‘สะอิ้ง พ่วงรอด’ มือปืนระดับพระกาฬ ‘สถานการณ์บีบบังคับ…ให้ผมเป็นมือปืน’

‘สะอิ้ง พ่วงรอด’ มือปืนระดับพระกาฬ
‘สถานการณ์บีบบังคับ…ให้ผมเป็นมือปืน’

 

          ย้อนไปเมื่อประมาณ ๓๘ ปีก่อนโน้น ผู้ที่เกิดทันและจำความได้ คงจำเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ตกเป็นข่าวโด่งดัง ยากจะลืมเลือนไปจากความทรงจำของชาวเมืองเพชรบุรีได้

          “ต้อย” สะอิ้ง พ่วงรอด สมัยเป็นหนุ่มวัย ๒๖ ปี คุมสมัครพรรคพวกพร้อมอาวุธครบมือ ตั้งแต่ปืนอาก้า, นาโต้, เอ็ม ๗๙, เอ็ม ๑๖ และปืนพกสั้น ขับรถยนต์ตามประกบยิง “นายผล” กับสมุน พร้อมทั้ง ตชด.ที่รับจ้างเป็นมือปืนคุ้มกันนำนายผลออกจากเรือนจำกลางเพชรบุรี หลังต้องโทษคดียิงแม่และน้องชายของสะอิ้งเสียชีวิตคาไร่ที่ตาลกง และพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๓

          การสะสางบัญชีแค้นให้แม่และน้องชายในครั้งนั้น สะอิ้งกับพวกได้ถล่มยิงนายผลกับพวกที่นั่งมาในรถยนต์และท้ายกระบะด้วยอาวุธสงคราม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตคาที่รวม 7 ศพ ที่ ถ.เพชรเกษม บริเวณป่ายาง ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี

          เหตุการณ์ชะโลมเลือดครั้งนั้น ส่งให้ชื่อ “สะอิ้ง พ่วงรอด” ทะยานขึ้นเป็นแถวหน้าของมือปืนเมืองเพชร โด่งดังทะลุฟ้าทะลวงดินเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศในชั่วข้ามคืน ตกเป็นข่าวใหญ่พาดหัวตัวไม้ในหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ

 
          ชื่อ “สะอิ้ง พ่วงรอด” ได้รับเกียรติเป็นชื่อติดทำเนียบ “มือปืน” และถูกตำรวจมือปราบเจ้าของฉายา “มือปราบตะวันตกดิน” อย่าง “พ.ต.อ.ถวิล เปล่งพานิช” ออกตามล่าแทบพลิกแผ่นเดิน แต่ชะตาชีวิตของสะอิ้งไม่ได้ลิขิตให้จบลงด้วยการโดน “จับตาย”

          สะอิ้งชดใช้บาปถูกจองจำอยู่ในเรือนจำนานกว่า ๒๐ ปี กระทั่งได้รับอิสรภาพก็ใช้ชีวิตเป็นชาวบ้านธรรมดา อำลาวงการมือปืน เก็บตัวเงียบอยู่ในพื้นที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ยึดอาชีพสุจริต อุทิศตนเพื่อสังคมช่วงบั้นปลายชีวิตตลอดมา

          นายสะอิ้งหรือต้อย พ่วงรอด หนุ่มใหญ่วัย ๖๓ ปี เปิดใจให้สัมภาษณ์ “เพชรภูมิ” ถึงเรื่องราวครั้งอดีตที่ผ่านมาอย่างหมดเปลือก

          ต้องขออภัยหากบางช่วงตอนไม่สามารถเปิดเผยชื่อ-นามสกุลของผู้ถูกพาดพิงได้ ขอให้คำบอกเล่าของ “สะอิ้ง” เป็นอุทาหรณ์ สะท้อนเส้นทางชีวิตของบุคคลคนหนึ่งเท่านั้น

          นายสะอิ้งหรือต้อย พ่วงรอด ย้อนอดีตให้ฟังว่า ตนมีถิ่นกำเนิดที่บ้านตาลกง ต.มาบปลาเค้า อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี อยู่ในครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ คุณพ่อรับราชการตำรวจ ส่วนคุณแม่ยึดอาชีพแม่ค้า ตนเป็นบุตรคนที่ ๓ ในจำนวนพี่น้อง ๖ คน

