สถานการณ์โควิด

สถานการณ์โรคไวรัสโควิด-19 จังหวัดเพชรบุรี ในห้วงวันที่ 1-15 กรกฎาคม แม้จำนวนผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์โรงงานขนาดใหญ่จะได้รับการรักษาหายจำนวนมาก แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีการดำเนินการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด และยังคงพบผู้ติดเชื้อจากโรงงาน สถาน-ประกอบการ และชุมชนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยคงเฉลี่ยผู้ติดเชื้อในแต่ละวันประมาณ 70-90 คน มีผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วพร้อมกลับบ้านประมาณวันละ 20-30 คน

                วันที่ 1 กรกฎาคมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพชรบุรีได้จัดเตรียมหาสถานที่เพื่อกักตัวบุคคลเสี่ยงใน
สถานที่เอกชน 2 แห่งพื้นที่ อ.ท่ายาง เปิด Hospital เพิ่มจำนวน 252 เตียง พร้อมเข้มงวดการเดินทางข้ามพื้นที่เคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวซึ่งจะต้องดำเนินการขอหนังสืออนุญาตในการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้า–ออก จ.เพชรบุรี โดยให้นายจ้างยื่นเอกสารผ่านระบบ Google Form ให้ ศบค.แรงงานตรวจสอบเฉพาะข้อมูลความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด สถานที่พักอาศัยการกักตัว และผลการตรวจหาเชื้อ โดยใบแสดงผลต้องมีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมง 

                ด้านความปลอดภัยทางสุขภาพของนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ คณะกรรมการโรคติดต่อประกาศให้เลื่อนการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติ (On site)จากเดิมที่จะเปิดวันที่ 12 กรกฎาคมเลื่อนไปเปิดเป็นวันที่ 2 สิงหาคม 2564 โดยให้คงมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามประกาศจังหวัดเพชรบุรี นอกจากนั้นได้กำชับการป้องกันการแพร่ระบาดในพื้นที่ตลาด โดยให้ดำเนินตามมาตรการป้องกันและการควบคุมโรคเป็นไปตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด พร้อมกำชับหน่วยงานรับผิดชอบให้ตรวจ ติดตาม ประเมินผลตลาดทุกแห่งในพื้นที่ และขอให้ประชาชนเคร่งครัดตามมาตรการ D-M-H-T-T-A อย่างต่อเนื่อง

                ในส่วนการป้องกันระบาดลุกลาม คณะกรรมการโรคติดต่อฯ ยกระดับการตรวจกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง
จัดสายตรวจกลุ่มมั่วสุม เพิ่มความถี่ในการติดตามป้องกันพร้อมขานรับนโยบาย ศบค.ขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกไปอีก 2 เดือน จนถึงเดือนกันยายน 2564 และขอความร่วมมือประชาชน นักท่องเที่ยวงดออกนอกเคหสถาน งดเดินทางเคลื่อนย้าย เคลื่อนที่ หรือรวมกลุ่มนอกที่พำนัก ตั้งแต่เวลา 23.00 – 04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค.นี้ไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง และให้จุดตรวจ จุดสกัดในพื้นที่เข้มงวดคัดกรองและติดตามผู้ที่เดินทางเข้าจังหวัด โดยเฉพาะผู้ที่มาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

                ในส่วนของการท่องเที่ยวยังคงมีประกาศปิดสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง อาทิ พระรามราชนิเวศน์ (วังบ้านปืน),
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน, โครงการพระราชดําริแหลมผักเบี้ย, โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ, ฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ จังหวัดเพชรบุรี, ถ้ำเขาหลวง, วนอุทยานเขานางพันธุรัต, โป่งลึก-บางกลอย (อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน), พุน้ำร้อน
หนองหญ้าปล้องและเปิดให้บริการสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งอาทิพระนครคีรี (เขาวัง) จุดกางเต็นท์ริมอ่างเก็บน้ำ
บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, บ้านกร่างแค้มป์, ชายหาดชะอำ, ชายหาดเจ้าสำราญ, หาดปึกเตียน,
วัดต่าง ๆ ในจังหวัดเพชรบุรี, โฮมสเตย์บ้านถ้ำเสือ

