สพป.เพชรบุรี เขต 2 คัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติยื่นหนังสือผ่าน ส.ส.เพชรบุรี ถึง รมว.กระทรวงศึกษาธิการ ออกโรงทวงคืนสิทธิและศักดิ์ศรีของครู – ผู้บริหาร

นายสุรวิทย์ ทับเหล็ก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 กล่าวว่า พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ถือว่าเป็นกฎหมายแม่บทหลักของการจัดการศึกษาทั้งประเทศ เปรียบดั่งรัฐธรรมนูญของการศึกษา หลังจากคณะผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษาได้ศึกษารายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ เปรียบเทียบกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ฉบับเดิมนั้น พบว่าประเด็นในเรื่องเดียวกันใน พ.ร.บ. ฉบับใหม่ค่อนข้างกำกวม และลดทอนสิทธิและศักดิ์ศรีของคุณครูและผู้บริหาร เมื่อข้อกฎหมายเขียนไว้ไม่ชัดเจน ย่อมจะส่งผลต่อการตีความในด้านต่าง ๆ จึงมีข้อสรุปร่วมกันให้ปรับปรุงแก้ไขร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ใน 3 ประเด็นหลักดังนี้ 1) กำหนดให้วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง 2) แก้ไขคำว่า “หัวหน้าสถานศึกษา” เป็น “ผู้บริหารสถานศึกษา” และ 3) แก้ไขคำว่า“ใบรับรองการประกอบวิชาชีพครู” เป็น “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู”

                ผอ.สพป.เพชรบุรี เขต 2 กล่าวต่ออีกว่า เรามองว่า ผู้ที่มีอำนาจในการร่าง  พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่นี้ ไม่มีความจริงใจในเรื่องที่จะพัฒนาคุณภาพการศึกษา และความก้าวหน้าของผู้ที่ประกอบวิชาชีพครู ประการแรกคือการไม่กำหนดให้วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง อันจะส่งผลต่อการขอวิทยฐานะของครูผู้สอนในอนาคตที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับค่าตอบแทนเป็นเงินประจำตำแหน่งสำหรับครูที่มีวิทยฐานะ ได้แก่ ครูชำนาญการ ครูชำนาญการพิเศษ ครูเชี่ยวชาญ และครูเชี่ยวชาญพิเศษเป็นการบั่นทอนกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ แม้ว่าครูรุ่นเก่าที่มีตำแหน่งวิทยฐานะยังคงได้รับค่าตอบแทน แต่ครูรุ่นใหม่หลังจาก พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ประกาศใช้ก็อาจจะไม่ได้รับค่าตอบแทนในส่วนนี้

                ประการที่ 2 ที่เราเรียกร้องให้แก้ไขคำว่า “หัวหน้าสถานศึกษา” เป็น “ผู้บริหารสถานศึกษา” เนื่องจากมีการกำหนดคุณสมบัติของหัวหน้าสถานศึกษาสามารถเป็นบุคคลภายนอก หรือเอกชนเข้ามาทำหน้าที่หัวหน้าสถานศึกษา มีลักษณะการร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชน จึงเป็นกังวลว่าจะเกิดการเลื่อมล้ำทางการศึกษาในอนาคต สำหรับประชาชนพ่อแม่ผู้ปกครองที่อยู่พื้นที่รอบนอก อาจจะเข้าไม่ถึงระบบการศึกษา รวมถึงค่าใช้จ่ายที่อาจจะเพิ่มสูงขึ้น เพราะปัจจัยทางธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง ต่างจากข้อเดิมที่รัฐเป็นผู้สนับสนุน

                “การที่เราออกมาเรียกร้องมีความประสงค์ที่จะปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีของความเป็นครู รวมถึงสร้างความขวัญกำลังให้แก่คณะครู ผู้บริหารในการปฏิบัติหน้าที่ มีความก้าวหน้ามั่นคงในวิชาชีพและความสามารถของคุณครูแต่ละท่าน โดยก่อนหน้านี้ทางเราได้ยื่นร้องเรียนเรื่องดังกล่าวตั้งแต่การทำประชาพิจารณ์แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จนกระทั่งได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องผ่านทาง ส.ส.สาธิต อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ ทราบว่าท่านได้นำข้อเรียกร้องของเราให้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับทราบและเข้าใจถึงปัญหารวมถึงข้อกังวลต่าง ๆ ทราบว่าขณะนี้ท่านรัฐมนตรีได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาภาคประชาชน กระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในร่างดังกล่าว ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร” นายสุรวิทย์ ทับเหล็ก ผอ.สพป.เพชรบุรี เขต 2 กล่าวในท้ายที่สุด

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!