          ชะตาชีวิตเล่นตลกกับครอบครัวจนถึงจุดพลิกผัน เมื่อ ส.ต.ท.มนต์ พ่วงรอด อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายพื้นที่ใน จ.เพชรบุรี ผู้เป็นพ่อ ถูกผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้งให้ย้ายไปประจำอยู่ในถิ่นทุรกันดารจนทนไม่ไหว ต้องออกจากราชการ

          ต่อมาพ่อได้เข้าไปช่วยไกล่เกลี่ยคดีฟ้องร้องเรื่องที่ดินของยายตนจนชนะคดี เป็นเหตุให้คู่กรณีซึ่งเป็นหลานยายอีกฝ่ายเกิดความไม่พอใจที่พ่อเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีความ จึงใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงพ่อเสียชีวิตคาบ้านพักที่ตาลกง ทำให้นางเอี่ยม พ่วงรอด ผู้เป็นแม่ ต้องนำสะอิ้งและนายประสิทธิ์ พ่วงรอด ผู้เป็นน้องชาย ไปฝากไว้กับ “หลวงพ่ออุ้น” ที่วัดตาลกง เพราะหวั่นจะถูกตามฆ่า จากนั้นได้หนีขึ้นไปทำไร่ที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

          “สะอิ้ง” เริ่มการศึกษาที่โรงเรียนวัดตาลกง (ธรรมศรียาทร) จนถึงชั้น ป.๔ ก่อนออกไปช่วยแม่ทำไร่ที่ จ.สุพรรณบุรี ส่วนนายประสิทธิ์ได้บวชเณรอยู่กับหลวงพ่ออุ้นไม่ได้เดินทางไปด้วย โดยสะอิ้งช่วยแม่ทำไร่ได้ไม่นานนัก ก็ไปเป็นช่างซ่อมรถอยู่ที่อู่ยนต์ชัย (ตรงข้ามร้านพวงเพชร) ได้ประมาณ ๓ ปี

          ต่อมาแม่ขายไร่ที่ จ.สุพรรณบุรี แล้วมาซื้อที่ดินทำไร่ที่บ้านหนองไผ่ ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง และที่บ้านตาลกง อ.ท่ายาง สะอิ้งจึงออกจากงานไปช่วยแม่ทำไร่ที่ อ.หนองหญ้าปล้อง ขณะนั้นเกิดความคิดที่จะแก้แค้นให้พ่อ จึงไปขอยืมอาวุธปืนจากพี่ชายที่สะอิ้งเคารพในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มา ๒ กระบอก เพื่อจะนำไปยิงคนที่ฆ่าพ่อ

          แต่แม่เห็นเสียก่อนและได้เตือนสติว่า “พ่อมึงตายไปนานแล้ว อย่าไปยุ่งกับเขาอีกเลย ช่วยกันทำกินเถอะ จะได้มีเหมือนคนอื่นเขา” ด้วยความที่รักแม่ จึงเลิกความคิดนั้นทันที

          ต่อมาสะอิ้งทราบข่าวจากญาติว่าคนที่ยิงพ่อกำลังวางแผนจะส่งคนมาฆ่าตนเพราะกลัวว่าตนจะตามไปล้างแค้นแทนพ่อ จึงหนีไปตั้งหลักที่ จ.กาญจนบุรี และมีโอกาสได้เข้าไปช่วยงานกับปรมาจารย์มือปราบภูธรคนดังอย่าง พ.ต.อ.ราชศักดิ์ จันทรัตน์ ผกก.ภ.จ.กาญจนบุรี
ช่วงที่อยู่ช่วยงาน พ.ต.อ.ราชศักดิ์ น้องชายสะอิ้งเรียนจบชั้น ป.๖ พอดี คิดว่าเมื่อตัวเองไม่ได้เป็นตำรวจเหมือนพ่ออย่างที่ฝันไว้ ก็อยากให้น้องได้มีโอกาสเป็นตำรวจ หวังให้ช่วยดูแลแม่

          สะอิ้งนั่งรถโดยสารไปลงรถที่บ้านหนองส้ม อ.เขาย้อย เพื่อที่จะต่อรถเข้าไปรับน้องชายที่บ้านตาลกง เพื่อจะพาไปสอบตำรวจที่ภูธรภาค ๗ ระหว่างที่นั่งรอรถอยู่นั้นได้มีคนแถวบ้านลงจากรถและบอกว่า “แม่กับน้องมึงถูกยิงตายแล้วนะ”

