สคช.จ.เพชรบุรี บูรณาการกับภาคีเครือข่าย 10 องค์กร MOU ขจัดความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว

สคช.จ.เพชรบุรี บูรณาการกับภาคีเครือข่าย 10 องค์กร

MOU ขจัดความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว

          เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มิถุนายน 2561 ที่ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานและเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) เพื่อขจัดความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว โดยมี นายธนภัทร ณ ระนอง นายอำเภอเมืองเพชรบุรี นายศรีธรรม ราชแก้ว นายอำเภอบ้านแหลม น.ส.สุนีย์รัตน์ ภู่ขำ นายอำเภอบ้านลาด นายสุธี เล้าสุบินประเสริฐ นายอำเภอแก่งกระจาน นางวิพร แววศรีผ่อง นายอำเภอหนองหญ้าปล้อง นายทรงรัฐ รัฐปัตย์ นายอำเภอชะอำ นายอานนท์ พร้อมเพรียง นายอำเภอท่ายาง นายสุพจน์ สุขวิบูลย์ อัยการจังหวัดเพชรบุร พ.ต.อ.ดร.ไพรรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รองผบก.ภ.จว.เพชรบุรี นายสรุศักดิ์ งามขจรกุลกิจ อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเพชรบุรี นายแพทย์เพชรฤกษ์ แทนสวัสดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี น.ส.ดวงตา ดุลบุตร นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าศูนย์พึ่งได้ รพ.พระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี นายปรินทร์วัฒ ธิติฟลธนวิชญ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเพชรบุรี น.ส.ณัฎฐ์ทิตา พัชรกุลเขมศิริ รักษาราชการแทน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบุรี นางนฤมล กิจพ่วงสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลท่ายาง ร่วมลงนาม

          นายสรุศักดิ์ เปิดเผยว่า เนื่องจากแนวโน้มปัญหาความรุนแรงต่อสตรีและเด็กทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการถูกละเมิดทางเพศในสังคมปัจจุบันทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักในปัญหาเหล่านี้และได้พยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอด อาทิ การกำหนดหลักเกณฑ์ ในการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนต่อเด็ก สตรี, การออกกฎหมายคุ้มครองสตรีและเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรง, กำหนดให้มีการบังคับใช้กฎหมาย สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เป็นต้น แต่เนื่องจากปัญหาดังกล่าวมีความซับซ้อน ละเอียดอ่อน และมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็ก สตรี และครอบครัว บุคคลที่ทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ในกระบวนการด้านสวัสดิการสังคม จิตวิทยาการแพทย์ และการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเพชรบุรี ในนามสำนักงานกิจการและโครงการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และสำนักงานอัยการภาค 7 สำนักงานอัยการสูงสุด จึงจัดให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงขึ้นในครั้งนี้


          นายสรุศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว เป็นการบูรณาการระหว่าง สำนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี, สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเพชรบุรี, สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเพชรบุรี, จังหวัดเพชรบุรี, ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี, ที่ทำการปกครองอำเภอ, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบุรี, เด็กและครอบครัวจังหวัดเพชรบุรี, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี, โรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี, ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรีและเทศบาลตำบลท่ายาง ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้และรณรงค์ให้ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มีความรู้ ความเข้าใจในพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวปี 2550 พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กปี 2546 และพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวปี 2553 พร้อมสร้างเครือข่ายการทำงาน พัฒนาระบบการรับแจ้งเหตุ การคัดกรอง การเฝ้าระวังเด็ก ครอบครัว และกลุ่มเสียงในชุมชน รวมถึงการให้ความช่วยเหลือคุ้มครองในเบื้องต้น การประสานส่งต่อผู้ที่ถูกกระทำความรุนแรง ให้ทีมสหวิชาชีพระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด ดำเนินการช่วยเหลือคุ้มครอง โดยมีหน่วยงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่เป็นหน่วยประสานงานหลัก และพนักงานอัยการสนับสนุนด้านการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย ตลอดจนสนับสนุนเร่งรัดอรรถคดีที่เกิดความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและบุคคลในครอบครัว คุ้มครอง สังเคราะห์ ตรวจรักษา บำบัดฟื้นฟู และให้การศึกษา ฝึกอาชีพ จัดหาที่พักอาศัย จัดหางานให้กับเด็ก สตรีและบุคคลในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำความรุนแรง เพื่อให้การดำเนินงานด้านการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ทีมข่าวเพชรภูมิ : รายงาน