 วันล่วงหน้า และคาดว่าจะลากยาวไปจนถึงเดือนกันยายนกว่าจะฟื้นตัวขึ้นมาบ้าง ทั้งนี้ มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องจับตาเช่น การแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่สามารถควบคุมได้ ความรวดเร็วในการที่ประชาชนในพื้นที่จะได้รับการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะแรงงานที่อยู่ในธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และเมื่อถึงเวลาของการฟื้นตัว จะยังคงมีธุรกิจเหลือรอดไปถึงวันนั้นได้มากน้อยเพียงใด

สำหรับท่านที่อยู่ในธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง หากวันนี้สถานการณ์ย่ำแย่ ท่านต้องหันกลับมาสำรวจตนเองและตั้งคำถามก่อนว่า ทุนสำรองมีอยู่เท่าไหร่ สต็อกสินค้าคงคลังมีเท่าไหร่ หากจะเปิดดำเนินการต่อไป จะอยู่ไปได้ถึงวันที่เศรษฐกิจฟื้นตัวหรือไม่ หรือถ้าจะเปิดดำเนินการต่อไประหว่างนี้จะมีวิธีหารายได้มาชดเชยได้อย่างไร

สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกคือ ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ ไม่แปลกที่เราจะหยุดดำเนินการไว้สักระยะก่อนโดยรักษาคีย์แมนคนสำคัญเอาไว้ คล้ายเต่าที่หดหัวและขาไว้ในกระดองเพื่อรอเวลาที่ปลอดภัย

ท้ายนี้ ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี ผมขอส่งกำลังใจและความปรารถนาดีมายังพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ นักธุรกิจที่เป็นกำลังสำคัญของภาคเอกชนทุกท่าน ขอจงให้ความร่วมมือกับมาตรการของภาครัฐในเรื่องของการต่อสู้กับโรคระบาด โดยเฉพาะต้องหาโอกาสพาตนเองไปรับวัคซีนและส่งเสริมให้ทุกคนรอบตัวได้รับวัคซีน

ถ้าพอมีกำลังก็ขอให้ช่วยสนับสนุนโรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากที่ขาดแคลนตามกำลังกายกำลังทรัพย์เท่าที่จะทำได้ สามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันฟันฝ่าวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่หลวงที่สุดในชั่วอายุของเรานี้ เพราะหนทางที่จะรอดพ้นไปได้คือต้องรอดไปด้วยกัน ขอทุกท่านจงปลอดโรคปลอดภัยครับ…”

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!