          สะอิ้งยืนงง เครียดจนทำอะไรไม่ถูก ส่วนสาเหตุมาจากก่อนหน้านี้น้องชายได้ไปพูดที่ร้านค้าในหมู่บ้านว่า “หากใครคิดจะทำร้ายพี่ชายกู เจอดีกันแน่” ประโยคนี้น่าจะเข้าหูคนที่ยิงพ่อสะอิ้งไม่พอใจ จึงส่งนายผลและพวกใช้ปืนเอ็ม ๑๖ ยิงน้องชายเสียชีวิตที่ไร่ ขณะนั้นแม่กำลังนั่งถางหญ้าอยู่ ได้ยินเสียงปืนวิ่งออกไปดู จึงถูกยิงตายตามไปอีกคน

          “ตอนนั้นผมเสียใจและแค้นพวกมันมาก คืนนั้นผมเอาปืนกะไปถล่มพวกมัน แต่มันไหวตัว พาครอบครัวหนีหายออกจากบ้านไปแล้ว ตอนนั้นผมเป็นเพียงเด็กหนุ่มวัยรุ่นไร้ที่พึ่ง เลยตัดสินใจเข้าสู่สังกัดซุ้ม “สมจิตร” คหบดีใหญ่ซึ่งเป็นผู้กว้างขวางเมืองเพชรและมีเส้นสายโยงใยกับบุคคลสำคัญระดับประเทศ ผมหัดยิงปืน หัดขว้างระเบิดอยู่กลางป่า เพื่อรอชำระหนี้เลือดล้างแค้นให้ตระกูล”

          แล้ววันชำระหนี้แค้นก็มาถึง เมื่อสะอิ้งทราบข่าวว่านายผลได้ต่อสู้คดียิงแม่กับน้องชายตนจนหลุดพ้นคดีออกมา จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันวาเลนไทน์ ปี ๒๕๒๓ สะอิ้งได้ระดมพรรคพวกจำนวน ๑๒ คน พร้อมอาวุธสงคราม เช่นอาก้า, นาโต้, เอ็ม ๗๙, เอ็ม ๑๖ และปืนพกสั้นนานาชนิด ไปดักรอที่หน้าเรือนจำจังหวัดเพชรบุรี

          ขณะนั้นนายผลได้นำสมุน ๒ คน และจ้างตำรวจ ตชด. อีก ๔ คน ซึ่งเป็นเพื่อนกับสะอิ้ง มาเป็นมือปืนคุ้มกันนำนายผลออกจากเรือนจำ ซึ่งสะอิ้งได้เตือนเพื่อนแล้วว่าอย่าไปยุ่งกับคนพวกนี้ แต่เพื่อนก็ไม่ฟัง ยังไปรับจ้างคุ้มกันให้พวกมัน

          “ทีแรกผมกะจะยิงถล่มไอ้ผลกับพวกที่หน้าเรือนจำเลย แต่กลัวโดนเจ้าหน้าที่ จึงเปลี่ยนแผนโดยขับรถตามไปประกบยิงตายทั้งหมด ๗ ศพ ที่บริเวณป่ายาง ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีไป โดยผมหนีไปกบดาน ยึดอาชีพทำบ่อปลา ริมถนนบางนา-ตราด อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ”

          เหตุการณ์สังหารหมู่ ๗ ศพ ทำเอา พล.ต.อ.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น อธิบดีกรมตำรวจ เต้นเป็นเจ้าเข้า เรียก พ.ต.อ.ถวิล เปล่งพานิช รอง ผบก.ภ.๓ ซึ่งคุมพื้นที่จ.เพชรบุรี จ.นครปฐม และ จ.ราชบุรี ไปคลี่คลายปมเลือด ชื่อ “สะอิ้ง พ่วงรอด” ทะยานติดทำเนียบมือปืนที่ถูกหมายหัว 
พ.ต.อ.ถวิล เปล่งพานิช มือปราบตะวันตกดิน ออกตามล่าสะอิ้งแทบพลิกแผ่นดิน ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะจับ สะอิ้ง พ่วงรอด ให้ได้ !!