                ด้านมาตรการให้ความช่วยเหลือรัฐบาลได้เห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์ กำหนดค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตราย ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคโควิด-19 ฉบับที่ 4 ให้ครอบคลุมถึงบัญชีและอัตราค่าใช้จ่ายบางรายการที่มีความจำเป็นต้องใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด-19 อาทิ ค่าห้องและค่าอาหารทั้งหอผู้ป่วยวิกฤตและห้องแยกโรควันละ 6,250 บาท, ค่าบริการพยาบาลทั่วไปไอซียูวันละ 7,400 บาท, ค่าบริการแพทย์ขณะส่งผู้ป่วย
ด้วยรถพยาบาลครั้งละ 2,000 บาท, ค่ารถยนต์รับส่งต่อผู้ป่วยจากบ้านหรือโรงแรมไป-กลับครั้งละ 875 บาท,
ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดโรคชุดละ 13,750 บาท นอกจากนี้ ยังเพิ่มข้อความ “ยา Remdesivir 100 mg inj. ให้เบิกจากกระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น

                ด้านเศรษฐกิจ ครม.มีมติเห็นชอบขยายเวลาโครงการสินเชื่อให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระลอกใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างทั่วถึง โดยขยายเวลายื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2564 จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน รวม 3 โครงการ ดังนี้ 1. สินเชื่อรายย่อย Extra Cash ของ ธ.พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย วงเงิน 10,000 ล้านบาท ช่วยเหลือ ธุรกิจทัวร์ สปา ขนส่ง (รถทัวร์ รถบัส รถตู้ รถแท็กซี่  เรือนำเที่ยว รถเช่า) บริษัทนำเที่ยว โรงแรม ห้องพัก และร้านอาหาร 2. สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ SME ท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่องของ ธ.ออมสิน วงเงิน 5,000 ล้านบาท ช่วยเหลือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และ Supply Chain เช่น ร้านอาหาร ธุรกิจสปา นวดแผนไทย รถรับจ้างนำเที่ยว เกสต์เฮาส์ โฮสเทล โดยขยายระยะเวลากู้ จากเดิมไม่เกิน 5 ปี เป็นไม่เกิน 7 ปี, ขยายระยะเวลาปลอดชำระเงินต้น จากเดิมสูงสุดไม่เกิน 1 ปี เป็นสูงสุดไม่เกิน 2 ปีและ 3.โครงการ SME มีที่มีเงิน ธุรกิจท่องเที่ยวของ ธ.ออมสิน ขยายกลุ่มผู้ขอสินเชื่อช่วยธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ธุรกิจบันเทิง ธุรกิจสปาและนวดแผนไทย ธุรกิจการเดินทางและขนส่ง ธุรกิจโรงเรียนเอกชน, ปรับหลักเกณฑ์วงเงินสินเชื่อต่อรายกรณีผู้กู้เป็นนิติบุคคลและปรับปรุงเพิ่มเติมรายละเอียดการพิจารณาหลักประกันการกู้เงินให้ง่ายขึ้น

                นอกจากนี้ยังให้ ธนาคารออมสินปรับเกณฑ์มาตรการยกเว้นการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย เงินงวดเป็นศูนย์ตลอด 6 เดือน โดยเปิดให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจที่ได้นำเงินกู้ไปประกอบกิจการร้านอาหาร สามารถเข้าร่วมมาตรการนี้ได้ เพื่อรับสิทธิ์ยกเว้นการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย มีผลตั้งแต่งวดเดือนกรกฎาคม – เดือนธันวาคม 2564 สอบถามได้ที่สาขาธนาคารออมสิน หรือศูนย์สินเชื่อธุรกิจลูกค้า SMEs  ที่ได้ติดต่อขอสินเชื่อไว้ ถึงวันที่ 23 กรกฎาคมนี้และให้ ธ.ออมสินเปิด มาตรการ “สินเชื่ออิ่มใจ” สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารหรือเครื่องดื่มที่เป็นร้านจำหน่ายแบบถาวร เช่น ร้านอาหารในห้าง
สรรพสินค้า ร้านอาหารที่เปิดในห้องแถวหรืออาคารพาณิชย์ ภัตตาคาร ร้านที่มีลักษณะเป็นบูธ เป็นต้น โดยให้สินเชื่อต่อรายสูงสุด 100,000 บาท โดยไม่ต้องมีหลักประกัน คิดดอกเบี้ยร้อยละ 3.99 ต่อปี ระยะเวลากู้ ไม่เกิน 5 ปี
ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 งวดแรก และขยายระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องไม่เกิน 5 ปีเริ่มให้บริการสินเชื่อตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. – 31 ธ.ค. 64

                นอกจากนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ยังออกมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน โดยผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย และประเภทกิจการขนาดเล็ก ที่มีค่าไฟฟ้าค้างชำระมากกว่า 1 เดือน สามารถขอทยอยชำระค่าไฟฟ้าเป็นบางเดือน นอกจากนี้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทยื่นความประสงค์ขอผ่อนชำระค่าไฟฟ้าได้ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 1129 PEA Contact Center ตลอด 24 ชั่วโมง และสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!