          “รองผู้การฯถวิล สืบทราบว่าผมกบดานอยู่ในพื้นที่ ต.เขาย้อย ก็กระจายกำลังกันตามล่า กระทั่งวันหนึ่งเมียผมถูกยิงตายขณะขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่ตลาดบ้านน้อย (สถานีรถไฟเขาย้อย) วันนั้นตลาดบ้านน้อยเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากผมโผล่ออกไป คงไม่ถูกจับเป็นผมแน่ อาจตายตามเมียไปอย่างแน่นอน ”

          หลังภรรยาถูกยิงเสียชีวิต สะอิ้งได้หนีไปกบดานที่ จ.สมุทรปราการ อีกครั้ง กระทั่งเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๓ พ.ต.ท.ธวัชชัย ภัยลี้ สารวัตรใหญ่ สภ.อ.บางพลี นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตัวสะอิ้งได้ขณะออกมาให้อาหารที่บ่อปลา มี พ.ต.อ.ธรรมนิตย์ ปิตะนีละบุตร ผกก.สภ.อ.เมืองเพชรบุรี เดินทางมารับตัวกลับไปดำเนินคดีด้วยตัวเอง

          สะอิ้งถูกแจ้งความไว้ทั้งสิ้นจำนวน ๑๖ คดี มีทั้งเรื่องจริงและถูกยัดข้อหา โดยเฉพาะ คดีปล้นฆ่าเจ้าของโรงสีที่ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี, คดีฆ่า ส.ส.ชลบุรี และ คดีฆ่าทนายความที่กรุงเทพฯ ถูกศาลตัดสินประหารชีวิตทั้งที่ไม่ได้เป็นคนทำ สะอิ้งต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ จนศาลยกฟ้อง

 
          อย่างไรก็ตามในส่วนคดีที่สะอิ้งถูกศาลลงโทษก็ต้องรับกรรมตามคำพิพากษา สะอิ้งได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อปี ๓๕๓๖ รวมถูกจองจำทั้งสิ้น ๑๒ ปี ๔ เดือน ๑๒ วัน

          เมื่อพ้นโทษ สะอิ้งได้ประกอบสัมมาชีพเลี้ยงปลาอยู่ที่บ้านหนองส้ม อ.เขาย้อย ได้ประมาณ ๒ ปี ความซวยก็มาเยือนอีกครั้ง เมื่อคืนวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๓๘ ขณะสะอิ้งยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อระบายความเครียด

          เป็นช่วงจังหวะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.เขาย้อย ขับรถตามหลังสะอิ้งมาและเกิดทำปืนลั่นใส่กันเองจนเสียชีวิต ๑ นาย บาดเจ็บ ๑ นาย เหตุการณ์ครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมสะอิ้งและแจ้งข้อหาฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย นำตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดเพชรบุรี ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ตลอดระยะเวลาที่ถูกจองจำได้ประพฤติตัวดี ได้รับการลดโทษหลายครั้ง จนกระทั่งได้รับพระราชทานอภัยโทษเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๒ รวมถูกจำคุกครั้งนี้ ๑๓ ปี ๑๐ เดือน

          “ตอนนี้ผมวางมือหมดแล้ว ปืนไม่เคยจับ ยึดอาชีพสุจริต อุทิศตนเพื่อสังคมโดยทำหน้าที่เป็นไวยาวัจกร จัดเก็บเงินค่าตลาดนัดให้แก่วัดหนองส้ม และเป็นจิตอาสาช่วยเหลืองานด้านการกุศลอีกมากมาย” อดีตมือปืนเมืองเพชรชื่อดังกล่าวทิ้งท้าย

          เส้นทางชีวิตของมนุษย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน กรรมในด้านลบอาจเกิดจากสาเหตุที่บีบคั้นจนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่เมื่อก่อกรรม ก็ต้องชดใช้กรรมที่ก่อ 

          หลังชดใช้กรรมแล้ว หากกลับตัวกลับใจได้ สังคมชาวพุทธให้โอกาสเสมอ เฉกเช่นเส้นทางชีวิตของ “สะอิ้ง พ่วงรอด” อดีตมือปืนชื่อดังรายนี้.

ทีมข่าวเพชรภูมิ:รายงาน